โค้งสุดท้าย! เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 ใช้จ่ายยังไงให้คุ้ม
เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายปี คำถามที่ว่า “โค้งสุดท้าย! เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 ใช้จ่ายยังไงให้คุ้ม” กลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกคน การวางแผนภาษีอย่างรอบคอบไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งผ่านการลงทุนและการออมที่ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกด้วย บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลสรุปรายการลดหย่อนภาษีปี 2568 อย่างครบถ้วน เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจใช้จ่ายและลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนสิ้นปีภาษี
สรุปประเด็นสำคัญสำหรับการวางแผนภาษีโค้งสุดท้าย
- รายการลดหย่อนภาษีปี 2568 ครอบคลุมหลายหมวดหมู่ ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายส่วนตัว, ประกัน, กองทุนเพื่อการออมและการลงทุน ไปจนถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ซึ่งผู้เสียภาษีสามารถเลือกใช้สิทธิได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
- การวางแผนภาษีในช่วงโค้งสุดท้ายต้องพิจารณาการใช้สิทธิให้เต็มเพดาน โดยเฉพาะกลุ่มประกันและกองทุนรวม ซึ่งมีเพดานรวมสูงสุดที่ 500,000 บาท การจัดสรรเงินในส่วนนี้จึงต้องทำอย่างมีกลยุทธ์
- มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น Easy E-Receipt 2.0 และ เที่ยวดีมีคืน เป็นโอกาสในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมจากการใช้จ่ายที่จำเป็น แต่ต้องใส่ใจเงื่อนไขด้านระยะเวลาและประเภทของเอกสารหลักฐาน (e-Tax Invoice / e-Receipt)
- การบริจาคผ่านระบบ e-Donation ให้กับสถานศึกษา, สถานพยาบาลของรัฐ หรือองค์กรสาธารณกุศลที่กำหนด สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ถึง 2 เท่าของเงินบริจาคจริง ซึ่งเป็นช่องทางที่ให้ประโยชน์ทั้งการประหยัดภาษีและการสนับสนุนสังคม
ทำความเข้าใจความสำคัญของการวางแผนภาษีช่วงท้ายปี
การวางแผนภาษีเป็นส่วนหนึ่งของการเงินส่วนบุคคลที่สำคัญ โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของปีภาษี ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายที่ผู้มีเงินได้จะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ การดำเนินการในช่วงเวลานี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการบริหารจัดการกระแสเงินสดและลดภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จะต้องชำระในปีถัดไป (ปี 2569) การละเลยหรือไม่ให้ความสำคัญอาจหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการประหยัดเงินจำนวนมาก
ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ, ฟรีแลนซ์, หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ควรให้ความสนใจกับการตรวจสอบสิทธิลดหย่อนของตนเอง เพราะรายการลดหย่อนมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ค่าลดหย่อนพื้นฐานที่ทุกคนได้รับ ไปจนถึงค่าลดหย่อนจากการใช้จ่ายเฉพาะด้าน เช่น การซื้อประกัน, การลงทุนในกองทุนรวม หรือการเข้าร่วมมาตรการของรัฐ การเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้มีเวลาศึกษาข้อมูลและตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสมกับเป้าหมายของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
เปิดคู่มือลดหย่อนภาษี 2568 ฉบับสมบูรณ์
เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด จำเป็นต้องทำความเข้าใจรายการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี 2568 ซึ่งจะใช้ยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2569 โดยสามารถแบ่งออกเป็น 5 หมวดหลัก ดังนี้
หมวดที่ 1: ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
กลุ่มนี้เป็นสิทธิพื้นฐานที่ผู้เสียภาษีส่วนใหญ่สามารถใช้ได้ตามสถานะของตนเองและครอบครัว ประกอบด้วย:
- ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท เป็นสิทธิที่ผู้มีเงินได้ทุกคนจะได้รับโดยอัตโนมัติ
- ค่าลดหย่อนคู่สมรส: 60,000 บาท สำหรับคู่สมรสที่จดทะเบียนตามกฎหมายและไม่มีเงินได้ในปีภาษีนั้นๆ
- ค่าลดหย่อนบุตร: 30,000 บาทต่อคน สำหรับบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายหรือบุตรบุญธรรมที่มีอายุไม่เกิน 20 ปี หรืออายุไม่เกิน 25 ปีและกำลังศึกษาอยู่ หรือเป็นผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถ นอกจากนี้ยังรวมค่าฝากครรภ์และคลอดบุตรที่จ่ายไปในปีภาษีนั้นได้อีกด้วย
- ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา: 30,000 บาทต่อคน สำหรับบิดามารดาของผู้มีเงินได้และคู่สมรส โดยบิดามารดาต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป และมีรายได้ต่อปีไม่เกิน 30,000 บาท
- ค่าอุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ: 60,000 บาทต่อคน สำหรับการอุปการะเลี้ยงดูผู้พิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ หรือบุคคลทุพพลภาพที่ดูแลอยู่
หมวดที่ 2: กลุ่มประกันและการวางแผนเกษียณ
การลงทุนในผลิตภัณฑ์ประกันภัยเป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมในการลดหย่อนภาษี พร้อมกับสร้างความคุ้มครองและความมั่นคงทางการเงิน:
- เบี้ยประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยกรมธรรม์ต้องมีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
- เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
- เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาทต่อคน โดยบิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
- เบี้ยประกันบำนาญ: ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ/กบข./กอช. และ RMF ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- เงินสมทบกองทุนประกันสังคม: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาท
หมวดที่ 3: กลุ่มกองทุนเพื่อการออมและการลงทุน
การลงทุนระยะยาวในกองทุนต่างๆ ไม่เพียงสร้างโอกาสรับผลตอบแทน แต่ยังเป็นเครื่องมือวางแผนภาษีที่มีประสิทธิภาพ โดยมีเพดานการลดหย่อนรวมกันสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับบางประเภท
- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) / กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน: ลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท (สำหรับ กบข. อาจสูงถึง 30%)
- กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF): ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท และต้องลงทุนต่อเนื่องตามเงื่อนไข
- กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.): ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
- กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (ThaiESG): ลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องเป็นเงินลงทุนใหม่ หรือมาจากการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ที่ครบกำหนดในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 2568
- เงินลงทุนในวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise): ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
สิ่งสำคัญที่ต้องจำคือ กลุ่มกองทุน PVD/กบข./กอช., RMF, และประกันบำนาญ เมื่อนำมารวมกันแล้วจะสามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท ดังนั้น การคำนวณสัดส่วนการลงทุนในแต่ละกองทุนจึงเป็นเรื่องที่ต้องวางแผนอย่างละเอียด
หมวดที่ 4: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและค่าใช้จ่ายพิเศษ
นอกเหนือจากรายการลดหย่อนประจำแล้ว ภาครัฐมักมีมาตรการพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งผู้เสียภาษีสามารถใช้ประโยชน์ได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายในสินทรัพย์บางประเภท:
- ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย: ลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
- ค่าติดตั้งและซื้อระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop): ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท
สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะกิจในปี 2568 มีรายละเอียดที่น่าสนใจดังตารางต่อไปนี้
| มาตรการ | รายละเอียด | วงเงินสูงสุด | ระยะเวลา |
|---|---|---|---|
| Easy E-Receipt 2.0 | ค่าซื้อสินค้าหรือบริการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือไม่ก็ได้ รวมถึงสินค้า OTOP โดยต้องมีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) | 30,000 บาท | 16 ม.ค. – 28 ก.พ. 68 |
| เที่ยวดีมีคืน | ค่าบริการโรงแรม, ที่พัก, หรือร้านอาหารในเมืองรอง โดยสามารถคำนวณค่าลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง หากยอดเกิน 10,000 บาท ต้องใช้ e-Tax Invoice | 30,000 บาท | 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68 |
หมวดที่ 5: เงินบริจาค ลดหย่อนได้มากกว่าที่คิด
การบริจาคเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการลดหย่อนภาษีพร้อมกับการทำความดี โดยสิทธิประโยชน์จะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของการบริจาค:
- เงินบริจาคทั่วไป: สามารถลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง ให้กับวัดวาอาราม, สภากาชาดไทย, มูลนิธิ หรือองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ
- เงินบริจาคพิเศษ (ลดหย่อนได้ 2 เท่า): สำหรับการบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษา, การกีฬา, การพัฒนาสังคม และโรงพยาบาลของรัฐ โดยต้องเป็นการบริจาคผ่านระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation) ของกรมสรรพากรเท่านั้น
- เงินบริจาคให้พรรคการเมือง: สามารถนำมาลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
หมายเหตุ: ยอดรวมของเงินบริจาคทุกประเภทเมื่อนำมาลดหย่อนแล้วจะต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้พึงประเมินหลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว
ข้อควรรู้และคำแนะนำในการยื่นภาษีปี 2569
หลังจากรวบรวมและใช้สิทธิลดหย่อนภาษีตลอดปี 2568 แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) ซึ่งมีกำหนดการยื่นระหว่างวันที่ 1 มกราคม ถึง 31 มีนาคม 2569 สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมพร้อมคือเอกสารหลักฐานประกอบการลดหย่อนทุกรายการ เช่น หนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกัน, หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุน RMF/ThaiESG, ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และหลักฐานการบริจาค
การยื่นภาษีผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร (e-Filing) เป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยข้อมูลบางส่วน เช่น ค่าลดหย่อนจากระบบ e-Donation หรือการซื้อกองทุนกับสถาบันการเงินบางแห่ง อาจเชื่อมโยงกับระบบของกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ช่วยลดความยุ่งยากในการกรอกข้อมูล อย่างไรก็ตาม ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของข้อมูลทุกครั้งก่อนยืนยันการยื่นแบบฯ เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้น และควรติดตามประกาศจากกรมสรรพากรอย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากอาจมีการปรับปรุงเงื่อนไขหรือเพิ่มเติมสิทธิลดหย่อนต่างๆ ได้
บทสรุปและแนวทางการดำเนินการต่อ
การวางแผนภาษีในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความเข้าใจในสิทธิลดหย่อนต่างๆ และการดำเนินการอย่างเป็นระบบ การตรวจสอบเช็กลิสต์ลดหย่อนภาษีอย่างละเอียดจะช่วยให้ผู้มีเงินได้สามารถใช้จ่ายและลงทุนได้อย่างคุ้มค่า ไม่ใช่เพียงเพื่อการประหยัดภาษีในระยะสั้น แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวผ่านการออม, การลงทุน, และการสร้างความคุ้มครองจากประกันภัย การใช้จ่ายผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริจาคยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ให้ประโยชน์สองต่อ ดังนั้น การเริ่มต้นวางแผนตั้งแต่วันนี้จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่การบริหารการเงินส่วนบุคคลอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ากีฬาสำหรับงานแข่งขัน หรือเสื้อทีมสำหรับกิจกรรมองค์กร สามารถไว้วางใจ KDC SPORT ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลายคุณภาพสูง ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและรับผลิตให้กับแบรนด์ชั้นนำมากมาย หากสนใจผลิตเสื้อผ้า สามารถ ติดต่อเรา เพื่อรับคำปรึกษาและบริการที่น่าประทับใจ
ที่อยู่ของเรา
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
094-295-9898


