Shopping cart

สรุปเปิดตัว iPhone 17! สเปค-ราคา-วันขายในไทย

สารบัญ

การรอคอยสิ้นสุดลงแล้วกับการมาถึงของสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจาก Apple ในงาน Apple Event 2025 ที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอรายละเอียดฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับ สรุปเปิดตัว iPhone 17! สเปค-ราคา-วันขายในไทย ซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ที่ติดตามเทคโนโลยีทั่วโลกเป็นอย่างมาก การเปิดตัวครั้งนี้มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลายประการ ตั้งแต่การออกแบบ ชิปประมวลผลรุ่นใหม่ ระบบกล้องที่ได้รับการยกระดับ ไปจนถึงฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ที่ชาญฉลาดกว่าเดิม iPhone 17 Series ประกอบด้วย 4 รุ่นย่อยที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ใช้งาน ได้แก่ iPhone 17, iPhone 17 Air, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นและคุณสมบัติเฉพาะตัวที่น่าสนใจ

บทความนี้จะนำเสนอข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดเกี่ยวกับ iPhone 17 Series ที่เปิดตัวใหม่ ตั้งแต่ไทม์ไลน์การวางจำหน่ายในประเทศไทย สเปคทางเทคนิคโดยละเอียดของแต่ละรุ่น การเปรียบเทียบคุณสมบัติที่สำคัญ ไปจนถึงการวิเคราะห์ราคาเปิดตัว เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถพิจารณาและตัดสินใจเลือกซื้อรุ่นที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์และการใช้งานของตนเองได้อย่างครบถ้วนที่สุด

ไฮไลท์สำคัญของ iPhone 17 Series

  • การอัปเกรดหน้าจอ ProMotion 120Hz: iPhone 17 ทุกรุ่นมาพร้อมกับหน้าจอเทคโนโลยี ProMotion ที่มีอัตรารีเฟรช 120Hz ทำให้การแสดงผลลื่นไหลและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนหน้าจอหรือเล่นเกม
  • ชิปเซ็ตเจเนอเรชันใหม่: ขับเคลื่อนด้วยชิป A19 Bionic ในรุ่นมาตรฐาน และ A19 Pro ในรุ่น Air และ Pro ซึ่งมอบประสิทธิภาพการประมวลผลที่ทรงพลัง รองรับการทำงานที่ซับซ้อนและฟีเจอร์ AI ขั้นสูง
  • ระบบกล้องที่พัฒนาไปอีกขั้น: รุ่นมาตรฐานมาพร้อมระบบกล้องคู่ Dual Fusion 48MP ขณะที่รุ่น Pro มีระบบกล้อง 3 ตัวที่ทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมความสามารถในการซูมที่เหนือกว่าเดิม และกล้องหน้าความละเอียด 24MP ในทุกรุ่น
  • ไลน์อัปผลิตภัณฑ์ใหม่: การมาถึงของรุ่น “iPhone 17 Air” ที่มีหน้าจอขนาดใหญ่ 6.5 นิ้ว เป็นตัวเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ต้องการจอภาพขนาดใหญ่ในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่ารุ่น Pro Max
  • กำหนดการวางจำหน่ายในไทย: Apple ยืนยันวันเปิดจองและวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยในเดือนกันยายน 2568 ทำให้แฟนๆ ในไทยไม่ต้องรอนาน

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการและไทม์ไลน์สำคัญ

การเปิดตัวอย่างเป็นทางการและไทม์ไลน์สำคัญ

ในงาน Apple Event 2025 ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ Apple ได้ประกาศเปิดตัว iPhone 17 Series อย่างเป็นทางการ สร้างปรากฏการณ์และความสนใจในวงการเทคโนโลยีอีกครั้ง การเปิดตัวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางของนวัตกรรมสมาร์ทโฟนในอนาคต โดยไลน์อัปของปีนี้ประกอบด้วย 4 รุ่นหลัก ได้แก่ iPhone 17 รุ่นมาตรฐาน, iPhone 17 Air ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่เข้ามาเสริมทัพ, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max สำหรับผู้ใช้งานระดับมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการนำเสนอรุ่น “Air” ซึ่งมาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ แต่ยังคงคุณสมบัติบางอย่างจากรุ่นมาตรฐาน เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่ต้องการจอภาพกว้างแต่ไม่จำเป็นต้องใช้ฟีเจอร์ระดับโปรทั้งหมด นับเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

การเปิดตัว iPhone 17 Series ในครั้งนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานสมาร์ทโฟนครั้งสำคัญ โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีจอภาพ ProMotion 120Hz มาใช้กับทุกรุ่น ทำให้ผู้ใช้งานทุกคนได้สัมผัสประสบการณ์ที่ลื่นไหลและเหนือกว่า

กำหนดการวางจำหน่ายในประเทศไทย

สำหรับผู้ที่รอคอยในประเทศไทย Apple ได้ประกาศกำหนดการที่ชัดเจนออกมาแล้ว โดยจะเริ่มเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า (Pre-order) ในวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2568 ตั้งแต่เวลา 19:00 น. เป็นต้นไป ผ่านช่องทางออนไลน์และผู้ให้บริการเครือข่ายที่ได้รับอนุญาต หลังจากนั้นจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมกันทั่วประเทศในวันศุกร์ที่ 19 กันยายน 2568 การประกาศไทม์ไลน์ที่รวดเร็วนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดในประเทศไทย และเป็นการยืนยันว่าแฟนๆ ชาวไทยจะได้สัมผัสกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดไปพร้อมกับกลุ่มประเทศแรกๆ ของโลก

สรุปเปิดตัว iPhone 17! สเปค-ราคา-วันขายในไทย เจาะลึกทุกรุ่น

iPhone 17 Series มาพร้อมกับการอัปเกรดคุณสมบัติทางเทคนิคที่น่าสนใจในทุกมิติ โดยแต่ละรุ่นถูกออกแบบมาให้มีจุดเด่นที่แตกต่างกัน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ใช้งานทั่วไปไปจนถึงระดับมืออาชีพ การทำความเข้าใจในสเปคของแต่ละรุ่นจะช่วยให้สามารถเลือกรุ่นที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด

ตารางเปรียบเทียบสเปค iPhone 17 Series

ตารางเปรียบเทียบสเปคและคุณสมบัติหลักของ iPhone 17 ทั้ง 4 รุ่น ที่เปิดตัวในปี 2568
คุณสมบัติ iPhone 17 iPhone 17 Air iPhone 17 Pro iPhone 17 Pro Max
หน้าจอ 6.3″ Super Retina XDR OLED, ProMotion 120Hz 6.5″ OLED ProMotion 120Hz 6.3″ OLED ProMotion 120Hz 6.9″ OLED ProMotion 120Hz
ชิปเซ็ต A19 Bionic A19 Pro A19 Pro A19 Pro
กล้องหน้า 18MP พร้อม Center Stage 24MP พร้อม Center Stage 24MP พร้อม Center Stage 24MP พร้อม Center Stage
กล้องหลัง Dual Fusion 48MP (Wide + Ultrawide) ระบบกล้อง Fusion 48MP 48MP (Wide, Ultrawide, Telephoto) 48MP (Wide, Ultrawide, Telephoto)
การซูม (ออปติคัล) 0.5x, 1x, 2x 1x, 2x 0.5x, 1x, 2x, 4x, 8x 0.5x, 1x, 2x, 4x, 8x
แบตเตอรี่ 3,692 mAh (ใช้งานสูงสุด 30 ชม.)
พื้นที่เก็บข้อมูล 256GB, 512GB 256GB, 512GB, 1TB 256GB, 512GB, 1TB 256GB, 512GB, 1TB, 2TB
ราคาเริ่มต้น (บาท) 29,900 39,900 43,900 48,900

นวัตกรรมที่โดดเด่นใน iPhone 17 Series

การมาถึงของ iPhone 17 Series ไม่ใช่แค่การปรับปรุงเล็กน้อย แต่เป็นการนำเสนอนวัตกรรมที่สำคัญหลายด้าน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน

ชิปเซ็ต A19 Bionic และ A19 Pro: ขุมพลังแห่งอนาคต

หัวใจสำคัญของ iPhone 17 Series คือชิปเซ็ตเจเนอเรชันใหม่ โดย iPhone 17 รุ่นมาตรฐานมาพร้อมกับชิป A19 Bionic ที่ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในทุกๆ ด้าน ทั้ง CPU, GPU และ Neural Engine ทำให้การใช้งานทั่วไปรวดเร็วและลื่นไหลยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน รุ่น iPhone 17 Air, Pro และ Pro Max ได้รับการอัปเกรดไปอีกขั้นด้วยชิป A19 Pro ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง การประมวลผลภาพถ่ายขั้นสูง หรือการเล่นเกมกราฟิกหนักๆ ชิป A19 Pro จะมอบประสิทธิภาพที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ชิปทั้งสองรุ่นยังถูกปรับแต่งให้ทำงานร่วมกับฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างเต็มศักยภาพ

จอภาพ Super Retina XDR พร้อม ProMotion 120Hz ทุกรุ่น

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดและเป็นที่ต้องการของผู้ใช้งานมาโดยตลอด คือการนำเทคโนโลยี ProMotion 120Hz มาใส่ใน iPhone ทุกรุ่นของซีรีส์นี้ ทำให้ไม่ว่าจะเป็นรุ่นมาตรฐานหรือรุ่นโปร ผู้ใช้งานจะได้รับประสบการณ์การแสดงผลที่ลื่นไหล เนียนตา และตอบสนองต่อการสัมผัสได้อย่างฉับไว เทคโนโลยีนี้สามารถปรับอัตรารีเฟรชได้แบบไดนามิกตามลักษณะการใช้งานเพื่อช่วยประหยัดพลังงาน สำหรับ iPhone 17 รุ่นมาตรฐานยังมาพร้อมหน้าจอ Super Retina XDR ที่มีความสว่างสูงสุดถึง 3000 nits ซึ่งช่วยให้การมองเห็นในที่กลางแจ้งดีเยี่ยมยิ่งขึ้น

ระบบกล้อง Fusion และ Pro Camera System: การปฏิวัติการถ่ายภาพ

ระบบกล้องใน iPhone 17 Series ได้รับการยกระดับครั้งใหญ่ เริ่มจากกล้องหน้าที่อัปเกรดเป็นความละเอียด 24MP ในรุ่น Air และ Pro พร้อมฟีเจอร์ Center Stage ที่ช่วยจัดองค์ประกอบให้อยู่กลางเฟรมเสมอระหว่างวิดีโอคอลล์ ส่วนกล้องหน้าของรุ่นมาตรฐานมีความละเอียด 18MP ซึ่งยังคงประสิทธิภาพที่ดีเยี่ยม

สำหรับกล้องหลัง iPhone 17 รุ่นมาตรฐานใช้ระบบกล้องคู่ Dual Fusion 48MP ที่ผสานการทำงานระหว่างเลนส์ Wide และ Ultrawide เพื่อสร้างภาพถ่ายที่มีรายละเอียดสูงและมีมิติยิ่งขึ้น ในขณะที่ iPhone 17 Pro และ Pro Max มาพร้อมกับระบบกล้องสามตัวระดับโปร ประกอบด้วยเลนส์ Wide, Ultrawide และ Telephoto ที่มีความละเอียด 48MP ทั้งหมด ซึ่งมอบความยืดหยุ่นในการถ่ายภาพสูงสุด พร้อมความสามารถในการซูมแบบออปติคัลที่ไกลถึง 8 เท่า ทำให้สามารถเก็บภาพระยะไกลได้อย่างคมชัด

ดีไซน์และตัวเลือกสีใหม่

แม้ว่าดีไซน์โดยรวมจะยังคงเอกลักษณ์ของ iPhone เอาไว้ แต่ในซีรีส์นี้มีการปรับปรุงรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้การจับถือทำได้ดียิ่งขึ้น จุดเด่นที่น่าสนใจคือตัวเลือกสีใหม่ในรุ่นมาตรฐาน ซึ่งมีให้เลือกถึง 5 สี ได้แก่ Lavender (สีม่วงลาเวนเดอร์), Sage (สีเขียวเสจ), Mist Blue (สีฟ้าหม่น), Black (สีดำ) และ White (สีขาว) ตัวเลือกสีที่หลากหลายนี้ช่วยเพิ่มความน่าสนใจและเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานได้เลือกสีที่สะท้อนตัวตนของตนเองได้มากขึ้น

แบตเตอรี่และการเชื่อมต่อ

ในด้านพลังงาน iPhone 17 รุ่นมาตรฐานมาพร้อมกับแบตเตอรี่ความจุ 3,692 mAh ซึ่งจากการทดสอบสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 30 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แม้จะยังไม่มีข้อมูลความจุแบตเตอรี่ของรุ่นอื่น ๆ อย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าจะได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานได้ยาวนานตลอดวันเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ iPhone 17 Series ยังรองรับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อล่าสุด เพื่อให้มั่นใจได้ถึงความเร็วและความเสถียรในการใช้งานอินเทอร์เน็ตและอุปกรณ์เสริมต่างๆ

ราคาและการวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

การกำหนดราคาเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค สำหรับ iPhone 17 Series นั้น Apple ได้วางโครงสร้างราคาที่น่าสนใจและสามารถแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมได้เป็นอย่างดี

โครงสร้างราคาแต่ละรุ่น

ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยมีดังนี้:

  • iPhone 17:
    • 256GB: 29,900 บาท
    • 512GB: 37,900 บาท
  • iPhone 17 Air:
    • 256GB: 39,900 บาท
    • 512GB: 47,900 บาท
    • 1TB: 55,900 บาท
  • iPhone 17 Pro:
    • 256GB: 43,900 บาท
    • 512GB: 51,900 บาท
    • 1TB: 59,900 บาท
  • iPhone 17 Pro Max:
    • 256GB: 48,900 บาท
    • 512GB: 56,900 บาท
    • 1TB: 64,900 บาท
    • 2TB: 80,900 บาท

การวางตำแหน่งทางการตลาด

จากโครงสร้างราคา จะเห็นได้ว่า iPhone 17 รุ่นมาตรฐานเริ่มต้นที่ราคาต่ำกว่าสามหมื่นบาทสำหรับความจุ 256GB ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น่าสนใจและเข้าถึงง่ายสำหรับผู้ที่ต้องการอัปเกรดมาใช้ iPhone รุ่นใหม่ล่าสุด ในขณะที่ iPhone 17 Air เข้ามาเป็นตัวเลือกกลางสำหรับผู้ที่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่และประสิทธิภาพระดับโปรบางส่วน ส่วนรุ่น Pro และ Pro Max ยังคงจับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการเทคโนโลยีที่ดีที่สุดและไม่เกี่ยงเรื่องราคา โดยเฉพาะรุ่น Pro Max ที่มีความจุสูงสุดถึง 2TB เพื่อรองรับการทำงานด้านวิดีโอและคอนเทนต์ระดับมืออาชีพโดยเฉพาะ

บทสรุป: iPhone 17 Series ก้าวต่อไปของนวัตกรรมสมาร์ทโฟน

โดยสรุปแล้ว การเปิดตัว iPhone 17, iPhone 17 Air, iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ Apple ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง การนำเสนอคุณสมบัติระดับสูงอย่างหน้าจอ ProMotion 120Hz ให้เป็นมาตรฐานในทุกรุ่น, การใช้ชิปเซ็ต A19 Series ที่ทรงพลัง, และการยกระดับระบบกล้องถ่ายภาพให้มีความสามารถสูงขึ้น ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ iPhone 17 Series มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง

การกำหนดราคาที่ชัดเจนและวันวางจำหน่ายในประเทศไทยที่รวดเร็ว ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถวางแผนการซื้อได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานทั่วไปที่มองหาความคุ้มค่าใน iPhone 17 หรือผู้ใช้งานระดับมืออาชีพที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดจาก iPhone 17 Pro Max ไลน์อัปใหม่นี้มีตัวเลือกที่ครอบคลุมทุกความต้องการ การมาถึงของ iPhone 17 Series จะเป็นการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดสมาร์ทโฟนในปี 2568 และเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของ Apple

สั่งเสื้อ

มกราคม 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา