Shopping cart

ลดหย่อนภาษี 2025 ด้วย ‘กองทุนท่องเที่ยว’ ไอเทมใหม่คนเดินทาง

สารบัญ

เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของปี การวางแผนภาษีกลายเป็นภารกิจสำคัญสำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดา หลายคนเริ่มมองหาเครื่องมือลดหย่อนภาษีใหม่ๆ เพื่อบริหารจัดการการเงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด หนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงคือการ ลดหย่อนภาษี 2025 ด้วย ‘กองทุนท่องเที่ยว’ ไอเทมใหม่คนเดินทาง ซึ่งสร้างความสนใจให้กับกลุ่มคนที่รักการเดินทางและต้องการประโยชน์ทางภาษีไปพร้อมกัน บทความนี้จะเจาะลึกถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับมาตรการลดหย่อนภาษีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในปี 2568 พร้อมทั้งชี้แจงสถานะของ ‘กองทุนท่องเที่ยว’ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับนักวางแผนภาษี

ลดหย่อนภาษี 2025 ด้วย 'กองทุนท่องเที่ยว' ไอเทมใหม่คนเดินทาง - tax-deduction-travel-fund-2025

  • มาตรการลดหย่อนภาษีปี 2568 ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวคือโครงการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ไม่ใช่ ‘กองทุนท่องเที่ยว’
  • สามารถนำค่าใช้จ่ายด้านที่พักและค่าอาหารในร้านที่จดทะเบียน VAT มาลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท
  • อัตราการลดหย่อนจะสูงขึ้นเมื่อใช้จ่ายในเมืองรอง (1.5 เท่า) เทียบกับเมืองหลัก (1 เท่า) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ใหม่ๆ
  • ผู้เสียภาษีต้องเก็บหลักฐานเป็นใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (กระดาษหรืออิเล็กทรอนิกส์) เพื่อใช้ในการยื่นภาษี
  • ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกองทุนรวมเพื่อการท่องเที่ยวที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้โดยตรง

ไขข้อเท็จจริง ‘กองทุนท่องเที่ยว’ และมาตรการลดหย่อนภาษีปี 2568

การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับการ ลดหย่อนภาษี 2025 ด้วย ‘กองทุนท่องเที่ยว’ ไอเทมใหม่คนเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้เสียภาษีที่ต้องการผสมผสานไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวเข้ากับการวางแผนการเงินส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลภาครัฐล่าสุด มาตรการใหม่ที่ออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวในประเทศสำหรับปีภาษี 2568 คือโครงการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ซึ่งเป็นการให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การลงทุนในกองทุนรวมแต่อย่างใด

มาตรการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศ โดยเฉพาะในภาคส่วนโรงแรม ที่พัก และร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้มีเงินได้ที่วางแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศอยู่แล้ว ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่งมาคำนวณเพื่อลดภาระภาษีได้ ขณะที่คำว่า ‘กองทุนท่องเที่ยว’ อาจเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือเป็นการกล่าวถึงแนวคิดในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ดังนั้น การทำความเข้าใจรายละเอียดของโครงการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ์ในปีนี้

ทำความเข้าใจมาตรการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ 2568

โครงการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ เป็นมาตรการทางภาษีที่ภาครัฐนำมาใช้เพื่อกระตุ้นการบริโภคและการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยอนุญาตให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด นับเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนภาษีสำหรับบุคคลทั่วไปที่ชื่นชอบการเดินทาง

ใครคือผู้ที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการนี้

ผู้ที่ได้รับประโยชน์โดยตรงจากโครงการนี้คือบุคคลธรรมดาที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานบริษัท ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือผู้มีรายได้จากช่องทางอื่นๆ มาตรการนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่วางแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยในช่วงเวลาที่กำหนด เนื่องจากสามารถเปลี่ยนค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายอยู่แล้วให้กลายเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีได้ นอกจากนี้ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว เช่น โรงแรม รีสอร์ท และร้านอาหารที่จดทะเบียนในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ก็จะได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายมากขึ้น

ช่วงเวลาและเงื่อนไขการใช้สิทธิ์

เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้อง ผู้เสียภาษีต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขด้านเวลาอย่างเคร่งครัด โดยค่าใช้จ่ายที่นำมาลดหย่อนได้จะต้องเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น ซึ่งตามข้อมูลล่าสุดคือระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึง 15 ธันวาคม 2568 การใช้จ่ายนอกเหนือจากช่วงเวลาดังกล่าวจะไม่สามารถนำมาคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีภายใต้มาตรการนี้ได้ ดังนั้น นักเดินทางควรวางแผนการเดินทางและการชำระเงินให้อยู่ภายในกรอบเวลานี้

ประเภทค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้

ไม่ใช่ทุกค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่จะสามารถนำมาลดหย่อนได้ มาตรการนี้มุ่งเน้นไปที่ค่าใช้จ่ายหลักๆ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการโดยตรง ได้แก่:

  • ค่าที่พัก: รวมถึงค่าใช้จ่ายสำหรับโรงแรม, รีสอร์ท, หรือโฮมสเตย์ที่จดทะเบียนถูกต้องและสามารถออกใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มเต็มรูปแบบได้
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม: เฉพาะการใช้บริการในร้านอาหารหรือโรงแรมที่จดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีได้ แม้จะไม่ได้เข้าพักในโรงแรมนั้นๆ ก็ตาม

สิ่งสำคัญที่สุดคือ ผู้ให้บริการจะต้องสามารถออก ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ทั้งในรูปแบบกระดาษหรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษี

เจาะลึกอัตราการลดหย่อนภาษี: เที่ยวเมืองหลัก vs. เมืองรอง

ความพิเศษของมาตรการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ในปี 2568 คือการกำหนดอัตราการลดหย่อนภาษีที่แตกต่างกันระหว่างการท่องเที่ยวใน “เมืองหลัก” และ “เมืองรอง” เพื่อกระจายรายได้และส่งเสริมการท่องเที่ยวไปยังจังหวัดที่มีศักยภาพแต่ยังไม่เป็นที่นิยมนัก การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางเพื่อรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด

ตารางเปรียบเทียบอัตราการลดหย่อนภาษีระหว่างเมืองหลักและเมืองรองภายใต้โครงการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ปี 2568
ประเภทพื้นที่ อัตราการคำนวณสิทธิ์ลดหย่อน วงเงินลดหย่อนสูงสุด (บาท)
เมืองหลัก 1 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริง 20,000
เมืองรอง 1.5 เท่าของจำนวนเงินที่จ่ายจริง 30,000

นิยามของเมืองหลักและเมืองรอง

เพื่อความชัดเจนในการวางแผน ภาครัฐได้กำหนดนิยามของเมืองต่างๆ ไว้ดังนี้:

  • เมืองหลัก: หมายถึง 22 จังหวัดที่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยว เช่น กรุงเทพมหานคร, เชียงใหม่, ภูเก็ต, ชลบุรี, กระบี่ เป็นต้น การใช้จ่ายในจังหวัดเหล่านี้จะสามารถนำมาลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท
  • เมืองรอง: หมายถึง 55 จังหวัดที่เหลือซึ่งไม่ใช่เมืองหลัก เช่น สุโขทัย, แม่ฮ่องสอน, น่าน, ตรัง, ชัยภูมิ เป็นต้น รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดเหล่านี้เป็นพิเศษ โดยให้สิทธิ์ลดหย่อนสูงถึง 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง และมีวงเงินสูงสุดถึง 30,000 บาท

การเลือกเดินทางไปยังเมืองรองไม่เพียงแต่จะสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่แปลกใหม่ แต่ยังมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สูงกว่าอีกด้วย

ตัวอย่างการคำนวณเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน

เพื่อให้เห็นภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ลองพิจารณาสถานการณ์ต่อไปนี้:

สถานการณ์ที่ 1: ท่องเที่ยวในเมืองหลัก
หากมีการใช้จ่ายค่าที่พักในจังหวัดภูเก็ตเป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท จะสามารถนำยอดค่าใช้จ่ายนี้ไปลดหย่อนภาษีได้ 15,000 บาท (1 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง)

สถานการณ์ที่ 2: ท่องเที่ยวในเมืองรอง
หากมีการใช้จ่ายค่าที่พักและอาหารในจังหวัดสุโขทัยเป็นจำนวนเงิน 10,000 บาท จะสามารถนำไปคำนวณสิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้เป็นจำนวน 15,000 บาท (1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง) ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่ายอดที่จ่ายไปจริง

สถานการณ์ที่ 3: ใช้จ่ายเต็มวงเงินในเมืองรอง
หากมีการใช้จ่ายในเมืองรองรวมเป็นเงิน 20,000 บาท จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีสูงสุดที่ 30,000 บาท (20,000 x 1.5 = 30,000) ซึ่งเป็นเพดานสูงสุดของมาตรการนี้

ไขข้อสงสัย: ‘กองทุนท่องเที่ยว’ มีจริงหรือไม่?

ประเด็นเรื่อง ‘กองทุนท่องเที่ยว’ เป็นสิ่งที่สร้างความสับสนและต้องการคำตอบที่ชัดเจนสำหรับผู้ที่กำลังวางแผนภาษี การทำความเข้าใจสถานะที่แท้จริงของผลิตภัณฑ์ทางการเงินนี้เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ผิดพลาด

สถานะปัจจุบันของ ‘กองทุนท่องเที่ยว’ เพื่อลดหย่อนภาษี

จากการตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐและสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง ณ ปัจจุบัน (ธันวาคม 2568) ยังไม่มีการจัดตั้งหรือประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับ “กองทุนรวมเพื่อการท่องเที่ยว” หรือ “กองทุนท่องเที่ยว” ที่เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนและสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้โดยเฉพาะ คำดังกล่าวอาจเป็นเพียงแนวคิดหรือชื่อที่ใช้เรียกมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างไม่เป็นทางการเท่านั้น ดังนั้น ผู้เสียภาษีไม่ควรคาดหวังหรือรอคอยการลงทุนในกองทุนประเภทนี้เพื่อใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีในปี 2568 สิ่งที่สามารถใช้ได้จริงคือสิทธิ์จากโครงการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ตามที่ได้อธิบายไปข้างต้น

ทางเลือกอื่นในการลดหย่อนภาษีผ่านการลงทุน

แม้จะไม่มีกองทุนท่องเที่ยวโดยตรง แต่ผู้ที่สนใจการวางแผนภาษีผ่านการลงทุนยังมีทางเลือกอื่นที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงการเงินส่วนบุคคล ได้แก่:

  • SSF (Super Savings Fund): กองทุนรวมเพื่อการออมระยะยาว เป็นเครื่องมือหลักในการลดหย่อนภาษีแทน LTF ในอดีต โดยมีนโยบายการลงทุนที่หลากหลายและเงื่อนไขการถือครอง 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ
  • RMF (Retirement Mutual Fund): กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เน้นการออมเพื่อการเกษียณอายุ มีเงื่อนไขการลงทุนต่อเนื่องจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์
  • ThaiESG (Thailand ESG Fund): กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เน้นการลงทุนในบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล ซึ่งให้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากวงเงินปกติ

กองทุนเหล่านี้เป็นทางเลือกมาตรฐานและปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีควบคู่ไปกับการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาว

ข้อควรระวังและค่าใช้จ่ายที่ไม่เข้าเกณฑ์

เพื่อให้การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย ผู้เสียภาษีควรตระหนักถึงข้อควรระวังและทำความเข้าใจว่ามีค่าใช้จ่ายบางประเภทที่ไม่สามารถนำมาใช้ในโครงการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ได้ การเตรียมตัวและตรวจสอบเอกสารล่วงหน้าจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในขั้นตอนการยื่นภาษี

รายการค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ภายใต้โครงการนี้ ประกอบด้วย:

  1. ค่าตั๋วเครื่องบิน: ค่าใช้จ่ายในการเดินทางทางอากาศไม่เข้าข่ายของมาตรการนี้
  2. ค่ารถทัวร์ รถไฟ หรือเรือ: ค่าใช้จ่ายในการเดินทางขนส่งสาธารณะระหว่างเมืองไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้
  3. ค่าเช่ารถ: ค่าบริการเช่ารถยนต์หรือยานพาหนะอื่นๆ เพื่อการท่องเที่ยวไม่เข้าเกณฑ์
  4. ค่าซื้อสินค้าหรือของฝาก: มาตรการนี้เน้นที่ค่าบริการที่พักและอาหาร ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า
  5. ค่าบริการนำเที่ยว: ค่าแพ็กเกจทัวร์จากบริษัทนำเที่ยวไม่สามารถใช้สิทธิ์ได้โดยตรง เว้นแต่จะสามารถแยกรายการค่าที่พักและค่าอาหารพร้อมใบกำกับภาษีที่ถูกต้องได้
  6. ค่าใช้จ่ายจากผู้ประกอบการที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT: ที่พักหรือร้านอาหารที่ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ จะไม่สามารถนำค่าใช้จ่ายนั้นมาลดหย่อนภาษีได้

สิ่งสำคัญที่สุดคือการขอและเก็บรักษา ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ที่ระบุชื่อ-นามสกุลของผู้เสียภาษีอย่างชัดเจน เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการใช้จ่าย

บทสรุปและแนวทางการวางแผน

โดยสรุปแล้ว การ ลดหย่อนภาษี 2025 ด้วย ‘กองทุนท่องเที่ยว’ ไอเทมใหม่คนเดินทาง เป็นความเข้าใจที่ต้องปรับแก้ให้ถูกต้อง โดยมาตรการที่เกิดขึ้นจริงคือโครงการ ‘เที่ยวดี มีคืน’ ซึ่งมอบสิทธิ์ลดหย่อนภาษีจากการใช้จ่ายด้านที่พักและอาหารภายในประเทศสูงสุด 30,000 บาท โดยมีเงื่อนไขจูงใจให้เดินทางไปยังเมืองรองเพื่อรับสิทธิ์ลดหย่อนในอัตราที่สูงขึ้น มาตรการนี้เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่รักการเดินทางในการผสานไลฟ์สไตล์เข้ากับการวางแผนภาษีอย่างชาญฉลาด

สำหรับผู้ที่มองหาการลดหย่อนภาษีผ่านการลงทุน ทางเลือกที่เหมาะสมยังคงเป็นกองทุน SSF, RMF และ ThaiESG ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อการออมระยะยาวและการเกษียณโดยเฉพาะ การวางแผนที่ดีควรเริ่มจากการประเมินรายได้และภาระภาษีของตนเอง จากนั้นจึงเลือกใช้สิทธิ์ลดหย่อนต่างๆ ให้เหมาะสม ทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นและการลงทุนระยะยาว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางการเงิน

ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนสำหรับองค์กรหรือการออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย การมีพันธมิตรที่เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญ KDC SPORT รับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืดคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย และยังรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย หากมีความสนใจในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เสื้อผ้า สามารถ ติดต่อเรา

ที่อยู่ของเรา
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
094-295-9898

สั่งเสื้อ

ธันวาคม 2025
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031