เทรนด์สี 2026 แต่งบ้านรับปีใหม่ สไตล์ไหนมาแรง
- ภาพรวมเทรนด์สีแต่งบ้านปี 2026: ความสงบสุขที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ
- เจาะลึก 4 กลุ่มโทนสีหลักที่จะมาแรงในปี 2026
- ตารางเปรียบเทียบกลุ่มสีมาแรงปี 2026 เพื่อการตัดสินใจ
- สไตล์การตกแต่งที่สอดคล้องกับเทรนด์สี 2026
- เคล็ดลับการนำเทรนด์สี 2026 ไปปรับใช้จริง แต่งบ้านรับปีใหม่
- บทสรุป: เตรียมพร้อมบ้านของคุณสำหรับปีใหม่ด้วยสีสันแห่งปี 2026
เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ การปรับเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยเพื่อต้อนรับพลังงานบวกและบรรยากาศใหม่ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับ เทรนด์สี 2026 แต่งบ้านรับปีใหม่ สไตล์ไหนมาแรง นั้น มีทิศทางที่ชัดเจนในการมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสมดุล ความสงบ และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากขึ้น โทนสีที่ได้รับความนิยมจึงเป็นกลุ่มสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และผ่อนคลาย เพื่อเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง การอัปเดตเทรนด์สีเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้บ้านดูทันสมัย แต่ยังส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยโดยตรงอีกด้วย
ภาพรวมเทรนด์สีแต่งบ้านปี 2026: ความสงบสุขที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ
ปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการโหยหาความสงบและความเรียบง่าย ท่ามกลางโลกภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วงการออกแบบและตกแต่งภายในจึงตอบสนองต่อความต้องการนี้ผ่านการเลือกใช้สีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นหลัก แนวคิดหลักคือการสร้าง “พื้นที่พักใจ” (Sanctuary) ที่ซึ่งผู้อยู่อาศัยสามารถปลดปล่อยความเหนื่อยล้าและเติมเต็มพลังงานได้อีกครั้ง
- การกลับคืนสู่ธรรมชาติ: โทนสีที่สะท้อนถึงองค์ประกอบทางธรรมชาติ เช่น ดิน หิน ทราย และพืชพรรณต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตกแต่งภายใน
- เน้นความอบอุ่นและเชื้อเชิญ: การใช้สีโทนอุ่นเป็นพื้นหลังจะช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเอง และน่าอยู่มากขึ้น ทำให้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการรวมตัวและแบ่งปันความสุข
- ความยั่งยืนและการตระหนักรู้: เทรนด์สีไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงาม แต่ยังเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน การเลือกใช้สีที่เข้ากันได้ดีกับวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุธรรมชาติจึงเป็นที่นิยม
- ความสมดุลระหว่างความสงบและพลังงาน: แม้จะเน้นความสงบเป็นหลัก แต่เทรนด์สี 2026 ยังเปิดโอกาสให้ใช้สีเข้มหรือสีที่โดดเด่นเพื่อสร้างจุดสนใจและเพิ่มพลังงานให้กับพื้นที่อย่างมีศิลปะ
การทำความเข้าใจภาพรวมเหล่านี้จะช่วยให้การเลือกสีทาบ้านหรือไอเดียแต่งบ้านสำหรับปีใหม่เป็นไปอย่างมีทิศทางและสอดคล้องกับกระแสความนิยมระดับโลก ทำให้พื้นที่ของคุณไม่เพียงสวยงาม แต่ยังตอบโจทย์ด้านจิตใจและการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง
เจาะลึก 4 กลุ่มโทนสีหลักที่จะมาแรงในปี 2026
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถแบ่งกลุ่มสีที่คาดว่าจะได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2026 ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ซึ่งแต่ละกลุ่มมีลักษณะเฉพาะตัวและสามารถนำไปปรับใช้ได้หลากหลายสไตล์
1. โทนสีอบอุ่น (Warm Tones): โอบกอดความสบายอย่างมีระดับ
กลุ่มสีโทนอุ่นยังคงครองความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2026 จะมีความนุ่มนวลและซับซ้อนมากขึ้น เป็นสีที่สร้างความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และเชื้อเชิญ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้เป็นสีพื้นฐานของบ้าน
- เฉดสีเด่น: สีเบจ (Beige) ที่มีอันเดอร์โทนชมพูหรือเหลืองอ่อน, สีครีม (Cream), สีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีทราย (Sandy Brown), สีเทาอุ่น (Warm Grey) ที่ไม่มีความเย็นกระด้าง และที่สำคัญคือ สีเทอร์ราคอตตา (Terracotta) หรือสีดินเผาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบธรรมชาติ
- การนำไปใช้: เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ผนังห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องรับประทานอาหาร การใช้สีกลุ่มนี้เป็นสีหลักจะทำให้ห้องดูกว้างขวาง สว่าง และสบายตา นอกจากนี้ยังเป็นสีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เช่น โซฟาผ้า เตียงไม้ หรือตู้เก็บของ เพราะเป็นสีกลางที่เข้ากับการตกแต่งอื่นๆ ได้ง่าย
- ไอเดียแต่งบ้าน: ลองทาสีผนังด้านหนึ่งในห้องนอนด้วยสีเทาอุ่น แล้วเลือกใช้ชุดเครื่องนอนสีครีมหรือสีเบจ เพิ่มหมอนอิงสีเทอร์ราคอตตาเพื่อสร้างจุดเด่นที่น่าสนใจ หรือในห้องนั่งเล่น หากมีโซฟาสีกลางอยู่แล้ว การเปลี่ยนพรมผืนใหม่เป็นสีน้ำตาลอ่อนจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้พื้นที่ได้อย่างทันที
2. โทนสีธรรมชาติ (Earthy/Natural Tones): นำความสดชื่นจากภายนอกสู่ภายใน
กลุ่มสีนี้ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากโลกธรรมชาติ เป็นสีที่ช่วยสร้างความรู้สึกสงบ สดชื่น และเชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยเข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอก การใช้สีกลุ่มนี้เปรียบเสมือนการยกสวนหรือป่าเข้ามาไว้ในบ้าน
- เฉดสีเด่น: สีเขียวมะกอก (Olive Green) ที่ให้ความรู้สึกสุขุม, สีเขียวมิ้นต์ (Mint Green) ที่ให้ความสดใส, สีเขียวหม่นอมเทา (Sage Green), สีฟ้าหม่น (Muted Blue) คล้ายสีท้องฟ้ายามเช้า, สีกากี (Khaki), สีแดงอมสนิม (Rust Red) และสีน้ำตาลเข้มคล้ายเปลือกไม้
- การนำไปใช้: สีกลุ่มนี้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้เป็นสีรองในสัดส่วนที่มากขึ้น หรือใช้เป็นสีสำหรับสร้างจุดเด่นได้ดี เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ขนาดกลาง เช่น เก้าอี้อาร์มแชร์ โต๊ะข้าง หรือชั้นวางของ นอกจากนี้ยังสามารถนำหลายๆ เฉดสีในกลุ่มนี้มาจัดวางเป็นเลเยอร์ในห้องเดียวกันเพื่อสร้างมิติและความลึกที่น่าสนใจ
- ไอเดียแต่งบ้าน: ทาสีผนังหลังชั้นวางหนังสือด้วยสีเขียวมะกอกเพื่อขับให้ของตกแต่งดูโดดเด่นขึ้น หรือเลือกใช้โซฟาสีฟ้าหม่นในห้องนั่งเล่นที่ผนังเป็นสีครีม การเพิ่มต้นไม้จริงควบคู่ไปกับการใช้สีกลุ่มนี้จะยิ่งเสริมสร้างบรรยากาศแบบ Biophilic Design หรือการออกแบบที่ผสานธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ
3. โทนสีพาสเทล (Pastel Tones): ความอ่อนหวานที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
สีพาสเทลในปี 2026 จะไม่ใช่แค่สีสำหรับห้องเด็กอีกต่อไป แต่เป็นสีที่ถูกนำมาใช้สร้างบรรยากาศที่นุ่มนวล ผ่อนคลาย และมีความฝัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนที่เงียบสงบและสบายใจ
- เฉดสีเด่น: สีชมพูอ่อน (Blush Pink), สีฟ้าพาสเทล (Pastel Blue), สีเหลืองอ่อน (Pale Yellow) และสีเขียวอ่อน (Light Green) เฉดสีเหล่านี้จะมีความหม่นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ดูฉูดฉาดจนเกินไป
- การนำไปใช้: เหมาะที่สุดสำหรับของตกแต่งชิ้นเล็กๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เช่น หมอนอิง ผ้าม่าน ผ้าคลุมเตียง แจกัน หรือภาพศิลปะ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นสีหลักสำหรับห้องนอนหรือมุมนั่งเล่นส่วนตัวที่ต้องการความรู้สึกสงบเป็นพิเศษ
- ไอเดียแต่งบ้าน: ในห้องนอนที่ใช้สีหลักเป็นสีขาวหรือสีเบจ ลองเปลี่ยนชุดเครื่องนอนเป็นสีฟ้าพาสเทลและเพิ่มหมอนอิงสีชมพูอ่อน หรือในห้องทำงาน ลองหาวอลเปเปอร์ลายกราฟิกเล็กๆ ที่มีส่วนผสมของสีพาสเทลมาติดที่ผนังด้านหนึ่งเพื่อเพิ่มความสดใสและความคิดสร้างสรรค์
4. โทนสีเข้มสำหรับสร้างจุดเด่น (Bold/Dark Accents): เติมมิติและความน่าค้นหา
เพื่อไม่ให้การตกแต่งดูเรียบจนเกินไป การใช้สีเข้มเข้ามาเป็นจุดเน้น (Accent) จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าสนใจ ความหรูหรา และมิติให้กับห้องได้อย่างมาก
- เฉดสีเด่น: สีเขียวเข้ม (Forest Green), สีกรมท่า (Navy Blue), สีดำสนิท (Charcoal Black) และสีเทาเข้ม (Dark Grey) สีเหล่านี้ให้ความรู้สึกหนักแน่น มั่นคง และลึกลับน่าค้นหา
- การนำไปใช้: ควรใช้ในปริมาณน้อยแต่เน้นให้เกิดผลกระทบที่ชัดเจน เช่น ผนังด้านใดด้านหนึ่ง (Accent Wall), ประตู, ตู้โชว์, โซฟากำมะหยี่ หรือท็อปโต๊ะกาแฟ การใช้สีเข้มในห้องน้ำยังเป็นไอเดียที่ช่วยสร้างความรู้สึกหรูหราเหมือนสปาได้อีกด้วย
- ไอเดียแต่งบ้าน: หากห้องนั่งเล่นของคุณใช้โทนสีเบจเป็นหลัก ลองเลือกโซฟาตัวเด่นเป็นสีกรมท่า หรือทาสีผนังหลังทีวีด้วยสีเทาเข้มเพื่อสร้างจุดรวมสายตา การใช้กรอบรูปหรือโคมไฟสีดำก็เป็นวิธีง่ายๆ ในการเพิ่มสีเข้มเข้าไปในการตกแต่ง
“หัวใจสำคัญของเทรนด์สี 2026 คือการสร้างความสมดุลระหว่างความสบายตาของสีพื้นฐานและความน่าตื่นเต้นของสีที่ใช้สร้างจุดเด่น เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนและให้ความรู้สึกที่ดีที่สุดแก่ผู้อยู่อาศัย”
ตารางเปรียบเทียบกลุ่มสีมาแรงปี 2026 เพื่อการตัดสินใจ
เพื่อช่วยให้การวางแผนเลือกใช้สีสำหรับการแต่งบ้านง่ายขึ้น ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปลักษณะเด่นและการใช้งานของแต่ละกลุ่มสีมาแรงในปี 2026
| กลุ่มโทนสี | ความรู้สึก/บรรยากาศ | เหมาะสำหรับ | เฉดสีเด่น |
|---|---|---|---|
| โทนสีอบอุ่น (Warm Tones) | อบอุ่น, ปลอดภัย, เชื้อเชิญ, สบายตา | ผนังหลัก, พื้น, เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ (โซฟา, เตียง) | เบจ, ครีม, เทาอุ่น, เทอร์ราคอตตา |
| โทนสีธรรมชาติ (Earthy Tones) | สงบ, สดชื่น, ผ่อนคลาย, เชื่อมโยงธรรมชาติ | เฟอร์นิเจอร์รอง, ผนังเน้น, ของตกแต่ง, ห้องทำงาน | เขียวมะกอก, เขียวมิ้นต์, ฟ้าหม่น, แดงสนิม |
| โทนสีพาสเทล (Pastel Tones) | นุ่มนวล, อ่อนหวาน, สบายใจ, ชวนฝัน | ของตกแต่ง (หมอน, ผ้า), ห้องนอน, มุมพักผ่อน | ชมพูอ่อน, ฟ้าพาสเทล, เหลืองอ่อน |
| โทนสีเข้ม (Bold Accents) | หรูหรา, น่าค้นหา, มีมิติ, หนักแน่น | ผนังเน้น (Accent Wall), ประตู, ตู้โชว์, เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด่น | เขียวเข้ม, กรมท่า, ดำชาโคล, เทาเข้ม |
สไตล์การตกแต่งที่สอดคล้องกับเทรนด์สี 2026
เทรนด์สีเหล่านี้ไม่ได้มาแบบเดี่ยวๆ แต่ยังสอดคล้องกับสไตล์การตกแต่งภายในที่กำลังมาแรง ซึ่งช่วยให้การเลือกใช้สีมีทิศทางและสร้างเอกภาพให้กับการตกแต่งโดยรวม
วิกตอเรียนโมเดิร์น (Victorian Modern): ความคลาสสิกที่กลับมาพร้อมความร่วมสมัย
สไตล์นี้คือการผสมผสานความหรูหรา โอ่อ่าของยุควิกตอเรียนเข้ากับความเรียบง่ายของดีไซน์โมเดิร์น เป็นการจับคู่ที่ลงตัวระหว่างของเก่าและของใหม่ เทรนด์สี 2026 เข้ามาตอบโจทย์สไตล์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการใช้สีเข้มเป็นพื้นหลังเพื่อขับเน้นรายละเอียดของสถาปัตยกรรม เช่น บัวผนังหรือเพดานสูง
- การใช้สี: ลองจินตนาการถึงผนังสีเขียวเข้ม (Forest Green) หรือสีกรมท่า (Navy Blue) ตัดกับบัวพื้นและบัวเพดานสีขาวสะอาดตา จับคู่กับเฟอร์นิเจอร์รูปทรงโมเดิร์นสีเทาอุ่นหรือสีเบจ เพิ่มความน่าสนใจด้วยของตกแต่งสี Jewel Tones เช่น หมอนอิงกำมะหยี่สีแดงทับทิมหรือสีน้ำเงินไพลิน และเสริมความอบอุ่นด้วยสีเทอร์ราคอตตาจากกระถางต้นไม้หรือของตกแต่งเซรามิก
ธรรมชาติและความยั่งยืน (Sustainable & Biophilic Design): การออกแบบที่ใส่ใจโลกและผู้อยู่อาศัย
แนวคิดนี้เน้นการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่อยู่อาศัยให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ทั้งด้านความงามและสุขภาวะของผู้อยู่ การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้รีไซเคิล หวาย โลหะผิวด้าน และผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ เป็นหัวใจสำคัญของสไตล์นี้
- การใช้สี: กลุ่มสีธรรมชาติ (Earthy Tones) คือพระเอกของสไตล์นี้ การใช้สีเขียวเฉดต่างๆ ร่วมกับสีน้ำตาลของไม้และสีเบจของผ้าลินิน จะสร้างบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลายเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ การใช้สีฟ้าหม่นยังช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งสบายเหมือนท้องฟ้าที่เปิดกว้าง การตกแต่งด้วยต้นไม้จริงและภาพศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติจะยิ่งทำให้สไตล์นี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
เคล็ดลับการนำเทรนด์สี 2026 ไปปรับใช้จริง แต่งบ้านรับปีใหม่
การปรับเปลี่ยนสีสันในบ้านเพื่อต้อนรับปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นการรีโนเวทครั้งใหญ่เสมอไป มีเคล็ดลับง่ายๆ หลายอย่างที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที
เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ: อัปเดตง่ายๆ ไม่ต้องรีโนเวทใหญ่
หากยังไม่พร้อมที่จะทาสีผนังใหม่ทั้งหมด การเริ่มต้นจากของตกแต่งชิ้นเล็กๆ เป็นวิธีที่ชาญฉลาดและประหยัดงบประมาณ ลองเปลี่ยนปลอกหมอนอิงบนโซฟาเป็นสีเขียวมะกอกหรือสีเทอร์ราคอตตา หาผ้าคลุมผืนใหม่สีพาสเทลมาวางพาดไว้ที่อาร์มแชร์ หรือเปลี่ยนพรมเช็ดเท้าหน้าประตูเป็นสีที่สอดคล้องกับเทรนด์ใหม่ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สามารถสร้างความรู้สึกสดชื่นให้กับห้องได้อย่างน่าทึ่ง
การผสมผสานของเก่าและใหม่
ไม่จำเป็นต้องทิ้งของเก่าทั้งหมดเพื่อตามเทรนด์ใหม่ การเก็บเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งที่มีคุณค่าทางจิตใจไว้ แล้วนำมาผสมผสานกับของชิ้นใหม่ในโทนสีของปี 2026 จะช่วยสร้างเรื่องราวและเอกลักษณ์ให้กับการตกแต่งของคุณ เช่น นำเก้าอี้ไม้ตัวเก่ามาทาสีใหม่เป็นสีฟ้าหม่น หรือวางแจกันเซรามิกดีไซน์โมเดิร์นบนโต๊ะข้างสไตล์วินเทจ
เทคนิคการใช้สีแบบ 60-30-10 เพื่อความสมดุล
หลักการนี้เป็นแนวทางที่ช่วยให้การจัดวางสีสันในห้องดูสมดุลและไม่สับสนวุ่นวายจนเกินไป ประกอบด้วย:
- 60% สีหลัก (Dominant Color): คือสีที่ใช้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง เช่น สีผนัง สีพื้น หรือโซฟาชิ้นใหญ่ ควรเลือกใช้สีจากกลุ่มโทนสีอบอุ่นหรือสีกลางๆ เพื่อสร้างบรรยากาศโดยรวม
- 30% สีรอง (Secondary Color): คือสีที่ใช้เสริมให้ห้องมีมิติและความน่าสนใจมากขึ้น เช่น สีของผ้าม่าน พรม หรือเฟอร์นิเจอร์รอง ควรเลือกใช้สีจากกลุ่มสีธรรมชาติหรือสีที่เข้มขึ้นเล็กน้อย
- 10% สีเน้น (Accent Color): คือสีที่ใช้สร้างจุดเด่นและดึงดูดสายตา ใช้สำหรับของตกแต่งชิ้นเล็กๆ เช่น หมอนอิง งานศิลปะ หรือโคมไฟ ควรเลือกใช้สีจากกลุ่มสีเข้มหรือสีพาสเทลที่โดดเด่น
ตัวอย่างเช่น: ใช้สีเบจ (60%) สำหรับผนัง, ใช้ผ้าม่านและเก้าอี้สีเขียวมะกอก (30%), และเพิ่มหมอนอิงกับของตกแต่งสีแดงสนิม (10%) การใช้หลักการนี้จะช่วยให้การเลือกสีเป็นระบบและได้ผลลัพธ์ที่สวยงามลงตัว
บทสรุป: เตรียมพร้อมบ้านของคุณสำหรับปีใหม่ด้วยสีสันแห่งปี 2026
เทรนด์สี 2026 สำหรับการแต่งบ้านรับปีใหม่มุ่งเน้นไปที่การสร้างพื้นที่แห่งความสงบสุข ความสบาย และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ผ่านการใช้โทนสีอบอุ่น สีเอิร์ธโทน และสีพาสเทลเป็นหลัก โดยมีสีเข้มคอยสร้างจุดเด่นเพื่อเพิ่มมิติและความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยหรือการตกแต่งใหม่ทั้งหมด การนำไอเดียเหล่านี้ไปปรับใช้จะช่วยเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ พร้อมต้อนรับสิ่งดีๆ ในปีที่กำลังจะมาถึง การเลือกใช้สีที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ทำให้บ้านสวยงาม แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อความสุขและสุขภาวะที่ดีของผู้อยู่อาศัยในระยะยาวอีกด้วย
เช่นเดียวกับการเลือกสีที่เหมาะสมเพื่อสร้างบรรยากาศให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกเครื่องแต่งกายที่ใช่ก็สามารถสะท้อนตัวตนและสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์หรือองค์กรได้ สำหรับการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืดคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย KDC SPORT พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ รวมถึงรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย สามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ที่อยู่ของเรา:
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ:
094-295-9898


