ฟรีแลนซ์ 2568: วางแผนภาษีรับปีใหม่ก่อนโดนปรับอ่วม
- สรุปประเด็นสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องรู้
- ความสำคัญของการวางแผนภาษีสำหรับฟรีแลนซ์
- ประเภทเงินได้พึงประเมินที่ฟรีแลนซ์ต้องทำความเข้าใจ
- วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฉบับเข้าใจง่าย
- เจาะลึกสิทธิลดหย่อนภาษีที่ฟรีแลนซ์ไม่ควรพลาด
- ขั้นตอนและกำหนดการยื่นภาษีประจำปี 2568
- กลยุทธ์เตรียมความพร้อมรับปีใหม่: วางแผนภาษีอย่างไรให้รอดพ้นค่าปรับ
- สรุป: ก้าวสู่ปี 2568 อย่างมั่นคงด้วยการวางแผนภาษีที่ดี
การเตรียมตัวสำหรับฟรีแลนซ์ 2568: วางแผนภาษีรับปีใหม่ก่อนโดนปรับอ่วม เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระและพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทุกคน การวางแผนภาษีล่วงหน้าไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นจากค่าปรับ แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด บทความนี้จะสรุปประเด็นสำคัญที่ต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายภาษีใหม่และแนวทางการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในปีภาษี 2568
สรุปประเด็นสำคัญที่ฟรีแลนซ์ต้องรู้
- ฟรีแลนซ์และผู้มีเงินได้จากอาชีพอิสระที่มีรายได้รวมตลอดปีภาษีเกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.90)
- การทำความเข้าใจประเภทเงินได้ของตนเอง (มาตรา 40(2) ถึง 40(8)) และเงื่อนไขการหักค่าใช้จ่าย เป็นหัวใจสำคัญในการคำนวณภาระภาษีที่ถูกต้อง
- การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีต่างๆ อย่างเต็มประสิทธิภาพ เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว, ครอบครัว, การลงทุนในกองทุนรวม, และเบี้ยประกัน เป็นวิธีที่ถูกต้องตามกฎหมายในการลดจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
- การเตรียมเอกสารทางการเงินให้พร้อม เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) และใบเสร็จค่าใช้จ่ายต่างๆ จะช่วยให้กระบวนการยื่นภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำ
- การยื่นภาษีภายในกำหนดเวลาที่กรมสรรพากรกำหนดเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับและเงินเพิ่มซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินได้
ความสำคัญของการวางแผนภาษีสำหรับฟรีแลนซ์
สำหรับหัวข้อ ฟรีแลนซ์ 2568: วางแผนภาษีรับปีใหม่ก่อนโดนปรับอ่วม นั้น หมายถึงกระบวนการเตรียมการและจัดการภาระภาษีสำหรับรายได้ที่เกิดขึ้นตลอดปี พ.ศ. 2567 ซึ่งจะต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีในช่วงต้นปี พ.ศ. 2568 การวางแผนภาษีอย่างเป็นระบบมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกลุ่มฟรีแลนซ์และผู้ค้าออนไลน์ เนื่องจากลักษณะรายได้ที่ไม่แน่นอนและมักไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างสม่ำเสมอเหมือนพนักงานประจำ ทำให้การบริหารจัดการภาษีด้วยตนเองกลายเป็นความรับผิดชอบที่สำคัญ การวางแผนที่ดีจะช่วยให้สามารถประมาณการภาระภาษีที่ต้องชำระได้อย่างแม่นยำ จัดสรรเงินทุนไว้ล่วงหน้า และใช้ประโยชน์จากสิทธิลดหย่อนต่างๆ ได้อย่างสูงสุด ซึ่งจะนำไปสู่การประหยัดค่าใช้จ่ายและหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายที่อาจตามมา
ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษีและเพราะเหตุใด
ผู้มีเงินได้ทุกคนที่มีสถานะเป็นบุคคลธรรมดาและมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดมีหน้าที่ต้องยื่นภาษี สำหรับกลุ่มฟรีแลนซ์และผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกณฑ์การยื่นภาษีจะพิจารณาจากประเภทและจำนวนเงินได้ตลอดทั้งปีภาษี โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญดังนี้:
- กรณีมีรายได้จากช่องทางเดียว: หากมีรายได้รวมทั้งปีเกิน 120,000 บาท จะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90
- กรณีมีรายได้ไม่ประจำ: หากมีเฉพาะรายได้ประเภทไม่ประจำ เช่น จากงานฟรีแลนซ์ (มาตรา 40(2) ถึง 40(8)) และมีรายได้รวมทั้งปีเกิน 60,000 บาท ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 เช่นกัน
การยื่นภาษีมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่พลเมืองพึงปฏิบัติ การละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่บทลงโทษทางการเงิน ซึ่งรวมถึงค่าปรับอาญาและเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ ดังนั้น การวางแผนและเตรียมตัวยื่นภาษีให้ถูกต้องและทันเวลาจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
ประเภทเงินได้พึงประเมินที่ฟรีแลนซ์ต้องทำความเข้าใจ
รายได้ของฟรีแลนซ์จัดอยู่ในกลุ่มเงินได้พึงประเมินตามประมวลรัษฎากร ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายประเภท การระบุประเภทเงินได้ของตนเองให้ถูกต้องเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดในการคำนวณภาษี เพราะแต่ละประเภทมีเงื่อนไขการหักค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป โดยประเภทเงินได้ที่พบบ่อยในกลุ่มฟรีแลนซ์มีดังนี้:
เงินได้ประเภทที่ 2 (มาตรา 40(2)): รายได้จากอาชีพอิสระทั่วไป
เงินได้ประเภทนี้ครอบคลุมรายได้จากการรับทำงานให้ ที่ไม่ใช่นายจ้าง-ลูกจ้าง เช่น ค่าจ้างจากการเป็นที่ปรึกษา, นักเขียน, นักแปล, กราฟิกดีไซเนอร์, หรืออินฟลูเอนเซอร์ที่ไม่ใช่การประกอบธุรกิจเต็มรูปแบบ ผู้มีเงินได้ประเภทนี้สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% ของรายได้ แต่สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี (เพดานนี้ต้องใช้ร่วมกับเงินได้ประเภทที่ 1 หรือเงินเดือน หากมี)
เงินได้ประเภทที่ 6 (มาตรา 40(6)): รายได้จากวิชาชีพอิสระ
กลุ่มนี้เป็นรายได้จากวิชาชีพเฉพาะทางที่กฎหมายกำหนดไว้ 6 สาขา ได้แก่ การประกอบโรคศิลปะ, นักกฎหมาย, วิศวกร, สถาปนิก, นักบัญชี และช่างประณีตศิลป์ ผู้ประกอบวิชาชีพเหล่านี้สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ในอัตรา 30% ของรายได้ หรือเลือกหักตามค่าใช้จ่ายจริงหากมีหลักฐานครบถ้วน
เงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)): รายได้จากธุรกิจและการค้าขาย
นี่คือประเภทเงินได้ที่ครอบคลุมกว้างที่สุดสำหรับฟรีแลนซ์และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ซึ่งรวมถึงรายได้จากการทำธุรกิจ, การเกษตร, การขนส่ง และการขายของออนไลน์ต่างๆ การหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ประเภทนี้มีความหลากหลาย สามารถเลือกหักแบบเหมาในอัตรา 40% ถึง 60% ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจ หรือเลือกหักค่าใช้จ่ายตามจริง ซึ่งจำเป็นต้องมีการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายและเก็บหลักฐานเอกสารทั้งหมดไว้อย่างเป็นระบบเพื่อการตรวจสอบ
วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาฉบับเข้าใจง่าย
การคำนวณภาษีไม่ใช่เรื่องซับซ้อนหากเข้าใจขั้นตอนและองค์ประกอบที่ถูกต้อง โดยหลักการพื้นฐานคือการหา “เงินได้สุทธิ” ซึ่งเป็นตัวเลขที่จะนำไปคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า
สูตรการคำนวณเงินได้สุทธิ
สูตรที่ใช้ในการคำนวณเงินได้สุทธิมีดังนี้:
เงินได้สุทธิ = (รายได้ทั้งหมดตลอดปี) – (ค่าใช้จ่าย) – (ค่าลดหย่อน)
- รายได้ทั้งหมดตลอดปี: คือการรวมรายรับทุกประเภทที่ได้รับตลอดปีภาษี (1 มกราคม – 31 ธันวาคม)
- ค่าใช้จ่าย: คือส่วนที่กฎหมายอนุญาตให้หักออกจากรายได้ ซึ่งสามารถเลือกหักได้ทั้งแบบเหมาหรือตามจริง ขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้
- ค่าลดหย่อน: คือสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่กฎหมายมอบให้เพื่อลดภาระภาษี เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว, ครอบครัว, การลงทุน, หรือการบริจาค
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปี 2568
หลังจากได้ยอดเงินได้สุทธิแล้ว จะนำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได ซึ่งหมายความว่ายิ่งมีเงินได้สุทธิสูง อัตราภาษีที่ต้องจ่ายในขั้นที่สูงขึ้นก็จะเพิ่มตามไปด้วย
| เงินได้สุทธิ (บาท) | อัตราภาษี (%) | ภาษีสะสมสูงสุดของขั้น (บาท) |
|---|---|---|
| 0 – 150,000 | ได้รับการยกเว้น | 0 |
| 150,001 – 300,000 | 5 | 7,500 |
| 300,001 – 500,000 | 10 | 22,500 |
| 500,001 – 750,000 | 15 | 52,500 |
| 750,001 – 1,000,000 | 20 | 102,500 |
| 1,000,001 – 2,000,000 | 25 | 302,500 |
| 2,000,001 – 5,000,000 | 30 | 902,500 |
| เกิน 5,000,000 | 35 | – |
ตัวอย่างการคำนวณภาษี
สมมติฟรีแลนซ์ท่านหนึ่งมีรายได้ทั้งปี 480,000 บาท เป็นเงินได้ประเภท 40(2) และมีค่าลดหย่อนส่วนตัวเพียงอย่างเดียว
- รายได้พึงประเมิน: 480,000 บาท
- หักค่าใช้จ่าย (แบบเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000): 100,000 บาท
- เงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย: 480,000 – 100,000 = 380,000 บาท
- หักค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
- เงินได้สุทธิ: 380,000 – 60,000 = 320,000 บาท
- คำนวณภาษีตามขั้นบันได:
- ขั้นที่ 1: 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้น = 0 บาท
- ขั้นที่ 2: (300,000 – 150,000) x 5% = 7,500 บาท
- ขั้นที่ 3: (320,000 – 300,000) x 10% = 2,000 บาท
- ภาษีที่ต้องชำระ: 0 + 7,500 + 2,000 = 9,500 บาท
เจาะลึกสิทธิลดหย่อนภาษีที่ฟรีแลนซ์ไม่ควรพลาด
ค่าลดหย่อนเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการบริหารภาษี การทำความเข้าใจและใช้สิทธิเหล่านี้อย่างเต็มที่จะช่วยลดจำนวนเงินได้สุทธิลงได้อย่างมาก ส่งผลให้ภาระภาษีลดลงตามไปด้วย
กลุ่มลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว
เป็นกลุ่มค่าลดหย่อนพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับสถานะส่วนบุคคลและภาระการดูแลครอบครัว
| รายการลดหย่อน | จำนวนเงินสูงสุด (บาท) |
|---|---|
| ค่าลดหย่อนส่วนตัว | 60,000 |
| คู่สมรส (ที่ไม่มีเงินได้) | 60,000 |
| บุตร (คนที่ 2 เป็นต้นไปเกิดตั้งแต่ปี 2561) | 60,000 ต่อคน |
| บุตร (คนแรก หรือเกิดก่อนปี 2561) | 30,000 ต่อคน |
| ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร | ไม่เกิน 60,000 ต่อครรภ์ |
| ค่าอุปการะบิดามารดา (อายุ 60 ปีขึ้นไปและมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี) | 30,000 ต่อคน (สูงสุด 4 คน) |
กลุ่มประกันและการลงทุนเพื่ออนาคต
เป็นกลุ่มที่ส่งเสริมการออมและการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับฟรีแลนซ์ที่ไม่มีสวัสดิการเหมือนพนักงานประจำ
| รายการลดหย่อน | จำนวนเงินสูงสุด (บาท) |
|---|---|
| เบี้ยประกันชีวิตและประกันสะสมทรัพย์ | 100,000 |
| เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง | 25,000 (เมื่อรวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000) |
| เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา | 15,000 ต่อคน |
| กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) | ไม่เกิน 30% ของเงินได้ (สูงสุด 200,000) |
| กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) | ไม่เกิน 30% ของเงินได้ (สูงสุด 500,000) |
| กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (TESG) | ไม่เกิน 30% ของเงินได้ (สูงสุด 100,000) |
ตัวอย่างเช่น หากฟรีแลนซ์มีเงินได้สุทธิก่อนหักเบี้ยประกันสุขภาพอยู่ที่ 600,000 บาท ซึ่งอยู่ในฐานภาษี 15% การจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพ 25,000 บาท จะช่วยลดหย่อนและประหยัดภาษีได้ถึง 3,750 บาท (25,000 x 15%)
กลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจและการบริจาค
เป็นกลุ่มค่าลดหย่อนตามนโยบายของรัฐบาลในแต่ละปี ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
- Easy E-Receipt: ค่าซื้อสินค้าและบริการจากร้านค้าที่อยู่ในระบบภาษีและออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ได้ ลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุด 50,000 บาท (สำหรับปีภาษี 2567)
- ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย: ลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุด 100,000 บาท
- เงินบริจาค: ลดหย่อนได้ตามจริงแต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ และอาจได้สิทธิลดหย่อน 2 เท่าสำหรับการบริจาคเพื่อการศึกษา, กีฬา, และโรงพยาบาลรัฐ
ขั้นตอนและกำหนดการยื่นภาษีประจำปี 2568
การทราบขั้นตอนและกำหนดเวลาที่ชัดเจนจะช่วยให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและหลีกเลี่ยงปัญหาความล่าช้า
แบบฟอร์มและช่องทางการยื่นภาษี
สำหรับฟรีแลนซ์และผู้มีเงินได้ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ใช่เงินเดือนเพียงอย่างเดียว จะต้องใช้แบบฟอร์ม ภ.ง.ด.90 ในการยื่นภาษี ปัจจุบันมีช่องทางการยื่นที่สะดวกสบายหลายช่องทาง:
- ยื่นด้วยตนเอง: ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาใกล้บ้าน
- ยื่นผ่านทางออนไลน์: ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร ซึ่งเป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด สะดวก รวดเร็ว และมักจะขยายเวลาการยื่นให้เพิ่มเติม
- ยื่นผ่านแอปพลิเคชัน: RD Smart Tax สำหรับการยื่นผ่านสมาร์ทโฟน
กำหนดเวลายื่นภาษีที่ต้องจำ
กำหนดการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับรายได้ปี 2567 คือ:
- ยื่นแบบกระดาษ: 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2568
- ยื่นแบบออนไลน์: โดยปกติจะขยายเวลาให้ถึงประมาณวันที่ 8-10 เมษายน 2568 (ควรตรวจสอบประกาศจากกรมสรรพากรอีกครั้ง)
เพื่อความสะดวกในการคำนวณและวางแผนลดหย่อนภาษี สามารถใช้เครื่องมือช่วยคำนวณภาษีออนไลน์ เช่น Tax Cal จาก Finnomena ซึ่งเป็นบริการที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถประมาณการภาษีและวางแผนการซื้อกองทุนหรือประกันเพื่อลดหย่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์เตรียมความพร้อมรับปีใหม่: วางแผนภาษีอย่างไรให้รอดพ้นค่าปรับ
การเตรียมตัวที่ดีตั้งแต่เนิ่นๆ คือกุญแจสำคัญสู่การบริหารภาษีที่ประสบความสำเร็จและไร้กังวล
การรวบรวมเอกสารอย่างเป็นระบบ
ควรเริ่มรวบรวมและจัดเก็บเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเงินตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็น:
- หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ): เอกสารสำคัญที่แสดงว่าถูกหักภาษีไปแล้วเท่าไหร่ ซึ่งสามารถนำไปเครดิตภาษีตอนสิ้นปีได้
- ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี: สำหรับการซื้อสินค้าและบริการที่สามารถนำมาลดหย่อนได้ เช่น เบี้ยประกัน, ค่าซื้อกองทุน, หรือใบเสร็จจากโครงการ Easy E-Receipt
- หลักฐานการบริจาค: ใบอนุโมทนาบัตร หรือหลักฐานการโอนเงินผ่านระบบ e-Donation
- สัญญาจ้างงาน: เพื่อเป็นหลักฐานแสดงที่มาของรายได้แต่ละประเภท
การวางแผนลงทุนและประกันเพื่อลดหย่อน
การซื้อกองทุนรวม (SSF, RMF, TESG) หรือผลิตภัณฑ์ประกันเพื่อลดหย่อนภาษี ควรทำตั้งแต่เนิ่นๆ และไม่ควรรอจนถึงช่วงปลายปี เพราะจะช่วยให้มีเวลาศึกษาข้อมูลและเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับเป้าหมายทางการเงินของตนเองได้อย่างเต็มที่ การวางแผนตั้งแต่กลางปีจะช่วยกระจายภาระค่าใช้จ่ายและทำให้การลงทุนเป็นไปอย่างมีวินัย
บทลงโทษหากยื่นล่าช้าหรือไม่ถูกต้อง
การทำความเข้าใจบทลงโทษเป็นสิ่งสำคัญเพื่อตระหนักถึงผลกระทบของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายภาษี:
- ค่าปรับอาญา: กรณีไม่ยื่นแบบภายในกำหนดเวลา อาจมีโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท
- เงินเพิ่ม: กรณีมีภาษีที่ต้องชำระแต่ไม่ได้ชำระภายในกำหนด จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องจ่าย โดยเศษของเดือนจะนับเป็นหนึ่งเดือน
ค่าปรับและเงินเพิ่มเหล่านี้สามารถสะสมเป็นจำนวนมากได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้น การยื่นและชำระภาษีให้ตรงเวลาจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
สรุป: ก้าวสู่ปี 2568 อย่างมั่นคงด้วยการวางแผนภาษีที่ดี
การวางแผนภาษีสำหรับฟรีแลนซ์และพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในปี 2568 เป็นกระบวนการที่ต้องใส่ใจและดำเนินการอย่างเป็นระบบตลอดทั้งปี เริ่มตั้งแต่การทำความเข้าใจประเภทรายได้, การคำนวณภาษีเบื้องต้น, การใช้สิทธิลดหย่อนให้เกิดประโยชน์สูงสุด, ไปจนถึงการเตรียมเอกสารและยื่นภาษีให้ทันตามกำหนดเวลา การเตรียมความพร้อมที่ดีไม่เพียงช่วยให้ปฏิบัติตามหน้าที่ทางกฎหมายได้อย่างถูกต้อง แต่ยังเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว ช่วยให้สามารถบริหารจัดการรายรับรายจ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และก้าวสู่ปีใหม่อย่างมั่นใจไร้ความกังวลเรื่องภาษี
สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่กำลังมองหาเสื้อผ้าคุณภาพเพื่อทีมงานหรือกิจกรรมต่างๆ KDC SPORT รับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย รวมถึงรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย สามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ที่อยู่ของเรา:
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ:
094-295-9898


