ภาษีคริปโต 2026: สรุปครบจบที่เดียวสำหรับนักเทรด
สำหรับนักลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ประเด็นด้านกฎหมายและภาษีถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวทางการจัดเก็บ ภาษีคริปโต 2026: สรุปครบจบที่เดียวสำหรับนักเทรด ซึ่งยังคงอยู่ภายใต้มาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการวางแผนการลงทุนและการปฏิบัติตามกฎหมายให้ถูกต้อง
ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลปี 2569
- การยกเว้นภาษีกำไร (Capital Gains): กำไรจากการขายหรือโอนสินทรัพย์ดิจิทัลสำหรับบุคคลธรรมดา ยังคงได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ หากทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต.
- ระยะเวลาของมาตรการ: นโยบายยกเว้นภาษีดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 ปี โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 และจะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2572
- เงื่อนไขการทำธุรกรรม: การยกเว้นภาษีครอบคลุมเฉพาะการซื้อขายผ่าน Exchange ที่ถูกกฎหมายในประเทศไทยเท่านั้น การซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต หรือการนำคริปโตไปใช้ชำระค่าสินค้าและบริการโดยตรง ยังคงต้องเสียภาษีตามปกติ
- การยื่นภาษี: แม้กำไรบางส่วนจะได้รับการยกเว้นภาษี นักลงทุนยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90) หากมีกำไรรวมเกินเกณฑ์ที่กำหนด
- ความสำคัญของการเก็บข้อมูล: นักลงทุนควรเก็บรักษาหลักฐานการทำธุรกรรมทั้งหมดอย่างเป็นระบบ เพื่อใช้ในการคำนวณต้นทุนและประกอบการยื่นภาษีประจำปี
ภาพรวมมาตรการภาษีคริปโต 2026 ในประเทศไทย
สถานการณ์ด้าน ภาษีคริปโต 2026: สรุปครบจบที่เดียวสำหรับนักเทรด ยังคงดำเนินไปตามทิศทางที่ภาครัฐกำหนดไว้เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ โดยสาระสำคัญคือการขยายระยะเวลาการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Capital Gains Tax) ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับนักลงทุนและผู้ที่อยู่ในแวดวงนี้ มาตรการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของตลาด และดึงดูดการลงทุนให้เกิดขึ้นภายในประเทศ
ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา กฎกระทรวง ฉบับที่ 399 (พ.ศ. 2568) ได้กำหนดให้ยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับผลประโยชน์ที่ได้จากการโอนคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัล ซึ่งตีราคาเป็นเงินได้เกินกว่าที่ลงทุน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2568 เป็นต้นไป
ที่มาและเป้าหมายของนโยบาย
นโยบายยกเว้นภาษีนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ซึ่งเห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลัง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Hub) ในภูมิภาค การลดภาระทางภาษีสำหรับนักลงทุนรายย่อยถูกมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายและลงทุนผ่านผู้ประกอบการที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือให้กับตลาดโดยรวม นอกจากนี้ ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัลภายในประเทศอีกด้วย
ผลกระทบต่อนักลงทุนและผู้ประกอบการ
สำหรับนักลงทุนบุคคลธรรมดา มาตรการนี้ช่วยลดความซับซ้อนและภาระในการคำนวณภาษีจากกำไรที่เกิดขึ้น ทำให้สามารถวางแผนการลงทุนได้ง่ายขึ้น และส่งผลให้เกิดสภาพคล่องในตลาดเพิ่มขึ้นจากการทำธุรกรรมผ่าน Exchange ที่ถูกกฎหมาย ส่วนในฝั่งของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต เช่น ศูนย์ซื้อขาย (Exchange), นายหน้า (Broker), และผู้ค้า (Dealer) ก็ได้รับประโยชน์ทางอ้อมจากการที่นักลงทุนหันมาใช้บริการผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายมากขึ้น ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเสถียรภาพให้กับธุรกิจของตนเอง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องตระหนักถึงเงื่อนไขและข้อยกเว้นต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าการลงทุนของตนเองเข้าเกณฑ์การยกเว้นภาษีอย่างครบถ้วน
เจาะลึกเงื่อนไขการยกเว้นและการเสียภาษี
แม้ว่าหัวใจหลักของกฎหมายคริปโต 2569 คือการยกเว้นภาษีกำไรจากการขาย แต่การทำความเข้าใจรายละเอียดและขอบเขตของมาตรการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดในการยื่นภาษี นักลงทุนจำเป็นต้องจำแนกประเภทของธุรกรรมและรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลให้ชัดเจนว่ากรณีใดเข้าข่ายได้รับการยกเว้น และกรณีใดที่ยังคงมีภาระภาษีตามปกติ
ธุรกรรมที่เข้าข่ายได้รับการยกเว้นภาษี
เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเต็มที่ ธุรกรรมของนักลงทุนจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต: กำไรจากการขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลจะได้รับการยกเว้นภาษีก็ต่อเมื่อทำธุรกรรมผ่านศูนย์ซื้อขาย, นายหน้า, หรือผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เท่านั้น ตัวอย่างเช่น การโอนเหรียญจากแพลตฟอร์มต่างประเทศเข้ามาขายใน Exchange ของไทยที่ถูกกฎหมาย กำไรที่เกิดขึ้นจากการขายในไทยจะได้รับการยกเว้น
- การถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล: การถือครองคริปโทเคอร์เรนซีหรือโทเคนดิจิทัลไว้ใน Wallet โดยที่ยังไม่มีการขายหรือแลกเปลี่ยน ไม่ถือว่าเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
- การโอนระหว่าง Wallet ของตนเอง: การโอนสินทรัพย์ดิจิทัลระหว่าง Wallet ที่เป็นของตนเอง (Wallet-to-Wallet transfer) ไม่ถือเป็นการขาย และไม่ก่อให้เกิดภาระภาษี
- เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ: ในทางปฏิบัติ หากบุคคลธรรมดามีกำไรจากการลงทุนรวมทุกประเภทยังไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี จะไม่จำเป็นต้องยื่นภาษีและไม่ต้องเสียภาษี และหากมีกำไรรวมไม่เกิน 210,000 บาทต่อปี แม้จะต้องยื่นภาษีแต่ก็ยังไม่ต้องชำระภาษี เนื่องจากได้รับการยกเว้นในขั้นแรก
กรณีที่ยังต้องเสียภาษีตามกฎหมาย
ในทางกลับกัน มีธุรกรรมบางประเภทที่ไม่อยู่ในข่ายของการยกเว้นภาษี ซึ่งนักลงทุนต้องนำกำไรที่เกิดขึ้นไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามอัตราก้าวหน้า หรืออาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% แล้วแต่กรณี โดยธุรกรรมเหล่านี้ ได้แก่:
- การขายผ่านแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาต: หากนักลงทุนขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่าน Exchange ในต่างประเทศที่ไม่มีใบอนุญาตในไทย หรือทำธุรกรรมแบบ Peer-to-Peer (P2P) โดยไม่ผ่านผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมาย กำไรที่เกิดขึ้นจะต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีตามปกติ
- การใช้คริปโตชำระค่าสินค้าหรือบริการ: การนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปแลกเปลี่ยนเป็นสินค้าหรือบริการโดยตรง ถือเป็นการ “ขาย” สินทรัพย์ดิจิทัลนั้น หากการแลกเปลี่ยนไม่ได้ทำผ่านผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาต กำไรที่เกิดขึ้นจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นจะต้องเสียภาษี
- ชาวต่างชาติที่มีถิ่นพำนักในไทย: สำหรับชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยเกิน 180 วันต่อปี มีหน้าที่ต้องเสียภาษีจากกำไรที่เกิดขึ้นในต่างประเทศเฉพาะเมื่อนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกัน อย่างไรก็ตาม มาตรการยกเว้น 5 ปี อาจครอบคลุมธุรกรรมเหล่านี้หากดำเนินการผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายในไทย
| ประเภทธุรกรรม | สถานะทางภาษี | เงื่อนไข/หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขายคริปโตผ่าน Exchange ที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. | ได้รับการยกเว้นภาษี (0%) | กำไรจากการขายไม่ต้องนำไปคำนวณภาษีเงินได้ |
| ขายคริปโตผ่านแพลตฟอร์มต่างประเทศ/P2P | ต้องเสียภาษี | กำไรถือเป็นเงินได้พึงประเมิน ต้องยื่นภาษีตามปกติ |
| ถือคริปโตใน Wallet (ไม่ขาย) | ไม่เสียภาษี | ยังไม่เกิดการรับรู้รายได้ (Unrealized Gain) |
| ใช้คริปโตซื้อสินค้า/บริการโดยตรง | ต้องเสียภาษี | ถือเป็นการขายสินทรัพย์ ต้องคำนวณกำไรจากมูลค่าที่เพิ่มขึ้น |
| รายได้จาก Staking/Airdrop/Lending | อาจต้องเสียภาษี (ตามกฎเดิม) | มาตรการยกเว้นเน้นที่ Capital Gains รายได้ประเภทอื่นควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร |
ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักเทรดในปี 2569
เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายและใช้ประโยชน์จากมาตรการทางภาษีได้อย่างสูงสุด นักเทรดและนักลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลควรมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนในการจัดการพอร์ตการลงทุนและการทำธุรกรรมตลอดปีภาษี 2569
การเลือกใช้แพลตฟอร์มซื้อขาย
ปัจจัยที่สำคัญที่สุดคือการเลือกทำธุรกรรมผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. เท่านั้น นักลงทุนควรตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตล่าสุดบนเว็บไซต์ของ ก.ล.ต. อยู่เสมอ เนื่องจากรายชื่ออาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ การทำธุรกรรมผ่านช่องทางเหล่านี้ไม่เพียงแต่จะทำให้กำไรที่เกิดขึ้นได้รับการยกเว้นภาษี แต่ยังเพิ่มความปลอดภัยให้กับการลงทุน เนื่องจากผู้ประกอบการเหล่านี้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานภาครัฐ
การคำนวณกำไรขาดทุนและยื่นภาษี
แม้ว่ากำไรจากการขายผ่านช่องทางที่ถูกกฎหมายจะได้รับการยกเว้นภาษี แต่นักลงทุนยังคงมีหน้าที่ต้องจัดทำบัญชีต้นทุนและกำไรขาดทุนจากการลงทุนของตนเองอย่างสม่ำเสมอ วิธีการคำนวณต้นทุนที่กรมสรรพากรยอมรับ ได้แก่ วิธีเข้าก่อน-ออกก่อน (FIFO – First-In, First-Out) หรือวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average Cost) การมีข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยให้การยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ประจำปีเป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่มีรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นที่ต้องเสียภาษีรวมอยู่ด้วย การเก็บหลักฐานการทำธุรกรรมทั้งหมด เช่น รายงานการซื้อขายจาก Exchange, เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
รายได้ประเภทอื่นจากสินทรัพย์ดิจิทัล
สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ มาตรการยกเว้นภาษีนี้เน้นไปที่ “กำไรจากการขาย” (Capital Gains) เป็นหลัก สำหรับรายได้ประเภทอื่นที่เกิดจากสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น ผลตอบแทนจากการ Staking, การให้ยืม (Lending), หรือเหรียญที่ได้รับมาโดยไม่มีต้นทุน (Airdrop) อาจยังคงต้องเสียภาษีตามกฎหมายเดิม เนื่องจากถือเป็นเงินได้พึงประเมินประเภทอื่น นักลงทุนที่มีรายได้ในส่วนนี้ควรศึกษาแนวทางปฏิบัติของกรมสรรพากรเพิ่มเติม หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อความชัดเจนและถูกต้องในการยื่นภาษี
บทสรุปและแนวทางการวางแผนภาษี
โดยสรุปแล้ว แนวทางด้าน ภาษีคริปโต 2026 ในประเทศไทยยังคงเป็นไปในทิศทางที่สนับสนุนนักลงทุนและอุตสาหกรรม การขยายเวลามาตรการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตไปจนถึงสิ้นปี 2572 ถือเป็นปัจจัยบวกที่สร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการลงทุนในประเทศ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนต้องมีความรอบคอบและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ถูกกฎหมาย การเก็บรักษาเอกสารหลักฐาน และการทำความเข้าใจความแตกต่างของรายได้แต่ละประเภท เพื่อให้การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนและการวางแผนภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามกฎหมาย
การวางแผนที่ดีเป็นหัวใจสำคัญในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนหรือการดำเนินธุรกิจ สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์และส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ การมีชุดยูนิฟอร์มหรือเสื้อผ้าที่เป็นสัญลักษณ์ของทีมเป็นสิ่งสำคัญ KDC SPORT คือผู้เชี่ยวชาญด้านการรับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืดคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย พร้อมบริการรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย สามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ที่อยู่: 888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 094-295-9898


