Shopping cart

อัปเดตภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล 2569 ต้องยื่นอะไรบ้าง?

สารบัญ

ประเด็นเรื่องอัปเดตภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล 2569 ต้องยื่นอะไรบ้าง? กำลังเป็นที่สนใจอย่างกว้างขวาง เนื่องจากธุรกรรมทางการเงินผ่านช่องทางดิจิทัลได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คนจำนวนมาก การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์และข้อบังคับทางภาษีที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถวางแผนและปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้อง

ประเด็นสำคัญที่ต้องทราบเกี่ยวกับภาษี Digital Wallet

อัปเดตภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล 2569 ต้องยื่นอะไรบ้าง? - digital-wallet-tax-thailand-2026

  • สถานะปัจจุบัน: ณ ขณะนี้ ยังไม่มีการประกาศกฎหมายภาษีฉบับใหม่ที่เรียกว่า “ภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล” โดยเฉพาะสำหรับปี 2569 แต่รายได้ที่ได้รับผ่านช่องทางนี้ยังคงอยู่ภายใต้ประมวลรัษฎากรปัจจุบัน
  • ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน: กฎหมายภาษีใหม่ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2569 เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จากสินค้านำเข้าที่มีมูลค่าต่ำ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกับภาษีเงินได้จากรายรับผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล
  • หน้าที่ของผู้มีเงินได้: ผู้ที่มีรายได้ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายออนไลน์ ฟรีแลนซ์ หรือบริการอื่นๆ มีหน้าที่ต้องนำรายได้ดังกล่าวมารวมคำนวณเพื่อยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีตามปกติ
  • ความสำคัญของการเตรียมตัว: การบันทึกรายรับ-รายจ่าย และรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นระบบ คือหัวใจสำคัญของการเตรียมความพร้อม เพื่อการยื่นภาษีที่ถูกต้องและลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบในอนาคต

ความสำคัญของภาษีในยุคดิจิทัล

การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Economy) ได้เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ของการทำธุรกรรมทางการเงินไปอย่างสิ้นเชิง กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) และระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Payment) ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเส้นทางการเงินรูปแบบใหม่ๆ ที่มีความสะดวกและรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงนี้ก็นำมาซึ่งคำถามและความท้าทายด้านภาษีที่ผู้มีรายได้ทุกคนต้องตระหนักและให้ความสำคัญ

ภาพรวมธุรกรรมดิจิทัลและกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์

กระเป๋าเงินดิจิทัล หรือ e-Wallet คือแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนที่ทำหน้าที่เสมือนกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ใช้สามารถเติมเงินเข้าไปเพื่อใช้จ่าย ชำระค่าสินค้าและบริการ โอนเงิน หรือรับเงินได้อย่างง่ายดาย ผู้ให้บริการที่คุ้นเคยกันดีในประเทศไทย เช่น TrueMoney Wallet, Rabbit LINE Pay, ShopeePay, GrabPay เป็นต้น ความสะดวกสบายนี้ส่งผลให้แพลตฟอร์มดังกล่าวกลายเป็นช่องทางหลักในการรับรายได้ของกลุ่มอาชีพต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าออนไลน์, ไรเดอร์, ฟรีแลนซ์, สตรีมเมอร์ และผู้ให้บริการอิสระอื่นๆ

เมื่อเส้นทางการเงินส่วนใหญ่เกิดขึ้นบนโลกดิจิทัล กรมสรรพากรจึงมีแนวทางในการติดตามและตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ e-Payment ซึ่งกำหนดให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการ e-Wallet มีหน้าที่รายงานข้อมูลธุรกรรมบางประเภทให้แก่กรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ

เหตุผลที่ต้องให้ความสนใจกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษี

การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจกฎหมายภาษีที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามด้วยเหตุผลหลายประการ:

  1. การปฏิบัติตามกฎหมาย: การยื่นภาษีเป็นหน้าที่ของพลเมืองผู้มีเงินได้ การเพิกเฉยหรือยื่นภาษีไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่เบี้ยปรับ เงินเพิ่ม หรือแม้กระทั่งบทลงโทษทางอาญาในบางกรณี
  2. การวางแผนทางการเงิน: ความเข้าใจในภาระภาษีช่วยให้สามารถวางแผนการเงินส่วนบุคคลและธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถคำนวณต้นทุนและกำไรสุทธิที่แท้จริงได้
  3. การใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี: การทราบถึงรายการค่าลดหย่อนต่างๆ ที่กฎหมายกำหนด ช่วยให้สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้อย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยลดจำนวนภาษีที่ต้องชำระลงได้
  4. การปรับตัวของธุรกิจ: สำหรับผู้ประกอบการ การเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษีอาจส่งผลต่อโครงสร้างราคา กลยุทธ์การตลาด หรือรูปแบบการดำเนินธุรกิจ จึงจำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อบังคับใหม่ๆ อยู่เสมอ

ดังนั้น แม้ว่า ณ ปัจจุบันจะยังไม่มีการประกาศใช้ “กฎหมายภาษีใหม่” สำหรับ digital wallet tax โดยตรง แต่หลักการพื้นฐานของประมวลรัษฎากรยังคงครอบคลุมรายได้ทุกช่องทาง ซึ่งผู้มีเงินได้ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลต้องนำมาพิจารณาในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี

ไขข้อเท็จจริง: กฎหมายภาษีใหม่ปี 2569 คืออะไร?

ในช่วงที่ผ่านมามีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงทางภาษีที่จะมีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2569 (ค.ศ. 2026) ทำให้เกิดความสับสนและเข้าใจผิดว่าอาจเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัลโดยตรง แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง การทำความเข้าใจในรายละเอียดที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อขจัดความสับสน

การเปลี่ยนแปลงเรื่องภาษีนำเข้าสินค้ามูลค่าต่ำ

กฎหมายใหม่ที่ได้รับการยืนยันและจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป คือ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับสินค้านำเข้าที่มีราคาต่ำ จากเดิมที่สินค้านำเข้าซึ่งมีราคาศุลกากร (CIF – Cost, Insurance, and Freight) รวมกันไม่เกิน 1,500 บาท จะได้รับการยกเว้นอากรศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่ม

การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการในประเทศที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กับสินค้าราคาถูกที่นำเข้าจากต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ถูกจัดเก็บภาษีดังกล่าว ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ผู้ซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศจะต้องรับภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% แม้ว่าสินค้านั้นจะมีราคาต่ำกว่า 1,500 บาทก็ตาม

ความแตกต่างระหว่างภาษีนำเข้าและภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

เพื่อความชัดเจน การเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างภาษีสองประเภทนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

ตารางเปรียบเทียบสรุปความแตกต่างระหว่างภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้าปี 2569
หัวข้อเปรียบเทียบ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (จาก Digital Wallet) ภาษีมูลค่าเพิ่มสินค้านำเข้า (กฎหมายใหม่ 2569)
ประเภทภาษี ภาษีทางตรง (Direct Tax) ภาษีทางอ้อม (Indirect Tax)
สิ่งที่เกี่ยวข้อง เงินได้ หรือ รายรับ ที่บุคคลได้รับจากการประกอบอาชีพ, การค้าขาย, การให้บริการ การใช้จ่าย หรือ การซื้อสินค้า ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ
ผู้มีหน้าที่เสียภาษี ผู้มีเงินได้ (เช่น ผู้ค้าออนไลน์, ฟรีแลนซ์, ไรเดอร์) ผู้นำเข้า หรือ ผู้บริโภคคนสุดท้ายที่สั่งซื้อสินค้า
ฐานในการคำนวณ คำนวณจาก “เงินได้สุทธิ” (เงินได้พึงประเมิน หัก ค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน) คำนวณจาก “มูลค่าของสินค้า” ที่นำเข้า
ผลกระทบ ผู้ที่รับเงินผ่าน Digital Wallet และมีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด ต้องยื่นแบบฯ ผู้ที่สั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น 7%

ดังนั้น ข้อสรุปที่ชัดเจนคือ การอัปเดตภาษี 2569 ที่มีการประกาศออกมานั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับภาษีออนไลน์หรือภาษีจากรายได้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล แต่เป็นเรื่องของภาษีมูลค่าเพิ่มจากการซื้อของออนไลน์จากต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคเป็นหลัก

รายได้จากกระเป๋าเงินดิจิทัลที่เข้าข่ายต้องเสียภาษี

ถึงแม้จะไม่มีกฎหมายภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัลโดยเฉพาะ แต่รายได้ที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางนี้ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับการยกเว้นภาษี ตามหลักการของประมวลรัษฎากรแห่งประเทศไทย เงินได้ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะมาจากแหล่งใดหรือชำระด้วยวิธีใด (เงินสด, โอนผ่านธนาคาร, หรือผ่าน Digital Wallet) หากเข้าลักษณะเป็นเงินได้พึงประเมิน ผู้มีเงินได้ก็มีหน้าที่ต้องนำไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หลักการประเมินเงินได้ตามประมวลรัษฎากร

ประมวลรัษฎากรได้จำแนกประเภทของเงินได้พึงประเมินไว้ 8 ประเภท ตามมาตรา 40(1) ถึง 40(8) ซึ่งรายได้ส่วนใหญ่ที่ได้รับผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลมักจะจัดอยู่ในประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินได้ประเภทที่ 2 และประเภทที่ 8

การระบุประเภทของเงินได้ให้ถูกต้องเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญอย่างยิ่ง เพราะแต่ละประเภทมีวิธีการหักค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อจำนวนเงินได้สุทธิที่จะนำไปคำนวณภาษี

เงินได้พึงประเมินประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผู้ที่รับเงินผ่าน e-Wallet ประเภทเงินได้ที่พบบ่อยที่สุดมีดังนี้:

มาตรา 40(2): เงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ

เงินได้ประเภทนี้หมายถึงรายได้ที่เกิดจากการรับทำงานให้ ซึ่งผู้รับเงินมีลักษณะเป็น “ผู้รับจ้างอิสระ” หรือ “ฟรีแลนซ์” ไม่ได้อยู่ในสถานะนายจ้าง-ลูกจ้างโดยตรง ตัวอย่างเช่น:

  • ค่าจ้างสำหรับนักเขียนคอนเทนต์, กราฟิกดีไซเนอร์, โปรแกรมเมอร์ฟรีแลนซ์
  • ค่าตอบแทนจากการเป็นที่ปรึกษาอิสระ
  • ค่าจ้างจากการแปลเอกสาร

เงินได้ประเภทนี้สามารถหักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาได้ 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

มาตรา 40(8): เงินได้จากการประกอบธุรกิจ

เป็นประเภทเงินได้ที่กว้างที่สุดและครอบคลุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่ที่ไม่ได้จัดอยู่ในประเภท 40(1) ถึง 40(7) สำหรับบริบทของ Digital Wallet มักจะหมายถึง:

  • การพาณิชย์, การเกษตร, การอุตสาหกรรม: เช่น กำไรจากการขายสินค้าออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์ม e-Commerce หรือ Social Media
  • การขนส่ง: เช่น รายได้ของไรเดอร์ส่งอาหารหรือพัสดุ ที่รับค่าตอบแทนผ่านแอปพลิเคชัน
  • การอื่นนอกเหนือจากที่ระบุไว้: เช่น รายได้จากยูทูบเบอร์, สตรีมเมอร์, บล็อกเกอร์, หรือรายได้จากการให้เช่าพื้นที่โฆษณาบนเว็บไซต์

การหักค่าใช้จ่ายสำหรับเงินได้ประเภทนี้สามารถทำได้ 2 วิธี คือ หักตามจริง (ต้องมีเอกสารหลักฐานค่าใช้จ่ายครบถ้วน) หรือหักเป็นการเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด (เช่น 60% สำหรับการขายของออนไลน์ที่ไม่ได้ผลิตเอง)

ตัวอย่างกลุ่มผู้มีรายได้ผ่าน Digital Wallet

  • ผู้ค้าออนไลน์: รับชำระค่าสินค้าผ่านการสแกน QR Code หรือผ่านระบบชำระเงินของแพลตฟอร์มที่เชื่อมกับ e-Wallet
  • ไรเดอร์และผู้ขับขี่รถรับจ้าง: รับค่าบริการและค่ารอบผ่านแอปพลิเคชันของผู้ให้บริการ
  • กลุ่มฟรีแลนซ์: รับค่าจ้างจากผู้ว่าจ้างผ่านการโอนเงินเข้า e-Wallet โดยตรง
  • เกมเมอร์และสตรีมเมอร์: รับเงินสนับสนุน (Donation) จากผู้ชม หรือรับส่วนแบ่งรายได้จากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง

ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากกิจกรรมใด หากได้รับผ่านช่องทาง Digital Wallet ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปคำนวณและยื่นภาษี 2569 (สำหรับเงินได้ที่เกิดขึ้นในปี 2568) ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

แนวทางการเตรียมความพร้อมเพื่อยื่นภาษีอย่างถูกต้อง

การเตรียมตัวที่ดีเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้การยื่นภาษีเป็นเรื่องง่าย ลดความผิดพลาด และป้องกันปัญหาที่อาจตามมาในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรายได้มาจากหลายช่องทางและมีความซับซ้อน การเริ่มต้นเตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดภาระในช่วงใกล้กำหนดยื่นแบบฯ ได้เป็นอย่างดี

การจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย

ขั้นตอนพื้นฐานที่สุดแต่สำคัญที่สุดคือการจดบันทึกรายรับและรายจ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าแอปพลิเคชัน Digital Wallet จะมีประวัติการทำธุรกรรมให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ แต่การสรุปข้อมูลออกมาในรูปแบบของบัญชีจะช่วยให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนกว่า

  • บันทึกรายรับ: จดบันทึกทุกยอดที่เข้ามา โดยระบุวันที่, จำนวนเงิน, และแหล่งที่มาของรายได้ (เช่น ค่าขายสินค้า A, ค่าบริการ B) เพื่อให้สามารถแยกประเภทเงินได้ได้ถูกต้อง
  • บันทึกรายจ่าย: สำหรับผู้ที่ต้องการหักค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องบันทึกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจทั้งหมด เช่น ค่าวัตถุดิบ, ค่าขนส่ง, ค่าโฆษณา, ค่าแพ็กเกจจิ้ง
  • ใช้เทคโนโลยีช่วย: สามารถใช้โปรแกรมสเปรดชีต (เช่น Excel, Google Sheets) หรือแอปพลิเคชันทำบัญชีต่างๆ เพื่อช่วยในการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ

การเก็บรักษาเอกสารหลักฐานทางการเงิน

เอกสารหลักฐานเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหากถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบย้อนหลัง ผู้มีเงินได้ควรเก็บรวบรวมเอกสารต่อไปนี้ไว้อย่างน้อย 5 ปี:

  • หลักฐานฝั่งรายรับ: สรุปยอดขายจากแพลตฟอร์ม, ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษี (กรณีจดทะเบียน VAT), สเตทเมนต์จากแอปพลิเคชัน Digital Wallet
  • หลักฐานฝั่งรายจ่าย: ใบเสร็จรับเงิน/ใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์, หลักฐานการชำระค่าบริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ): กรณีที่ถูกผู้ว่าจ้างหักภาษีไว้ล่วงหน้า สามารถนำเครดิตภาษีส่วนนี้ไปหักออกจากยอดภาษีที่ต้องชำระได้

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าลดหย่อนภาษี

ค่าลดหย่อนเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ช่วยลดภาระภาษีลงได้ ผู้มีเงินได้ควรศึกษาและรวบรวมเอกสารสำหรับค่าลดหย่อนต่างๆ ที่ตนเองมีสิทธิ์ เช่น:

  • ค่าลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว: ค่าลดหย่อนส่วนตัว, คู่สมรส, บุตร, ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา
  • ค่าลดหย่อนกลุ่มประกันและการลงทุน: เบี้ยประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
  • ค่าลดหย่อนกระตุ้นเศรษฐกิจ: รายการลดหย่อนตามนโยบายของภาครัฐในแต่ละปี (ถ้ามี)
  • เงินบริจาค: เงินบริจาคให้แก่สถานศึกษา, สถานพยาบาล, องค์กรสาธารณกุศลต่างๆ

การเตรียมเอกสารเหล่านี้ให้พร้อม จะช่วยให้กระบวนการกรอกแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ (ภ.ง.ด. 90/91) เป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องครบถ้วน

สรุปภาพรวมและแนวโน้มภาษีธุรกรรมดิจิทัล

โดยสรุป สำหรับคำถามที่ว่า อัปเดตภาษีกระเป๋าเงินดิจิทัล 2569 ต้องยื่นอะไรบ้าง? คำตอบคือ ณ ปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงหรือออกกฎหมายภาษีเฉพาะสำหรับ Digital Wallet ในปี 2569 ผู้มีเงินได้ยังคงต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของประมวลรัษฎากรเดิม คือนำรายได้ทั้งหมดที่ได้รับผ่านทุกช่องทาง รวมถึงกระเป๋าเงินดิจิทัล มาคำนวณและยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีตามปกติ ส่วนการเปลี่ยนแปลงทางภาษีในปี 2569 ที่มีการประกาศแล้วนั้น เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บ VAT สำหรับสินค้านำเข้ามูลค่าต่ำ ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน

แนวโน้มในอนาคตชี้ให้เห็นว่า กรมสรรพากรจะให้ความสำคัญกับการจัดเก็บภาษีออนไลน์และธุรกรรมผ่านสรรพากร e-payment มากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเทคโนโลยีที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การเตรียมความพร้อมด้วยการจัดทำบัญชีและเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบตั้งแต่วันนี้ คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้มีเงินได้ในยุคดิจิทัล เพื่อให้สามารถบริหารจัดการภาษีได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว

วางแผนสร้างแบรนด์เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายแบบครบวงจร

นอกเหนือจากการวางแผนด้านภาษีแล้ว สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์เสื้อผ้า การเลือกพันธมิตรด้านการผลิตที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้คือปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ KDC SPORT เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืดคุณภาพสูง พร้อมให้บริการแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษาด้านการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและสนับสนุนการเติบโตของแบรนด์ต่างๆ หากท่านกำลังมองหาโรงงานผลิตที่พร้อมเดินเคียงข้างไปกับธุรกิจของท่าน สามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ที่อยู่: 888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์: 094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ