เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี
- สรุปประเด็นสำคัญสำหรับการวางแผนภาษีปี 2568
- ความสำคัญของการวางแผนภาษีในช่วงโค้งสุดท้าย
- กลุ่มที่ 1: ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
- กลุ่มที่ 2: ประกัน เงินออม และการลงทุน
- กลุ่มที่ 3: เงินบริจาค
- กลุ่มที่ 4: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
- กลุ่มที่ 5: อสังหาริมทรัพย์
- สรุปรายการที่ต้องดำเนินการด่วนก่อนสิ้นปี 2568
- บทสรุปและการวางแผนเพื่ออนาคต
เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายปี การเตรียมความพร้อมสำหรับยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้มีเงินได้ทุกคน การจัดทำ เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี จะช่วยให้สามารถวางแผนและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและทันท่วงที
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับการวางแผนภาษีปี 2568
- การตรวจสอบสิทธิลดหย่อนพื้นฐาน: ค่าลดหย่อนส่วนตัว, ครอบครัว, และค่าอุปการะเลี้ยงดู เป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบให้ครบถ้วน
- การลงทุนเพื่อการเกษียณ: การลงทุนในกองทุน RMF, PVD, กบข. และ กอช. เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการเงินระยะยาวและประหยัดภาษี โดยมีเพดานรวมสูงสุด 500,000 บาท
- ความคุ้มครองและการออมผ่านประกัน: เบี้ยประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, และประกันบำนาญ เป็นอีกทางเลือกที่ช่วยบริหารความเสี่ยงพร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี
- การใช้จ่ายผ่านโครงการภาครัฐ: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Easy e-Receipt 2.0 และ เที่ยวดีมีคืน เป็นโอกาสในการนำรายจ่ายมาลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม
- กำหนดเวลาสำคัญ: รายการลดหย่อนส่วนใหญ่ เช่น การซื้อกองทุน และเบี้ยประกัน ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อใช้สิทธิสำหรับปีภาษี 2568
ความสำคัญของการวางแผนภาษีในช่วงโค้งสุดท้าย
การจัดทำ เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี คือกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมรายการค่าใช้จ่ายและการลงทุนที่กฎหมายกำหนดให้สามารถนำมาหักออกจากเงินได้พึงประเมินก่อนนำไปคำนวณภาษี ซึ่งส่งผลให้ภาระภาษีที่ต้องชำระลดลง การวางแผนภาษีมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้มีเงินได้ทุกคนที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) โดยเฉพาะในช่วงปลายปี ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายในการดำเนินการตามเงื่อนไขของสิทธิลดหย่อนต่างๆ เช่น การซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวม หรือการชำระเบี้ยประกัน ให้ทันภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อให้สามารถใช้สิทธิสำหรับปีภาษีนั้นๆ ได้อย่างครบถ้วน การเตรียมการล่วงหน้าไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดภาษี แต่ยังเป็นการทบทวนเป้าหมายทางการเงินและสร้างวินัยในการออมและการลงทุนไปพร้อมกัน
กลุ่มที่ 1: ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
ค่าลดหย่อนกลุ่มนี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้เสียภาษีทุกคนควรทำความเข้าใจและตรวจสอบเงื่อนไข เพื่อให้แน่ใจว่าได้ใช้สิทธิอย่างถูกต้องและครบถ้วน ประกอบด้วยรายการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาระส่วนตัวและครอบครัว
ค่าลดหย่อนส่วนตัวและคู่สมรส
ผู้มีเงินได้ทุกคนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนส่วนตัวได้ 60,000 บาท โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ หากมีคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและไม่มีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีนั้น หรือมีเงินได้แต่เลือกยื่นภาษีรวมกัน สามารถใช้สิทธิลดหย่อนคู่สมรสได้อีก 60,000 บาท
ค่าลดหย่อนบุตร
สำหรับผู้เสียภาษีที่มีบุตร สามารถใช้สิทธิลดหย่อนบุตรได้คนละ 30,000 บาท โดยมีเงื่อนไขว่าบุตรต้องมีอายุไม่เกิน 25 ปีและยังศึกษาอยู่ในระดับมหาวิทยาลัยหรือเทียบเท่า หรือเป็นผู้เยาว์ หรือเป็นบุคคลที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ และบุตรต้องมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท (ยกเว้นเงินได้ที่ได้รับการยกเว้น) ในกรณีบุตรคนที่สองเป็นต้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 จะมีเงื่อนไขลดหย่อนเพิ่มเติมตามที่กฎหมายกำหนด
ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
สามารถลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาของตนเองและบิดามารดาของคู่สมรสได้คนละ 30,000 บาท รวมสูงสุดไม่เกิน 4 คน (120,000 บาท) โดยบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท และต้องไม่ได้ใช้สิทธิลดหย่อนนี้ซ้ำซ้อนกับบุตรคนอื่น
ค่าอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการหรือทุพพลภาพ
หากผู้เสียภาษีมีภาระในการอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการหรือทุพพลภาพ สามารถนำมาลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท โดยผู้พิการต้องมีบัตรประจำตัวผู้พิการ และมีเงินได้พึงประเมินในปีภาษีไม่เกิน 30,000 บาท
ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร
สำหรับผู้ที่ตั้งครรภ์ สามารถนำค่าใช้จ่ายในการฝากครรภ์และคลอดบุตรที่จ่ายให้กับสถานพยาบาลของรัฐหรือเอกชน มาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง
กลุ่มที่ 2: ประกัน เงินออม และการลงทุน
กลุ่มนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนการเงินระยะยาวและการบริหารความเสี่ยง ซึ่งนอกจากจะสร้างความมั่นคงทางการเงินแล้ว ยังมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่น่าสนใจอีกด้วย รายการลดหย่อนในกลุ่มนี้มักมีเงื่อนไขและเพดานวงเงินที่ซับซ้อน จึงควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ
ภาพรวมกลุ่มประกันและการลงทุน
การลดหย่อนในกลุ่มนี้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทางการเงินหลากหลายประเภท ตั้งแต่เบี้ยประกันไปจนถึงการลงทุนในกองทุนต่างๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและการสร้างหลักประกันในชีวิต ตารางด้านล่างสรุปสิทธิลดหย่อนที่สำคัญในกลุ่มนี้สำหรับปีภาษี 2568
| รายการ | วงเงินสูงสุด | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| ประกันสังคม | 9,000 บาท | ตามยอดที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาทต่อปี |
| เบี้ยประกันชีวิต / ประกันสะสมทรัพย์ | 100,000 บาท | กรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป |
| เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง | 25,000 บาท | เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิต/สะสมทรัพย์แล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท |
| เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา | 15,000 บาท | ตามที่จ่ายจริงสำหรับบิดามารดาที่มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี |
| เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ | 200,000 บาท | ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท |
| กองทุน RMF (เพื่อการเลี้ยงชีพ) | 500,000 บาท | ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท |
| กองทุน ThaiESG | 300,000 บาท | ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท (ต้องถือครอง 8 ปี) |
| กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กบข. | 500,000 บาท | ลดหย่อนได้ 15% (PVD) หรือ 30% (กบข.) ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท |
| กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) | 30,000 บาท | ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี |
| เงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) | 100,000 บาท | ตามจำนวนที่ลงทุนจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท |
ข้อควรจำ: การลดหย่อนในกลุ่มการออมเพื่อการเกษียณ อันได้แก่ RMF, PVD, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, กอช. และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เมื่อนำมารวมกันทั้งหมดแล้ว จะต้องไม่เกินเพดานสูงสุดที่ 500,000 บาท
กลุ่มที่ 3: เงินบริจาค
การบริจาคเพื่อสนับสนุนองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ ไม่เพียงแต่เป็นการทำความดี แต่ยังสามารถนำมาใช้เป็นสิทธิลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย โดยแบ่งออกเป็นหลายประเภทตามวัตถุประสงค์ของการบริจาค
เงินบริจาคทั่วไป
เงินบริจาคให้แก่มูลนิธิ, องค์การสาธารณกุศล, สถานพยาบาล และวัดวาอารามทั่วไป สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามจำนวนที่บริจาคจริง แต่ต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ ทั้งหมดแล้ว
เงินบริจาคที่ได้สิทธิลดหย่อน 2 เท่า
การบริจาคเพื่อสนับสนุนบางหน่วยงานที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นพิเศษ จะได้รับสิทธิลดหย่อนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคจริง แต่เมื่อคำนวณสิทธิแล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิหลังหักลดหย่อนเช่นกัน หน่วยงานเหล่านี้ประกอบด้วย:
- สถานศึกษา: สำหรับการจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน หรือสร้างอาคารเรียน
- สถานพยาบาลของรัฐ: เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์
- การกีฬา: บริจาคให้แก่การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือสมาคมกีฬาที่ได้รับการรับรอง
- กองทุนเพื่อการพัฒนาสังคมต่างๆ: ตามที่กฎหมายกำหนด
- การบริจาคผ่านระบบ e-Donation: การบริจาคผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ของกรมสรรพากร ซึ่งข้อมูลจะถูกส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติ ทำให้สะดวกและลดขั้นตอนการเก็บเอกสาร
เงินบริจาคให้แก่พรรคการเมือง
ผู้เสียภาษีสามารถนำเงินที่บริจาคให้แก่พรรคการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง มาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
กลุ่มที่ 4: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
ในแต่ละปี ภาครัฐอาจมีมาตรการพิเศษเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ ซึ่งผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายตามโครงการเหล่านั้นมาลดหย่อนภาษีได้ สำหรับปี 2568 มีโครงการที่น่าสนใจดังนี้
โครงการ Easy e-Receipt 2.0
เป็นโครงการที่ออกมาในช่วงต้นปี (16 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2568) เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายสินค้าและบริการภายในประเทศ โดยผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายมาลดหย่อนได้สูงสุด 50,000 บาท แบ่งเป็น:
- 30,000 บาทแรก สำหรับการซื้อสินค้าและบริการทั่วไปจากร้านค้าที่สามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) ได้
- 20,000 บาทเพิ่มเติม สำหรับการซื้อสินค้า OTOP, สินค้าวิสาหกิจชุมชน หรือสินค้าจากผู้ประกอบการที่สนับสนุนกิจกรรมทางสังคม
โครงการเที่ยวดีมีคืน
เป็นมาตรการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี (29 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ผู้เสียภาษีสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการเข้าพักโรงแรม, ที่พัก, และค่าอาหาร มาลดหย่อนได้สูงสุด 30,000 บาท โดยมีเงื่อนไขพิเศษคือ หากเป็นการใช้จ่ายในเมืองรองจะสามารถนำมาคำนวณลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง ทั้งนี้ หากค่าใช้จ่ายต่อครั้งเกิน 10,000 บาท จำเป็นต้องมีหลักฐานเป็น e-Tax Invoice
กลุ่มที่ 5: อสังหาริมทรัพย์
สำหรับผู้ที่มีภาระผูกพันเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย กฎหมายได้กำหนดสิทธิลดหย่อนเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้
ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย
ผู้เสียภาษีที่กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อ, เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัย เช่น บ้าน, คอนโดมิเนียม สามารถนำดอกเบี้ยเงินกู้ที่จ่ายไปตลอดทั้งปีมาลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ในกรณีกู้ร่วมกันหลายคน ให้แบ่งสิทธิลดหย่อนนี้เฉลี่ยเท่าๆ กัน แต่รวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
สรุปรายการที่ต้องดำเนินการด่วนก่อนสิ้นปี 2568
เมื่อเข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี การตรวจสอบและดำเนินการในรายการลดหย่อนต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ควรจะได้รับ
เส้นตายสำคัญ: 31 ธันวาคม 2568
รายการลดหย่อนส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือการชำระเงิน เช่น กองทุน RMF, ThaiESG, เบี้ยประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, และประกันบำนาญ จะต้องทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้นภายในวันทำการสุดท้ายของปี หรือภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อให้สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีสำหรับปีภาษี 2568 ได้
การเตรียมเอกสารสำคัญ
การเตรียมเอกสารหลักฐานให้พร้อมเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้กัน เพื่อความสะดวกและถูกต้องในการยื่นภาษี เอกสารที่ควรเตรียมมีดังนี้:
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ): เอกสารสำคัญที่แสดงรายได้และภาษีที่ถูกหักไว้ตลอดทั้งปี
- หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกัน: เอกสารจากบริษัทประกันที่ยืนยันการชำระเบี้ยประกันชีวิต, สุขภาพ, และบำนาญ
- หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุน: เอกสารจากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) สำหรับการลงทุนใน RMF และ ThaiESG
- ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี: สำหรับค่าใช้จ่ายในโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Easy e-Receipt 2.0 (ต้องเป็นรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์)
- ใบเสร็จรับเงินบริจาค: หรือหลักฐานจากระบบ e-Donation
- เอกสารรับรองดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย: จากธนาคารหรือสถาบันการเงิน
กำหนดการยื่นภาษี
หลังจากสิ้นสุดปีภาษี 2568 แล้ว ผู้มีเงินได้จะมีเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) ในช่วงต้นปี 2569 โดยมีกำหนดการดังนี้:
- ยื่นแบบกระดาษ ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่: ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569
- ยื่นแบบผ่านช่องทางออนไลน์ (E-filing): ได้รับการขยายเวลาถึงวันที่ 8 เมษายน 2569
บทสรุปและการวางแผนเพื่ออนาคต
การวางแผนภาษีเป็นกระบวนการที่ควรทำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี การใช้เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 ในช่วงโค้งสุดท้ายนี้เป็นเพียงการทบทวนและดำเนินการในส่วนที่ยังขาดตกบกพร่อง เพื่อให้มั่นใจได้ว่ามีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างคุ้มค่าที่สุด การทำความเข้าใจในแต่ละรายการลดหย่อนไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินในปัจจุบัน แต่ยังเป็นการส่งเสริมวินัยทางการเงินที่ดี สร้างความมั่นคงในระยะยาว และเป็นรากฐานสำคัญในการบรรลุเป้าหมายทางการเงินในอนาคต
สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย KDC SPORT รับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืดคุณภาพสูง พร้อมทั้งรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย สามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ที่อยู่ของเรา
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
094-295-9898


