ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บขายจริงแล้วในไทย
ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บขายจริงแล้วในไทย
- สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง
- การปฏิวัติวงการอาหาร: เมื่อเนื้อสัตว์ไม่ต้องมาจากการฆ่า
- Cultured Meat คืออะไร: ทำความรู้จักอาหารแห่งอนาคต
- ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บขายจริงแล้วในไทย: จุดเปลี่ยนสำคัญ
- เหตุผลที่เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเป็นมากกว่าแค่ทางเลือก
- ภาพรวมตลาดและแนวโน้มในอนาคตของอาหารทางเลือก
- เปรียบเทียบเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงกับเนื้อจากพืช
- สรุป: อนาคตของโปรตีนที่ยั่งยืนเริ่มต้นแล้ว
นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการอาหารในประเทศไทย เมื่อนวัตกรรมที่เคยถูกมองว่าเป็นเรื่องไกลตัวได้กลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ ด้วยการประกาศรับรองและอนุญาตให้จำหน่ายเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เนื้อจากแล็บ” อย่างเป็นทางการ บทความนี้จะสำรวจทุกมิติของเทคโนโลยีอาหารแห่งอนาคต ตั้งแต่กระบวนการผลิต คุณประโยชน์ ไปจนถึงผลกระทบต่อตลาดและผู้บริโภคในประเทศไทย
สรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง
- การรับรองอย่างเป็นทางการในไทย: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้การรับรองเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเป็นครั้งแรก ทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์นี้ได้
- กระบวนการผลิตที่ไม่ต้องฆ่าสัตว์: เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงผลิตขึ้นจากการนำเซลล์ต้นกำเนิดจากสัตว์มาเพาะเลี้ยงในห้องปฏิบัติการให้เติบโตเป็นเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ปราศจากการฆ่าสัตว์โดยสิ้นเชิง
- ประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม: การผลิตเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ที่ดินและน้ำ อีกทั้งยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากอุตสาหกรรมปศุสัตว์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
- คุณค่าทางโภชนาการที่เทียบเท่า: เนื้อจากแล็บมีสารอาหารพื้นฐานเช่นเดียวกับเนื้อสัตว์ทั่วไป และยังมีศักยภาพในการเสริมวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นเพื่อเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการได้อีกด้วย
- ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่: นวัตกรรมนี้สอดคล้องกับแนวโน้มของผู้บริโภคที่ใส่ใจในสุขภาพ สวัสดิภาพสัตว์ และความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
การปฏิวัติวงการอาหาร: เมื่อเนื้อสัตว์ไม่ต้องมาจากการฆ่า
ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในวงการอาหารไทยได้เกิดขึ้นแล้ว เมื่อมีข่าวว่า ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บขายจริงแล้วในไทย อย่างเป็นทางการ การมาถึงของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง (Cultured Meat) ไม่ใช่เป็นเพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่สู่ตลาด แต่คือการส่งสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกระบวนทัศน์การผลิตและการบริโภคโปรตีนทั่วโลก นวัตกรรมนี้เปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ในการผลิตเนื้อสัตว์ที่ยังคงรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางโภชนาการไว้ครบถ้วน โดยไม่ต้องพึ่งพากระบวนการเลี้ยงและฆ่าสัตว์ในระบบอุตสาหกรรมแบบดั้งเดิมอีกต่อไป
การที่ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงได้ในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ถือเป็นหมุดหมายที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง เพราะไม่เพียงแต่จะสร้างความตื่นตัวในกลุ่มผู้ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่ยังอาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อห่วงโซ่อุปทานอาหารทั้งหมด ตั้งแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ไปจนถึงผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังเกี่ยวข้องกับมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และจริยธรรมอย่างลึกซึ้ง
Cultured Meat คืออะไร: ทำความรู้จักอาหารแห่งอนาคต
เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง หรือ Cultured Meat หรือที่เรียกกันติดปากว่า เนื้อจากแล็บ (Lab-grown Meat) คือเนื้อสัตว์จริงที่ผลิตขึ้นจากกระบวนการเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องปฏิบัติการ แทนที่จะมาจากการเลี้ยงและชำแหละสัตว์ทั้งตัว ผลลัพธ์ที่ได้คือเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อและไขมันที่มีโครงสร้างทางชีวภาพเหมือนกับเนื้อสัตว์ที่ได้จากฟาร์มทุกประการ แนวคิดนี้มีรากฐานมาจากวิศวกรรมเนื้อเยื่อทางการแพทย์ ซึ่งถูกนำมาประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารเพื่อสร้างแหล่งโปรตีนที่ยั่งยืนและมีมนุษยธรรมมากขึ้น
“เป้าหมายหลักของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงคือการสร้างผลิตภัณฑ์ที่แยกไม่ออกจากเนื้อสัตว์ทั่วไป ทั้งในด้านรสชาติ เนื้อสัมผัส และคุณค่าทางอาหาร แต่ผลิตด้วยกระบวนการที่มีประสิทธิภาพและส่งผลกระทบต่อโลกน้อยกว่า”
กระบวนการผลิตจากเซลล์สู่จานอาหาร
กระบวนการผลิตเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเริ่มต้นจากการเก็บตัวอย่างเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cells) จำนวนเล็กน้อยจากสัตว์ที่มีชีวิต เช่น วัว หมู หรือไก่ โดยไม่จำเป็นต้องทำร้ายสัตว์ จากนั้นนักวิทยาศาสตร์จะนำเซลล์เหล่านี้ไปเพาะเลี้ยงในถังปฏิกรณ์ชีวภาพ (Bioreactor) ซึ่งมีสภาพแวดล้อมที่ควบคุมอุณหภูมิและออกซิเจนอย่างเหมาะสม ภายในถังจะมีการเติมสารอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ เช่น กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์แบ่งตัวและเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเซลล์มีจำนวนมากพอ จะถูกกระตุ้นให้พัฒนาไปเป็นเซลล์กล้ามเนื้อ เซลล์ไขมัน และเซลล์เกี่ยวพัน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเนื้อสัตว์ จากนั้นเซลล์เหล่านี้จะรวมตัวกันเป็นเส้นใยกล้ามเนื้อขนาดเล็ก และค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเป็นชิ้นเนื้อที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตามลำดับ กระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ซึ่งเร็วกว่าการเลี้ยงสัตว์ในฟาร์มที่อาจใช้เวลานานหลายเดือนหรือเป็นปี ผลลัพธ์สุดท้ายคือเนื้อสดที่พร้อมนำไปปรุงอาหารได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการชำแหละใดๆ
ไม่ต้องฆ่าสัตว์! เนื้อแล็บขายจริงแล้วในไทย: จุดเปลี่ยนสำคัญ

การที่ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงได้รับการอนุมัติและวางจำหน่ายในประเทศไทย ถือเป็นก้าวที่กล้าหาญและแสดงถึงวิสัยทัศน์ในการยอมรับเทคโนโลยีอาหารใหม่ๆ ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของโลกที่กำลังมองหาแนวทางการผลิตอาหารที่ยั่งยืนมากขึ้น การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ไทยเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนในด้านนวัตกรรมอาหาร แต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสกับทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสุขภาพและอุดมการณ์
การรับรองจาก อย. และความพร้อมในการจำหน่าย
การที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทยได้ทำการประเมินและให้การรับรองความปลอดภัยของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค กระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดทำให้มั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายนั้นผ่านมาตรฐานความปลอดภัยทางอาหาร ไม่มีการปนเปื้อนของสารอันตราย และมีคุณค่าทางโภชนาการตามที่ระบุไว้ การประกาศรับรองอย่างเป็นทางการนี้ได้ปูทางให้ผู้ผลิตสามารถนำผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดได้อย่างเต็มรูปแบบ และเริ่มวางจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ทำให้ผู้บริโภคทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ผลกระทบต่อผู้บริโภคและอุตสาหกรรมเกษตร
สำหรับผู้บริโภค การมีเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเป็นทางเลือกใหม่หมายถึงอิสระในการตัดสินใจที่มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ด้วยเหตุผลด้านจริยธรรมหรือสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงชื่นชอบรสชาติและเนื้อสัมผัสของเนื้อสัตว์จริง นอกจากนี้ ยังเป็นทางออกสำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับยาปฏิชีวนะหรือฮอร์โมนที่อาจตกค้างในเนื้อสัตว์จากฟาร์มอุตสาหกรรม
ในขณะเดียวกัน การเกิดขึ้นของเนื้อจากแล็บได้สร้างความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ ให้กับอุตสาหกรรมเกษตรแบบดั้งเดิม แม้ในช่วงแรกอาจยังไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดโดยรวม แต่ในระยะยาวอาจกระตุ้นให้เกิดการปรับตัวในภาคปศุสัตว์ เช่น การหันไปเน้นการผลิตเนื้อสัตว์คุณภาพสูงในระบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หรือการที่เกษตรกรอาจมีบทบาทใหม่ในการเป็นผู้จัดหาเซลล์ต้นกำเนิดคุณภาพดีให้กับอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงในอนาคต
เหตุผลที่เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงเป็นมากกว่าแค่ทางเลือก
เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงไม่ได้เป็นเพียงแค่นวัตกรรมทางเลือกสำหรับผู้บริโภคกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่มีศักยภาพในการเป็นคำตอบของปัญหาระดับโลกหลายประการ ตั้งแต่ความมั่นคงทางอาหารไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มิติด้านสวัสดิภาพสัตว์และจริยธรรม
จุดเด่นที่ชัดเจนที่สุดของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงคือการผลิตที่ไม่ต้องมีการฆ่าสัตว์ ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาด้านสวัสดิภาพสัตว์ที่ต้นเหตุ ช่วยลดความทุกข์ทรมานของสัตว์ในระบบฟาร์มอุตสาหกรรมได้อย่างสิ้นเชิง แนวทางนี้ตอบโจทย์ผู้บริโภคจำนวนมากที่มีความกังวลด้านจริยธรรม และต้องการบริโภคโปรตีนจากสัตว์โดยไม่รู้สึกผิด
มิติด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน
อุตสาหกรรมปศุสัตว์เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในด้านการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 18% ของการปล่อยก๊าซทั้งหมดทั่วโลก การใช้ที่ดินและทรัพยากรน้ำมหาศาล เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงมีศักยภาพในการลดผลกระทบเหล่านี้ได้อย่างมาก เนื่องจากใช้พื้นที่ในการผลิตน้อยกว่าอย่างเทียบไม่ติด ลดการใช้น้ำ และลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากสัตว์ ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่รุนแรง การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตเนื้อสัตว์ด้วยวิธีนี้จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืนในอนาคต
มิติด้านโภชนาการและสุขภาพ
เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงมีองค์ประกอบทางโภชนาการที่เหมือนกับเนื้อสัตว์ทั่วไป ทั้งโปรตีน ไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ แต่มีข้อได้เปรียบที่สำคัญคือสามารถควบคุมกระบวนการผลิตได้อย่างละเอียด ซึ่งเปิดโอกาสให้นักวิทยาศาสตร์สามารถปรับปรุงคุณค่าทางโภชนาการได้ตามต้องการ เช่น การลดปริมาณไขมันอิ่มตัว หรือการเสริมสารอาหารที่จำเป็นอย่างวิตามินบี 12 ซึ่งมักขาดแคลนในผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติ การควบคุมสภาพแวดล้อมการผลิตที่สะอาดและปลอดเชื้อยังช่วยลดความเสี่ยงของการปนเปื้อนของเชื้อโรคที่มักพบในโรงชำแหละได้อีกด้วย
รสชาติและเนื้อสัมผัสที่เทียบเท่าเนื้อสัตว์จริง
หนึ่งในความท้าทายที่สำคัญของอาหารทางเลือกคือการสร้างรสชาติและเนื้อสัมผัสที่ผู้บริโภคคุ้นเคย เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงมีความได้เปรียบในเรื่องนี้ เพราะมันคือเนื้อสัตว์จริงในระดับเซลล์ ทำให้สามารถมอบประสบการณ์การรับประทานที่ไม่แตกต่างจากเนื้อสัตว์ที่มาจากฟาร์ม ไม่ว่าจะเป็นความนุ่ม ชุ่มฉ่ำ หรือรสชาติที่เข้มข้น ในบางกรณี เทคโนโลยีการเพาะเลี้ยงยังสามารถสร้างเนื้อสัมผัสที่ดีกว่าและสม่ำเสมอกว่าเนื้อสัตว์ทั่วไปได้อีกด้วย
ภาพรวมตลาดและแนวโน้มในอนาคตของอาหารทางเลือก
การเปิดตัวเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงในไทยเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดอาหารทางเลือกกำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน
สถานการณ์ในประเทศไทยและการเติบโตของตลาด
เทรนด์อาหารทางเลือกในประเทศไทยกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะตลาดเนื้อจากพืช (Plant-Based Meat) ที่คาดว่าจะมีมูลค่าสูงถึง 1.6 พันล้านบาทในปี 2025 การเติบโตนี้เป็นสัญญาณบวกที่ชี้ว่าผู้บริโภคชาวไทยเปิดรับแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับโปรตีน และมีความพร้อมที่จะทดลองผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์แบบดั้งเดิม การเข้ามาของเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงจึงเป็นการต่อยอดจากกระแสความนิยมนี้ และมีแนวโน้มที่จะเติบโตสูงขึ้นในฐานะอีกหนึ่งทางเลือกของโปรตีนแห่งอนาคต ที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น
ความท้าทายและมุมมองในระดับสากล
แม้ว่ากระแสตอบรับในหลายประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ และไทย จะเป็นไปในทิศทางบวก แต่ก็ยังมีความท้าทายในระดับสากลอยู่เช่นกัน ในบางประเทศของยุโรปมีการออกกฎหมายห้ามการผลิตและจำหน่ายเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง โดยให้เหตุผลด้านความกังวลต่อสุขภาพที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ในระยะยาว และความต้องการที่จะปกป้องวัฒนธรรมอาหารและเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม ประเด็นเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าการยอมรับเทคโนโลยีใหม่ยังคงมีความแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยทางวัฒนธรรมและกฎระเบียบที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตาม การที่ประเทศไทยเลือกที่จะเปิดรับนวัตกรรมนี้ ถือเป็นการวางตำแหน่งตัวเองในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีอาหารในเวทีโลก
เปรียบเทียบเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงกับเนื้อจากพืช
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น การเปรียบเทียบระหว่าง “เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง” และ “เนื้อจากพืช” ซึ่งเป็นสองทางเลือกหลักในตลาดโปรตีนที่ไม่ใช่เนื้อสัตว์แบบดั้งเดิม จะช่วยให้เห็นภาพความแตกต่างและจุดเด่นของแต่ละประเภท
| คุณลักษณะ | เนื้อสัตว์เพาะเลี้ยง (Cultured Meat) | เนื้อจากพืช (Plant-Based Meat) |
|---|---|---|
| วัตถุดิบตั้งต้น | เซลล์ต้นกำเนิดจากสัตว์จริง | โปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ข้าวสาลี เห็ด |
| กระบวนการผลิต | การเพาะเลี้ยงเซลล์ในห้องปฏิบัติการ | การสกัดและแปรรูปโปรตีนพืช |
| องค์ประกอบทางชีวภาพ | เป็นเนื้อเยื่อสัตว์จริง มีกล้ามเนื้อและไขมัน | เป็นผลิตภัณฑ์จากพืช ปรุงแต่งให้มีลักษณะคล้ายเนื้อ |
| คุณค่าทางโภชนาการ | มีโปรตีนและสารอาหารเหมือนเนื้อสัตว์ทั่วไป สามารถเสริมวิตามินได้ | มีโปรตีนจากพืช อาจมีใยอาหารสูง แต่บางชนิดอาจต้องเสริมสารอาหาร |
| ด้านสวัสดิภาพสัตว์ | ไม่ต้องฆ่าสัตว์ แต่ยังคงใช้เซลล์จากสัตว์ | ไม่มีส่วนประกอบจากสัตว์ 100% |
| รสชาติและเนื้อสัมผัส | เทียบเท่าเนื้อสัตว์จริงได้ใกล้เคียงที่สุด | มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีความแตกต่างจากเนื้อสัตว์จริง |
สรุป: อนาคตของโปรตีนที่ยั่งยืนเริ่มต้นแล้ว
การที่เนื้อแล็บสามารถวางจำหน่ายได้จริงในประเทศไทยนับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่และน่าตื่นเต้นสำหรับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ นี่ไม่เพียงแต่เป็นข่าวดีสำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ที่ยั่งยืนและมีจริยธรรม แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณว่าประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงระบบอาหารโลกไปสู่ความยั่งยืน นวัตกรรมเนื้อสัตว์เพาะเลี้ยงได้พิสูจน์แล้วว่าสามารถมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเทียบเท่าเนื้อสัตว์ดั้งเดิม โดยไม่ต้องแลกมาด้วยการฆ่าสัตว์และผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง
แม้จะยังมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า ทั้งในด้านการขยายกำลังการผลิตให้เพียงพอ การลดต้นทุนเพื่อให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และการสร้างการยอมรับในวงกว้าง แต่การเริ่มต้นที่เกิดขึ้นในวันนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ อนาคตของแหล่งโปรตีนที่สะอาด ปลอดภัย และยั่งยืนได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว และผู้บริโภคชาวไทยก็มีโอกาสที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งประวัติศาสตร์นี้
