SET เปิดดัชนีใหม่ ‘SET ESG 100’ รวมหุ้นดีน่าลงทุน!
- ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้เกี่ยวกับ SET ESG 100
- ทำความรู้จักดัชนี SET ESG 100: มิติใหม่ของการลงทุนยั่งยืน
- เจาะลึกเกณฑ์การคัดเลือกและมาตรฐานเบื้องหลัง SET ESG 100
- ความสำคัญของ SET ESG 100 ต่อระบบนิเวศการลงทุน
- ทิศทางในอนาคต: การเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานระดับโลก
- บทสรุป: SET ESG 100 ก้าวสำคัญสู่ตลาดทุนไทยที่ยั่งยืน
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เปิดตัวเครื่องมือชิ้นใหม่สำหรับนักลงทุนที่ใส่ใจในความยั่งยืน ด้วยการประกาศจัดทำดัชนี SET ESG 100 ซึ่งเป็นดัชนีที่รวบรวมบริษัทจดทะเบียนจำนวน 100 แห่งที่มีความโดดเด่นในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, and Governance: ESG) การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการลงทุนทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านความยั่งยืนมากขึ้น และเป็นอีกก้าวสำคัญในการพัฒนาตลาดทุนไทยให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล
ประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องรู้เกี่ยวกับ SET ESG 100
- ดัชนีใหม่เพื่อการลงทุนที่ยั่งยืน: SET ESG 100 คือดัชนีที่คัดเลือกหุ้น 100 ตัวจากทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่มีผลการดำเนินงานด้าน ESG ในระดับแนวหน้า
- เกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน: การคัดเลือกหุ้นเข้าสู่ดัชนีอ้างอิงจากผลคะแนน ESG ที่ประเมินโดยหน่วยงานจัดอันดับ ESG ในสังกัดของสถาบันไทยพัฒน์ ซึ่งมีกระบวนการที่เป็นกลางและเป็นไปตามหลักการสากล
- ต่อยอดจากระบบเดิม: ดัชนีนี้พัฒนามาจากรายชื่อหุ้นยั่งยืน THSI (Thailand Sustainability Investment) ที่ถูกยกระดับมาเป็นระบบการประเมิน SET ESG Ratings ในปี 2566 เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกและละเอียดมากยิ่งขึ้น
- เพิ่มความโปร่งใสและทางเลือก: การเปิดเผยข้อมูล ESG และการจัดทำดัชนีนี้ ช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนได้สะดวกยิ่งขึ้น
- มุ่งสู่มาตรฐานสากล: ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนจะเปลี่ยนไปใช้เกณฑ์การประเมินจาก FTSE Russell ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดัชนีระดับโลก เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือและเทียบเคียงได้ในระดับนานาชาติ
ทำความรู้จักดัชนี SET ESG 100: มิติใหม่ของการลงทุนยั่งยืน

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้เปิดตัวดัชนีใหม่ ‘SET ESG 100’ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการปรับตัวของตลาดทุนไทยให้สอดรับกับกระแสการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Investing) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก ดัชนีนี้ถูกออกแบบมาเพื่อเป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับนักลงทุนที่ต้องการจัดสรรเงินลงทุนไปยังบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานอย่างมีความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ควบคู่ไปกับการสร้างผลตอบแทนทางการเงินในระยะยาว
ความสำคัญของดัชนี SET ESG 100 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นทางเลือกใหม่ในการลงทุนเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนในไทยตระหนักและยกระดับการดำเนินงานด้าน ESG ของตนเองให้ดียิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้รับการยอมรับและมีโอกาสถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนี ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของบริษัทในสายตานักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ การเกิดขึ้นของดัชนีนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนในระบบนิเวศของตลาดทุน ตั้งแต่นักลงทุนที่สามารถค้นหาหุ้น ESG ได้ง่ายขึ้น ไปจนถึงบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับแรงจูงใจในการพัฒนาองค์กรสู่ความยั่งยืน
ดัชนี SET ESG 100 ถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่ความยั่งยืน โดยเป็นทั้งมาตรวัดที่เชื่อถือได้สำหรับนักลงทุน และเป็นแรงผลักดันให้บริษัทจดทะเบียนยกระดับการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล
เจาะลึกเกณฑ์การคัดเลือกและมาตรฐานเบื้องหลัง SET ESG 100
เบื้องหลังการจัดทำดัชนี SET ESG 100 คือกระบวนการคัดเลือกและประเมินที่มีความเข้มข้นและเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายเพื่อเฟ้นหาบริษัทที่มีผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนที่โดดเด่นอย่างแท้จริง ซึ่งกระบวนการดังกล่าวมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานและแนวปฏิบัติระดับโลก
วิวัฒนาการของการประเมิน: จาก THSI สู่ SET ESG Ratings
ก่อนที่จะมีดัชนี SET ESG 100 ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ริเริ่มส่งเสริมการลงทุนอย่างยั่งยืนผ่าน “รายชื่อหุ้นยั่งยืน” หรือ THSI (Thailand Sustainability Investment) มาก่อน ซึ่งเป็นการประกาศรายชื่อบริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนเป็นประจำทุกปี อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การประเมินมีความละเอียดและสะท้อนประสิทธิภาพด้าน ESG ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ในปี 2566 ตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงได้ยกระดับและเปลี่ยนชื่อระบบการประเมินใหม่เป็น SET ESG Ratings
ระบบ SET ESG Ratings ได้นำเสนอผลการประเมินในรูปแบบของระดับคะแนนและอันดับเรตติ้งที่ชัดเจนขึ้น เช่น AAA, AA, A, และ BBB ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้าน ESG ของแต่ละบริษัทได้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความโปร่งใส แต่ยังสอดคล้องกับแนวทางการจัดอันดับของหน่วยงานเรตติ้งระดับสากล ทำให้ข้อมูลน่าเชื่อถือและนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
| หัวข้อการประเมิน | รายชื่อหุ้นยั่งยืน (THSI) (ก่อนปี 2566) | ระบบ SET ESG Ratings (ตั้งแต่ปี 2566) |
|---|---|---|
| รูปแบบผลลัพธ์ | ประกาศเป็น “รายชื่อ” ของบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ | ให้ผลเป็น “ระดับเรตติ้ง” (เช่น AAA, AA, A) พร้อมคะแนน |
| ระดับความละเอียด | บ่งชี้ว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ (Pass/Fail) | แสดงระดับประสิทธิภาพที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน |
| การเปรียบเทียบ | เปรียบเทียบได้ยากระหว่างบริษัทที่อยู่ในรายชื่อเดียวกัน | เปรียบเทียบประสิทธิภาพด้าน ESG ระหว่างบริษัทได้ง่าย |
| การนำไปใช้ | ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเบื้องต้นสำหรับการลงทุนยั่งยืน | เป็นข้อมูลเชิงลึกสำหรับสร้างกลยุทธ์การลงทุนและคัดเลือกหุ้นเข้าดัชนี |
| ความสอดคล้องสากล | เป็นแนวทางที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศ | ปรับรูปแบบให้ใกล้เคียงกับมาตรฐานการจัดเรตติ้งสากลมากขึ้น |
กระบวนการประเมินและจัดอันดับที่โปร่งใส
บริษัทจดทะเบียนที่สนใจเข้าร่วมการประเมินจะต้องเข้าร่วมโดยสมัครใจและตอบแบบประเมินที่ครอบคลุมมิติการดำเนินงานทั้ง 3 ด้าน ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล การประเมินนี้ดำเนินการโดยหน่วยงานจัดอันดับ ESG ที่มีความเชี่ยวชาญในสังกัดของสถาบันไทยพัฒน์ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากระบวนการเป็นไปอย่างอิสระและเป็นกลาง การทบทวนแบบประเมินจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อให้ทันต่อแนวโน้มด้านความยั่งยืนของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเสมอ
สำหรับผลการประเมินในปี 2566 มีบริษัทที่ผ่านเกณฑ์และได้รับการจัดอันดับใน SET ESG Ratings จำนวนทั้งสิ้น 193 บริษัท ในจำนวนนี้ มีบริษัทที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับการจัดอันดับในระดับสูงสุดคือ AAA (คะแนน 90-100) ถึง 34 บริษัท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทจดทะเบียนไทยในการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านความยั่งยืนอย่างจริงจัง ข้อมูลเหล่านี้คือพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่การคัดเลือก 100 บริษัทที่ดีที่สุดเพื่อประกอบขึ้นเป็นดัชนี SET ESG 100
ความสำคัญของ SET ESG 100 ต่อระบบนิเวศการลงทุน
การเปิดตัวดัชนี SET ESG 100 ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่ แต่ยังส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อภาพรวมของตลาดทุนไทยในหลายมิติ ตั้งแต่การสร้างโอกาสให้นักลงทุนไปจนถึงการยกระดับมาตรฐานของบริษัทจดทะเบียน
ประโยชน์สำหรับนักลงทุนที่มองหาการเติบโตอย่างยั่งยืน
สำหรับนักลงทุน ดัชนี SET ESG 100 เปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยชี้เป้าไปยังกลุ่ม หุ้นน่าลงทุน ที่ไม่เพียงแต่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ยังมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ การลงทุนในหุ้นกลุ่ม ESG มักถูกมองว่าเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าในระยะยาว เนื่องจากบริษัทเหล่านี้มักมีระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีความสามารถในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและกระแสสังคม และมีภาพลักษณ์ที่ดีซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน
นอกจากนี้ การมีข้อมูล SET ESG Ratings ที่เปิดเผยต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ SETTRADE.com ช่วยให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงข้อมูลเชิงลึกด้านความยั่งยืนได้ง่ายขึ้น ซึ่งในอดีตอาจเป็นข้อมูลที่เข้าถึงได้เฉพาะนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่เท่านั้น สิ่งนี้ช่วยสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมและส่งเสริมให้การตัดสินใจลงทุนตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่รอบด้านมากขึ้น
การสร้างมาตรฐานและความน่าเชื่อถือในระดับสากล
เพื่อให้แน่ใจว่าข้อมูลและการประเมิน ESG ของไทยมีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับในระดับนานาชาติ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ร่วมมือกับผู้ให้บริการข้อมูล ESG ชั้นนำของโลกหลายแห่ง เช่น Arabesque S-Ray และ Vigeo Eiris ความร่วมมือนี้ช่วยให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าเกณฑ์การประเมินของไทยมีความสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
การมีมาตรฐานที่เป็นสากลเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนสถาบันและกองทุนทั่วโลกต่างใช้ข้อมูล ESG เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการพิจารณาคัดเลือกหลักทรัพย์เข้าพอร์ตการลงทุน ดัชนี SET ESG 100 จึงทำหน้าที่เป็นประตูบานสำคัญที่เปิดโอกาสให้บริษัทไทยที่มีความโดดเด่นด้านความยั่งยืนเป็นที่รู้จักและเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากทั่วโลกได้ง่ายขึ้น
ทิศทางในอนาคต: การเปลี่ยนผ่านสู่มาตรฐานระดับโลก
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาและยกระดับการประเมินความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประกาศแผนการที่สำคัญในอนาคต คือการเปลี่ยนผ่านกระบวนการประเมินคะแนน ESG ไปสู่การใช้บริการจาก FTSE Russell ซึ่งเป็นผู้ให้บริการดัชนีและข้อมูลทางการเงินระดับโลกที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยมีกำหนดการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป
การตัดสินใจเปลี่ยนไปใช้ผู้ประเมินระดับโลกอย่าง FTSE Russell จะช่วยเพิ่มความเข้มข้นและความน่าเชื่อถือของการประเมินไปอีกขั้น เนื่องจาก FTSE Russell มีกรอบการประเมินที่เป็นมาตรฐานและใช้กับบริษัทหลายพันแห่งทั่วโลก ทำให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบประสิทธิภาพด้าน ESG ของบริษัทไทยกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันในตลาดอื่น ๆ ได้โดยตรง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะทำให้ระบบการประเมิน SET ESG Ratings ที่พัฒนาขึ้นภายในประเทศสิ้นสุดลง และถือเป็นการยกระดับตลาดทุนไทยให้เข้าสู่มาตรฐานสากลอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนยั่งยืนได้มากยิ่งขึ้นในระยะยาว
บทสรุป: SET ESG 100 ก้าวสำคัญสู่ตลาดทุนไทยที่ยั่งยืน
การเปิดตัว SET เปิดดัชนีใหม่ ‘SET ESG 100’ รวมหุ้นดีน่าลงทุน! นับเป็นพัฒนาการครั้งสำคัญของตลาดทุนไทยที่ตอบสนองต่อแนวโน้มการลงทุนอย่างยั่งยืนที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก ดัชนีนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กลุ่มของ หุ้น ESG ที่น่าสนใจ แต่ยังเป็นผลลัพธ์ของกระบวนการประเมินที่โปร่งใสและมีมาตรฐาน ซึ่งพัฒนามาจากระบบ SET ESG Ratings ที่ให้ข้อมูลเชิงลึกแก่นักลงทุน
สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวควบคู่ไปกับการสนับสนุนกิจการที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดัชนี SET ESG 100 ถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการคัดกรองและค้นหาหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ การศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจถึงแนวคิดการลงทุนแบบยั่งยืนจึงเป็นสิ่งที่นักลงทุนยุคใหม่ไม่ควรมองข้าม เพื่อสร้างพอร์ตการลงทุนที่เติบโตไปพร้อมกับโลกที่ยั่งยืนในอนาคต

