Shopping cart

จัดพอร์ตปี 2569: รับมือเศรษฐกิจ-ดอกเบี้ยด้วยกลยุทธ์ใหม่

สารบัญ

เมื่อเข้าสู่ปี 2569 นักลงทุนต้องเผชิญกับภาพรวมเศรษฐกิจโลกและไทยที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ทั้งแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอตัว ทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาลงที่สวนทางกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ และความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การวางแผนการเงินและการปรับกลยุทธ์การลงทุนจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ประเด็นสำคัญสำหรับการวางแผนการลงทุนปี 2569

จัดพอร์ตปี 2569: รับมือเศรษฐกิจ-ดอกเบี้ยด้วยกลยุทธ์ใหม่ - portfolio-rebalancing-2026-strategy

  • เศรษฐกิจเติบโตต่ำและดอกเบี้ยขาลง: ปี 2569 ถูกคาดการณ์ว่าเป็นปีที่เศรษฐกิจไทยเติบโตในระดับต่ำ ขณะที่ทิศทางดอกเบี้ยเป็นขาลง แต่เงินเฟ้ออาจไม่ลดลงตาม ทำให้การลงทุนต้องเน้นความสมดุลระหว่างสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยต่ำและสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ
  • ความจำเป็นของกลยุทธ์ใหม่: สภาวะตลาดที่เปลี่ยนไปทำให้กลยุทธ์การลงทุนแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอ แนวคิดใหม่ๆ เช่น Core & Satellite และ Barbell Approach ถูกนำเสนอเพื่อสร้างพอร์ตที่ยืดหยุ่นและทนทานต่อความผันผวนได้ดีขึ้น
  • กระจายการลงทุนไปต่างประเทศ: การพึ่งพาการลงทุนในประเทศเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจได้อีกต่อไป การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศจึงเป็นหัวใจสำคัญเพื่อแสวงหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ
  • ธีมการลงทุนที่น่าสนใจ: แม้ภาพรวมจะท้าทาย แต่ยังมีโอกาสในสินทรัพย์บางกลุ่ม เช่น หุ้นปันผลสูงในไทย, ธีมการเติบโตระยะยาวอย่าง Data Center, หุ้นเทคโนโลยีและ AI ในตลาดโลก, รวมถึงสินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำและตราสารหนี้คุณภาพดี

การจัดพอร์ตปี 2569: รับมือเศรษฐกิจ-ดอกเบี้ยด้วยกลยุทธ์ใหม่ จึงเป็นหัวข้อสำคัญที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจ เพื่อเตรียมความพร้อมและปรับเปลี่ยนพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะแวดล้อมที่ไม่แน่นอน การตัดสินใจลงทุนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลและการวิเคราะห์อย่างรอบด้าน เพื่อนำทางพอร์ตการลงทุนให้ผ่านพ้นความท้าทายและสามารถสร้างผลตอบแทนที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว

ปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อสำหรับนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทย ปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นทิศทางของอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เริ่มปรับตัวลดลง ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงตึงเครียด และปัญหาเชิงโครงสร้างของเศรษฐกิจไทยที่ส่งผลให้การเติบโตเป็นไปอย่างจำกัด ดังนั้น การทบทวนและวางแผนการเงินจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาและสร้างความมั่งคั่งในสภาวะการณ์เช่นนี้

ภาพรวมเศรษฐกิจและแนวโน้มการลงทุนปี 2569

นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันการเงินมองว่าปี 2569 จะเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจไทยและตลาดทุน ปัจจัยหลักมาจากการผสมผสานของสภาวะดอกเบี้ยขาลง แต่เงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง (Sticky Inflation), ความเสี่ยงจากสงครามการค้าและกำแพงภาษีรอบใหม่ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังคงดำเนินต่อไป

ความท้าทายของเศรษฐกิจไทยและโลก

สำหรับเศรษฐกิจไทยโดยเฉพาะ มีมุมมองว่าอาจกำลังเผชิญกับภาวะ “โตต่ำถาวร” อันเนื่องมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานานหลายปี ไม่ว่าจะเป็นระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงเป็นประวัติการณ์, การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ซึ่งกระทบต่อกำลังแรงงานและกำลังซื้อ, การขาดแคลนอุตสาหกรรม S-curve ใหม่ๆ ที่จะมาขับเคลื่อนการเติบโต และความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อนโยบายเศรษฐกิจในระยะยาว

ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ พอร์ตการลงทุนที่จะสามารถอยู่รอดและเติบโตได้ในปี 2569 จะต้องถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำ, ทิศทางดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลง, เงินเฟ้อที่ไม่หายไป และความผันผวนที่สูงกว่าปกติ ไม่ใช่แค่การลงทุนตามวัฏจักรเศรษฐกิจแบบเดิมๆ

ปัจจัยกดดันที่ธุรกิจไทยต้องเผชิญ

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) มองว่าปี 2569 เป็นปีชี้ชะตาของภาคธุรกิจไทย โดยมีแรงกดดันสำคัญอย่างน้อย 5 ประการ ได้แก่:

  1. เศรษฐกิจโลกชะลอตัว: ส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวของไทย
  2. ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้า: สร้างความไม่แน่นอนให้กับห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิต
  3. กำลังซื้อในประเทศเปราะบาง: จากปัญหาหนี้ครัวเรือนสูงและรายได้ที่ฟื้นตัวช้า
  4. ความไม่แน่นอนของนโยบายภาครัฐ: อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและการบริโภค
  5. การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรงขึ้น: ทั้งจากคู่แข่งในประเทศและต่างประเทศ

กลยุทธ์การจัดพอร์ตแบบใหม่สำหรับปี 2569

จากสภาวะตลาดที่ซับซ้อนและไม่แน่นอน ทำให้แนวคิดการจัดพอร์ตการลงทุนต้องพัฒนาไปจากเดิม สถาบันการเงินหลายแห่งได้นำเสนอกลยุทธ์ที่เน้นโครงสร้างและความสมดุลของพอร์ตมากขึ้น เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่หลากหลายได้ดีขึ้น

กลยุทธ์แกนหลักและดาวบริวาร (Core & Satellite)

แนวคิดนี้ถูกนำเสนอเพื่อสร้างพอร์ตที่มีความมั่นคงในระยะยาว พร้อมกับเปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากธีมการลงทุนเฉพาะทาง โดยแบ่งพอร์ตออกเป็น 2 ส่วนหลัก:

  • ส่วนแกนหลัก (Core Portfolio): เป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุดของพอร์ต (ประมาณ 70-80%) เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง มีการกระจายความเสี่ยงที่ดี และเหมาะสำหรับการถือครองในระยะยาว เช่น กองทุนรวมหุ้นโลก, กองทุนรวมผสม, หรือกองทุนรวมตราสารหนี้คุณภาพดี ส่วนนี้จะทำหน้าที่เป็นฐานที่แข็งแกร่งของพอร์ต ช่วยลดความผันผวนโดยรวม
  • ส่วนดาวบริวาร (Satellite Portfolio): เป็นส่วนเสริมของพอร์ต (ประมาณ 20-30%) ใช้สำหรับลงทุนในสินทรัพย์หรือธีมการลงทุนที่มีศักยภาพการเติบโตสูง แต่ก็มีความเสี่ยงสูงขึ้นเช่นกัน เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, AI, Healthcare, หรือหุ้นในตลาดเกิดใหม่ที่มีโอกาสเติบโตสูง การลงทุนในส่วนนี้มีเป้าหมายเพื่อ “เก็งกำไร” หรือสร้างผลตอบแทนส่วนเพิ่มให้กับพอร์ตโดยรวม

กลยุทธ์บาร์เบล (Barbell Approach)

กลยุทธ์นี้เปรียบเสมือนการยกน้ำหนักที่มีตุ้มน้ำหนักอยู่ปลายทั้งสองข้างของคาน โดยเน้นการลงทุนในสินทรัพย์สองขั้วที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพื่อสร้างสมดุลให้พอร์ตสามารถรับมือได้ทั้งในภาวะเศรษฐกิจดีและแย่

  • ปลายด้านหนึ่ง (สินทรัพย์ปลอดภัย): ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมากและให้กระแสเงินสดสม่ำเสมอ หรือได้ประโยชน์จากภาวะดอกเบี้ยขาลง เช่น ตราสารหนี้ภาครัฐคุณภาพสูง, หุ้นปันผลที่มีความมั่นคง (Defensive Dividend Stocks), หรือสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานที่มีรายได้แน่นอน
  • ปลายอีกด้านหนึ่ง (สินทรัพย์เติบโตสูง): ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สูงมากเช่นกัน โดยมักเป็นธีมการลงทุนแห่งอนาคต เช่น หุ้นกลุ่มเทคโนโลยี, พลังงานสะอาด, AI, หรือนวัตกรรมทางการแพทย์

เป้าหมายของกลยุทธ์บาร์เบลคือการหลีกเลี่ยงสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงปานกลาง ซึ่งอาจให้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงในสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน และมุ่งสร้างพอร์ตที่ทนทานต่อทุกสภาวะโดยไม่ต้องคาดเดาทิศทางตลาดอย่างแม่นยำ

ตารางเปรียบเทียบกลยุทธ์การจัดพอร์ตปี 2569: Core & Satellite และ Barbell Approach
คุณลักษณะ กลยุทธ์ Core & Satellite กลยุทธ์ Barbell Approach
เป้าหมายหลัก สร้างฐานพอร์ตที่มั่นคง (Core) และแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Satellite) สร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยสูงสุดและการเติบโตสูงสุด
โครงสร้างพอร์ต ประกอบด้วยสินทรัพย์หลากหลายระดับความเสี่ยง โดยมีส่วน Core เป็นสัดส่วนใหญ่ ประกอบด้วยสินทรัพย์ 2 ขั้ว คือความเสี่ยงต่ำสุดและความเสี่ยงสูงสุด
การบริหารความเสี่ยง ความเสี่ยงโดยรวมถูกควบคุมโดยส่วน Core ที่มีการกระจายตัวดี ความเสี่ยงจากการขาดทุนของฝั่งเติบโตสูง ถูกชดเชยด้วยความมั่นคงของฝั่งปลอดภัย
สินทรัพย์ตัวอย่าง Core: กองทุนหุ้นโลก/ผสม, Satellite: หุ้นธีมเทคโนโลยี, AI, Healthcare ฝั่งปลอดภัย: ตราสารหนี้รัฐบาล, ฝั่งเติบโต: หุ้นเทคฯ, พลังงานสะอาด

มุมมองและโอกาสในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะมีความท้าทาย แต่นักวิเคราะห์ยังคงมองเห็นโอกาสในการลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท หากพิจารณาและเลือกสรรอย่างเหมาะสม

ตลาดหุ้นไทย: เสน่ห์ที่มูลค่าและเงินปันผล

จากการวิเคราะห์ของ บล.พาย (Pi Securities) พบว่าตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนติดลบต่อเนื่องมาหลายปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้ง จุดอ่อนสำคัญคือการขาดหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยี, เซมิคอนดักเตอร์ หรือห่วงโซ่อุปทานของ AI ทำให้ไม่สามารถดึงดูดกระแสเงินทุนจากต่างชาติได้ดีเท่าตลาดอื่นในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม เสน่ห์ของตลาดหุ้นไทยในปี 2569 กลับอยู่ที่ปัจจัยพื้นฐาน:

  • มูลค่า (Valuation) ที่ไม่แพง: ราคาหุ้นหลายตัวยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับศักยภาพในระยะยาว
  • อัตราเงินปันผลสูง: หุ้นขนาดใหญ่หลายตัว โดยเฉพาะในกลุ่ม SET50 ให้อัตราเงินปันผลที่น่าสนใจในระดับ 4-7% ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากอย่างมีนัยสำคัญ
  • โอกาสในกลุ่มบริการ: ธุรกิจในกลุ่มค้าปลีก, ท่องเที่ยว และสื่อสาร มีผลประกอบการที่เติบโตและทำสถิติสูงสุดใหม่ แต่ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนปัจจัยบวกดังกล่าวเต็มที่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสสำหรับนักลงทุนที่เน้นปัจจัยพื้นฐานและเงินปันผล

ดังนั้น กลยุทธ์ที่เหมาะสมกับตลาดหุ้นไทยในปี 2569 อาจไม่ใช่การคาดหวังการเติบโตของราคา (Capital Gain) ในระยะสั้น แต่เป็นการเน้นรับกระแสเงินสดจากเงินปันผล และถือลงทุนในระยะยาวเพื่อรอการฟื้นตัว

ธีมการลงทุนแห่งอนาคต: Data Center และ S-curve ใหม่

หนึ่งในธีมการลงทุนระยะยาวที่ถูกจับตามองคือ การก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง Data Center ของภูมิภาคของประเทศไทย โดยอาศัยข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นระบบไฟฟ้า, ประปา, พลังงานทดแทน, การสื่อสาร และการขนส่ง หากกระแสการลงทุนใน Data Center จากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกไหลเข้าสู่ประเทศไทยจริงในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จะเป็นเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติระลอกใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น กลุ่มบริการ, อสังหาริมทรัพย์, พลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ธีมนี้จึงเหมาะที่จะเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตดาวบริวาร (Satellite) สำหรับการลงทุนระยะยาว

สินทรัพย์ทางเลือกและสินทรัพย์ปลอดภัย: ทองคำและตราสารหนี้

ในภาวะที่เงินเฟ้อยังคงอยู่และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์สูง ทองคำ และโลหะมีค่ายังคงเป็นสินทรัพย์ที่น่าสนใจเพื่อใช้ป้องกันความเสี่ยง (Hedging) นักลงทุนบางส่วนเริ่มเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในทองคำเพื่อป้องกันการด้อยค่าของเงินและรับมือกับความไม่แน่นอนต่างๆ

ขณะเดียวกัน ตราสารหนี้คุณภาพดี ก็กลับมามีความน่าสนใจในภาวะที่อัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มเป็นขาลง เนื่องจากราคาของตราสารหนี้จะปรับตัวสูงขึ้นเมื่อดอกเบี้ยลดลง การลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้หรือพันธบัตรรัฐบาลจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการลดความผันผวนของพอร์ตและรับประโยชน์จากทิศทางดอกเบี้ย

หุ้นเติบโตต่างประเทศ: AI และเทคโนโลยี

แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่การเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง นักวิเคราะห์มองว่ากระแสการเติบโตของ AI ยังสามารถดำเนินต่อไปได้อีก 2-3 ปี การจัดสรรเงินลงทุนส่วนหนึ่งไปยังกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีระดับโลก หรือหุ้นที่เกี่ยวข้องกับห่วงโซ่อุปทานของ AI จึงเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มศักยภาพการเติบโตให้กับพอร์ตการลงทุนในภาพรวม โดยจัดอยู่ในส่วนของดาวบริวาร (Satellite) หรือฝั่งเติบโตสูงของกลยุทธ์บาร์เบล

ข้อแนะนำและหลักคิดสำคัญในการลงทุนปี 2569

จากข้อมูลและบทวิเคราะห์ของสถาบันการเงินต่างๆ สามารถสรุปเป็นหลักคิดสำคัญที่นักลงทุนควรยึดถือในการจัดพอร์ตปี 2569 ได้ดังนี้:

  • กระจายการลงทุนไปต่างประเทศ: อย่าพึ่งพาการลงทุนในประเทศไทยเพียงอย่างเดียว การเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศ ทั้งในตลาดหุ้นและตราสารหนี้ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแสวงหาโอกาสการเติบโตที่หลากหลายขึ้น
  • ออกแบบโครงสร้างพอร์ตให้ชัดเจน: เปลี่ยนจากการ “กระจายความเสี่ยง” แบบทั่วไป มาเป็นการ “ออกแบบโครงสร้าง” พอร์ตอย่างมีหลักการ เช่น การใช้แนวคิด Core & Satellite หรือ Barbell Approach เพื่อให้พอร์ตมีความยืดหยุ่นและเป้าหมายที่ชัดเจน
  • เตรียมรับโลกดอกเบี้ยขาลงแต่เงินเฟ้อไม่หาย: จัดพอร์ตให้มีความสมดุลระหว่างสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาลง (เช่น ตราสารหนี้, หุ้นกลุ่มเติบโต) และสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงเงินเฟ้อ (เช่น ทองคำ, หุ้นของบริษัทที่มีอำนาจในการกำหนดราคา)
  • เน้นคุณภาพมากกว่าเรื่องราว: ในสภาวะที่ไม่แน่นอน ควรให้ความสำคัญกับปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ เช่น งบดุลที่แข็งแกร่ง, กระแสเงินสดสม่ำเสมอ และความสามารถในการแข่งขัน มากกว่าการลงทุนตามกระแสหรือเรื่องราว (Story) ในระยะสั้น
  • อดทนต่อความผันผวนและมองภาพระยะยาว: ปี 2569 ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอนจากปัจจัยมหภาค การลงทุนจึงต้องอาศัยความอดทนและมุมมองในระยะยาว เพื่อหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่ผิดพลาดจากความผันผวนในระยะสั้น

สรุปแนวทางการลงทุนท่ามกลางความท้าทาย

สรุปแล้ว การจัดพอร์ตปี 2569 จำเป็นต้องอาศัยแนวทางที่รอบคอบและมีกลยุทธ์มากกว่าที่เคยเป็นมา นักลงทุนต้องยอมรับความจริงที่ว่าสภาวะเศรษฐกิจเติบโตต่ำและมีความผันผวนสูงอาจกลายเป็น “ความปกติใหม่” การปรับตัวโดยใช้กลยุทธ์การลงทุนที่มีโครงสร้างชัดเจน เช่น Core & Satellite หรือ Barbell Approach ควบคู่ไปกับการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์และภูมิภาคที่หลากหลาย จะเป็นกุญแจสำคัญในการนำทางพอร์ตการลงทุนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทาย และบรรลุเป้าหมายทางการเงินที่วางไว้ในที่สุด

สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างสรรค์เสื้อผ้าที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร หรือเสื้อยืดพิมพ์ลาย เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย KDC SPORT พร้อมให้บริการรับผลิตและจำหน่าย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและ ติดต่อเรา ได้ที่

ที่อยู่: 888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ