“เช่าเพื่อนแก้เหงา” เทรนด์ใหม่ผู้สูงวัย หรือธุรกิจบาป?
บริการเช่าเพื่อนได้กลายเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงปัญหาความเหงาและความโดดเดี่ยวที่แฝงตัวอยู่ในสังคมสมัยใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัยและคนวัยทำงานที่ขาดการเชื่อมต่อทางสังคม ธุรกิจนี้กำลังเติบโตในหลายประเทศและเริ่มเป็นที่พูดถึงในประเทศไทย ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและผลกระทบในระยะยาว
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
- บริการ “เช่าเพื่อน” กำลังเป็นที่นิยมในหลายประเทศ เช่น ญี่ปุ่นและจีน เพื่อตอบสนองต่อปัญหาความเหงาในกลุ่มคนวัยทำงานและผู้สูงอายุ
- รูปแบบของบริการมีความหลากหลาย ตั้งแต่การเป็นเพื่อนคุย ทำกิจกรรมร่วมกัน ไปจนถึงการช่วยเหลือในชีวิตประจำวัน เช่น พาไปโรงพยาบาล
- ในสังคมไทย บริการนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงในประเด็นด้านศีลธรรมและความเหมาะสม ถูกตั้งคำถามว่าเป็นทางออกของปัญหาสังคมหรือเป็น “ธุรกิจบาป”
- ธุรกิจนี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางสังคม ที่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลมีความซับซ้อนและเปราะบางมากขึ้น ซึ่งเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเชื่อมต่อผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ
ถอดรหัสบริการ “เช่าเพื่อน”: มิตรภาพในรูปแบบใหม่
บริการ เช่าเพื่อนแก้เหงา ได้กลายเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าจับตาในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะเมื่อความโดดเดี่ยวและความเหงาได้ทวีความรุนแรงขึ้นในสังคมเมืองและกลุ่มประชากรที่เข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ ธุรกิจนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ในการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม แม้จะเป็นในรูปแบบของการว่าจ้างชั่วคราวก็ตาม บริการดังกล่าวไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเป็นเพื่อนคุย แต่ยังขยายขอบเขตไปถึงการทำกิจกรรมร่วมกัน หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือในภารกิจประจำวัน ปรากฏการณ์นี้จึงจุดประกายให้เกิดคำถามสำคัญว่า นี่คือทางออกที่สร้างสรรค์สำหรับสังคมที่กำลังเผชิญกับภาวะความเหงา หรือเป็นเพียงธุรกิจที่ฉกฉวยประโยชน์จากความเปราะบางทางอารมณ์ของผู้คน
แนวคิดของการ “เช่า” หรือ “ว่าจ้าง” บุคคลเพื่อทำหน้าที่บางอย่างไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การประยุกต์ใช้กับบทบาทของ “เพื่อน” ถือเป็นการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ทางสังคมที่สำคัญ บริการนี้เกิดขึ้นจากช่องว่างที่ความสัมพันธ์ในชีวิตจริงไม่สามารถตอบสนองได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะข้อจำกัดด้านเวลา การย้ายถิ่นฐาน หรือความยากลำบากในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ในวัยผู้ใหญ่ ดังนั้น ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุและบริการแก้เหงารูปแบบใหม่จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างนี้ โดยนำเสนอทางเลือกที่ยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่ายกว่าการสร้างมิตรภาพตามธรรมชาติ
คำจำกัดความและขอบเขตของบริการ
บริการเช่าเพื่อน คือ การให้บริการเพื่อนชั่วคราวตามความต้องการของผู้ใช้บริการ โดยมีการจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายชั่วโมงหรือตามที่ตกลงกันไว้ จุดประสงค์หลักของบริการนี้คือการมอบความเป็นเพื่อน การรับฟัง และการทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อลดความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว หรือความเครียดทางสังคม สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ บริการส่วนใหญ่มักกำหนดขอบเขตชัดเจนว่าไม่ใช่บริการหาคู่ หรือมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว แต่เป็น “เพื่อนทางเลือก” ที่มุ่งเน้นการให้ความสบายใจและการสนับสนุนทางอารมณ์เป็นหลัก
ขอบเขตของบริการสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการของผู้ใช้บริการแต่ละราย ตั้งแต่เรื่องง่ายๆ ไปจนถึงเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือเฉพาะทาง ผู้ให้บริการมักจะเป็นบุคคลทั่วไปที่ต้องการหารายได้เสริมและมีความสามารถในการเข้าสังคมที่ดี โดยแพลตฟอร์มหรือบริษัทตัวกลางจะทำหน้าที่คัดกรองและจับคู่ระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยในระดับหนึ่ง
กิจกรรมยอดนิยมในบริการเช่าเพื่อน
รูปแบบกิจกรรมในบริการเช่าเพื่อนมีความหลากหลายอย่างมาก เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยสามารถแบ่งประเภทกิจกรรมหลักๆ ได้ดังนี้:
- เพื่อนคุยและรับฟัง: เป็นรูปแบบบริการพื้นฐานที่สุด คือการมีใครสักคนคอยนั่งคุย รับฟังเรื่องราวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว ปัญหาในที่ทำงาน หรือแค่เรื่องสัพเพเหระ เพื่อระบายความรู้สึกและลดความอัดอั้นตันใจ
- เพื่อนร่วมกิจกรรม: สำหรับผู้ที่ต้องการทำกิจกรรมบางอย่างแต่ไม่มีเพื่อนไปด้วย เช่น ไปดูหนัง ฟังคอนเสิร์ต รับประทานอาหาร ชอปปิง หรือแม้กระทั่งไปงานสังสรรค์ที่ต้องการมีคนไปเป็นเพื่อนเพื่อลดความประหม่า
- เพื่อนเที่ยวและถ่ายรูป: ในกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายรูป บางครั้งการเดินทางคนเดียวอาจทำให้ไม่สะดวกในการถ่ายภาพ การเช่าเพื่อนไปเที่ยวด้วยจึงเป็นทางออกที่ช่วยให้มีคนถ่ายรูปให้และทำให้การเดินทางไม่เงียบเหงา
- เพื่อนช่วยเหลือกิจวัตร: โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ บริการนี้อาจขยายขอบเขตไปถึงการช่วยพาไปโรงพยาบาลตามนัด ช่วยถือของ หรืออำนวยความสะดวกในเรื่องต่างๆ ที่ทำคนเดียวได้ลำบาก
ปรากฏการณ์เช่าเพื่อนในต่างแดน: กรณีศึกษาจากเอเชีย

ธุรกิจเช่าเพื่อนไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่ได้กลายเป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างเป็นรูปธรรมในหลายประเทศ โดยเฉพาะในทวีปเอเชีย ซึ่งมีบริบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เอื้อต่อการเกิดบริการประเภทนี้ การศึกษาตัวอย่างจากประเทศญี่ปุ่นและจีนช่วยให้เห็นภาพการปรับตัวของบริการนี้ให้เข้ากับความต้องการของแต่ละสังคมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ญี่ปุ่น: เมื่อคนรุ่นใหม่จ่ายเงินเพื่อมิตรภาพ
ประเทศญี่ปุ่นถือเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกบริการเช่าเพื่อนและครอบครัว ธุรกิจนี้เฟื่องฟูอย่างมากไม่เพียงแต่ในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่ยังได้รับความนิยมในกลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงานด้วย สภาพสังคมญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างหนักและแรงกดดันทางสังคมสูง ทำให้หลายคนมีเวลาจำกัดและเผชิญกับความยากลำบากในการสร้างหรือรักษาความสัมพันธ์ฉันเพื่อนในชีวิตจริง
บริการเช่าเพื่อนในญี่ปุ่นจึงตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย ลูกค้าบางรายจ้างเพื่อนไปแดนซ์คลับเป็นเพื่อน เพราะไม่อยากไปคนเดียว บางรายจ้างคนไปนั่งกินข้าวด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของคนอื่นที่มองว่าการกินข้าวคนเดียวเป็นเรื่องน่าอาย หรือแม้แต่การจ้างคนไปเข้าคิวซื้อสินค้ารุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นแทน ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า “ความเหงา” และความต้องการการยอมรับทางสังคมในญี่ปุ่นนั้นเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและผลักดันให้เกิดตลาดสำหรับมิตรภาพแบบออนดีมานด์ขึ้นมา
จีน: จากเพื่อนคุยสู่ผู้ช่วยในชีวิตประจำวัน
ในประเทศจีน ธุรกิจเช่าเพื่อนเติบโตอย่างรวดเร็วผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และแอปพลิเคชันต่างๆ โดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักสองกลุ่มที่น่าสนใจ กลุ่มแรกคือคนรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ ห่างไกลจากครอบครัวและเพื่อนเก่า พวกเขามองหาทั้งเพื่อนคุยเพื่อคลายความเหงาและมองหาช่องทางในการหารายได้เสริมจากการเป็นผู้ให้บริการเอง
กลุ่มที่สองซึ่งมีความสำคัญไม่แพ้กันคือกลุ่มผู้สูงอายุในจีน จำนวนมากอาศัยอยู่ตามลำพังเนื่องจากลูกหลานต้องไปทำงานในเมืองอื่น ทำให้การเข้าถึงบริการสาธารณสุขหรือการทำธุระต่างๆ เป็นเรื่องยากลำบาก บริการเช่าเพื่อนในจีนจึงมีการปรับรูปแบบให้เป็นการช่วยเหลือเชิงปฏิบัติมากขึ้น เช่น การจ้างคนหนุ่มสาวให้ช่วยพาไปโรงพยาบาล ช่วยต่อคิวรับยา หรือช่วยทำความเข้าใจเอกสารที่ซับซ้อน บริการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแก้ปัญหาความเหงาทางอารมณ์ แต่ยังเป็นทางออกที่จับต้องได้สำหรับปัญหาโครงสร้างทางสังคมที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของประเทศ
“เช่าเพื่อน” ในบริบทสังคมไทย: โอกาสหรือความเสี่ยง
เมื่อกระแสนี้เริ่มเข้ามาเป็นที่พูดถึงในประเทศไทย ก็ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงในวงกว้าง สังคมไทยซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัวและเผชิญกับปัญหาความเหงาในเมืองใหญ่ไม่ต่างจากประเทศอื่น กำลังตั้งคำถามกับบริการรูปแบบใหม่นี้ ทั้งในแง่ของโอกาสในการตอบโจทย์ปัญหาสังคมและในแง่ของความเสี่ยงทางจริยธรรมที่อาจตามมา
ภาวะความเหงาที่เพิ่มสูงขึ้นในสังคมไทย
ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายจากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไป จำนวนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน คนวัยทำงานในเมืองใหญ่มักต้องใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่จำกัดอยู่แค่ในโลกออนไลน์ ความสัมพันธ์ในครอบครัวและชุมชนที่เคยเป็นตาข่ายรองรับทางสังคมก็เริ่มมีความเปราะบางมากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่ทำให้ “ความเหงา” กลายเป็นปัญหาสุขภาพจิตที่สำคัญ
ในบริบทนี้ บริการเช่าเพื่อนจึงอาจถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางออกที่สามารถช่วยบรรเทาปัญหาเฉพาะหน้าได้ สำหรับผู้สูงอายุ การมีเพื่อนคุยหรือคนช่วยทำธุระอาจช่วยลดความรู้สึกถูกทอดทิ้งและเพิ่มคุณภาพชีวิตได้ สำหรับคนวัยทำงาน การมีเพื่อนร่วมกิจกรรมชั่วคราวอาจช่วยลดความเครียดและเติมเต็มความต้องการทางสังคมที่ขาดหายไป
มุมมองทางศีลธรรม: ทางออกใหม่หรือ “ธุรกิจบาป”?
อย่างไรก็ตาม แนวคิดของการ “ซื้อ” มิตรภาพยังคงเป็นเรื่องที่ขัดต่อความรู้สึกและค่านิยมดั้งเดิมของสังคมไทย ทำให้เกิดคำถามว่าบริการเช่นนี้เป็น “ธุรกิจบาป” หรือไม่ ข้อกังวลหลักๆ มักเกี่ยวข้องกับประเด็นต่อไปนี้:
- ความจริงใจ: มิตรภาพที่เกิดขึ้นจากการว่าจ้างจะมีความจริงใจได้อย่างไร และอาจทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกว่างเปล่ามากขึ้นในระยะยาว
- ความปลอดภัย: การนัดเจอกับคนแปลกหน้าย่อมมีความเสี่ยง ทั้งในด้านทรัพย์สินและร่างกาย แม้ว่าจะมีแพลตฟอร์มเป็นตัวกลางก็ตาม
- การตีตราทางสังคม: ผู้ที่ใช้บริการอาจถูกมองว่าเป็นคนที่เข้าสังคมไม่เป็นหรือไม่มีใครคบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความภาคภูมิใจในตนเอง
- ความเสี่ยงในการแปรสภาพ: มีความกังวลว่าบริการนี้อาจเป็นฉากบังหน้าของธุรกิจอื่นที่ผิดกฎหมายหรือผิดศีลธรรม เช่น การค้าประเวณี
ในทางกลับกัน ฝ่ายที่สนับสนุนมองว่านี่คือธุรกิจที่เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อปัญหาที่มีอยู่จริงในสังคม การมองว่ามันเป็น “ธุรกิจบาป” อาจเป็นการตัดสินที่เร็วเกินไปและละเลยความทุกข์จากความเหงาที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่ พวกเขามองว่านี่คือการให้บริการรูปแบบหนึ่งที่ไม่ต่างจากการจ้างนักบำบัดหรือที่ปรึกษา ซึ่งเป็นการจ่ายเงินเพื่อแลกกับการสนับสนุนทางอารมณ์เช่นกัน
“การซื้อเวลาของใครสักคนเพื่อมาอยู่เคียงข้าง อาจไม่ได้หมายถึงการซื้อความสัมพันธ์ที่แท้จริง แต่มันคือการซื้อ ‘โอกาส’ ที่จะหลุดพ้นจากความโดดเดี่ยว แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ก็ตาม”
วิเคราะห์ข้อดีและข้อควรพิจารณา
เพื่อทำความเข้าใจปรากฏการณ์เช่าเพื่อนอย่างรอบด้าน การพิจารณาเปรียบเทียบข้อดีและข้อควรพิจารณาในมิติต่างๆ จะช่วยให้เห็นภาพรวมของผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
| ปัจจัย | ข้อดี (Opportunities) | ข้อควรพิจารณา / ความเสี่ยง (Risks) |
|---|---|---|
| ด้านจิตใจ | ช่วยลดความรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว และความเครียดได้ในระยะสั้น เป็นพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึกโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตัดสิน | อาจนำไปสู่การพึ่งพิงทางอารมณ์ ไม่ได้แก้ไขปัญหาระยะยาว และอาจทำให้รู้สึกว่างเปล่ามากขึ้นเมื่อบริการสิ้นสุดลง |
| ด้านสังคม | เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ย้ายที่อยู่ใหม่ หรือมีข้อจำกัดในการสร้างความสัมพันธ์ ช่วยให้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมได้ง่ายขึ้น | อาจลดทอนทักษะการสร้างความสัมพันธ์ตามธรรมชาติ ทำให้คนหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับความท้าทายในการเข้าสังคมจริง |
| ด้านเศรษฐกิจ | สร้างอาชีพและรายได้เสริมให้กับผู้ที่มีทักษะการสื่อสารที่ดี เป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ในเศรษฐกิจแบ่งปัน (Sharing Economy) | อาจมีการกำหนดราคาที่ไม่เป็นธรรม และมีความเสี่ยงที่ผู้ให้บริการจะถูกเอาเปรียบหรือคุกคามจากผู้ใช้บริการ |
| ด้านความปลอดภัย | แพลตฟอร์มที่เป็นตัวกลางช่วยคัดกรองและสร้างกลไกความปลอดภัยได้ในระดับหนึ่ง เช่น ระบบรีวิวและการยืนยันตัวตน | มีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยส่วนบุคคลจากการนัดพบคนแปลกหน้า และอาจถูกใช้เป็นช่องทางสำหรับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย |
อนาคตของบริการเพื่อนให้เช่าและธุรกิจเพื่อความสัมพันธ์
แนวโน้มของบริการเช่าเพื่อนดูเหมือนจะยังคงเติบโตต่อไป ตราบใดที่ปัญหาความเหงายังคงเป็นส่วนหนึ่งของสังคมสมัยใหม่ อนาคตของธุรกิจนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและทัศนคติทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป
บทบาทของเทคโนโลยีและ “แอปแก้เหงา”
เทคโนโลยีและสมาร์ทโฟนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้บริการเช่าเพื่อนเข้าถึงได้ง่ายและแพร่หลายมากขึ้น แอปพลิเคชันอย่าง ‘อบอุ่นใจพาล’ (ชื่อสมมติ) หรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ทำหน้าที่เป็นตลาดกลางที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ที่ต้องการเพื่อนและผู้ที่พร้อมให้บริการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ในอนาคต เราอาจได้เห็นการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยในการจับคู่ที่มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยวิเคราะห์จากบุคลิกภาพ ความสนใจ และความต้องการของผู้ใช้บริการ นอกจากนี้ อาจมีการพัฒนาฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยที่รัดกุมมากขึ้น เช่น การติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ หรือปุ่มฉุกเฉิน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาเทคโนโลยีมากเกินไปก็อาจสร้างความท้าทายใหม่ๆ เช่น ปัญหาความเป็นส่วนตัวของข้อมูล และการลดทอนปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์ให้เหลือเพียงอัลกอริทึม
ผลกระทบต่อินิยามของมิตรภาพและสังคม
การเกิดขึ้นของบริการเช่าเพื่อนกำลังท้าทายความเข้าใจดั้งเดิมเกี่ยวกับ “มิตรภาพ” หากมิตรภาพสามารถซื้อขายได้ ความหมายและคุณค่าของมันจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร นี่เป็นคำถามเชิงปรัชญาที่สังคมต้องร่วมกันหาคำตอบ การที่ความสัมพันธ์กลายเป็นสินค้าอาจทำให้คุณค่าของความผูกพันที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติลดน้อยลง แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันอาจเป็นการเปิดกว้างให้นิยามของความสัมพันธ์มีความหลากหลายมากขึ้น ยอมรับว่าการเชื่อมต่อระหว่างมนุษย์สามารถเกิดขึ้นได้ในหลายรูปแบบ แม้จะเป็นแบบชั่วคราวและมีเงื่อนไขก็ตาม
ในระยะยาว สังคมอาจต้องกลับมาทบทวนถึงรากเหง้าของปัญหาความเหงา และหาทางแก้ไขที่ยั่งยืนกว่าการใช้บริการเชิงพาณิชย์ เช่น การสร้างพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ การส่งเสริมกิจกรรมในชุมชน หรือการปลูกฝังทักษะทางสังคมตั้งแต่ในวัยเด็ก เพื่อสร้างสังคมที่ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและเชื่อมโยงถึงกันอย่างแท้จริง
บทสรุป: เมื่อความเหงาขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
บริการ เช่าเพื่อนแก้เหงา เป็นปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนและมีหลายมิติ มันไม่ใช่แค่เทรนด์ทางธุรกิจที่แปลกใหม่ แต่เป็นกระจกสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างของสังคมร่วมสมัย ทั้งการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ความเป็นปัจเจกนิยมที่สูงขึ้น และความสัมพันธ์ที่เปราะบางลง บริการนี้มีทั้งด้านที่เป็นประโยชน์ในการช่วยบรรเทาความทุกข์จากความเหงาได้ทันท่วงที และด้านที่น่ากังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อคุณค่าของความสัมพันธ์และความปลอดภัยส่วนบุคคล
การจะตัดสินว่านี่คือ “เทรนด์ใหม่” ที่สร้างสรรค์ หรือ “ธุรกิจบาป” ที่อันตราย คงไม่สามารถมองจากมุมใดมุมหนึ่งได้ แต่ขึ้นอยู่กับการสร้างกลไกกำกับดูแลที่เหมาะสม การสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ และที่สำคัญที่สุดคือ การที่สังคมโดยรวมหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาความเหงาอย่างจริงจังและยั่งยืน เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่มีบริการใดจะสามารถทดแทนความอบอุ่นของมิตรภาพที่แท้จริงได้

