ไฮเปอร์ลูปกรุงเทพ-เชียงใหม่: สวรรค์นักเดินทาง นรกคนท้องถิ่น
- บทนำสู่การปฏิวัติการเดินทางแห่งอนาคต
- ไฮเปอร์ลูปคืออะไร: เทคโนโลยีที่พลิกโฉมโลก
- สวรรค์นักเดินทาง: ข้อดีของการเดินทางข้ามเวลา
- นรกคนท้องถิ่น: ผลกระทบไฮเปอร์ลูปต่อเมืองรายทาง
- ตารางเปรียบเทียบ: ไฮเปอร์ลูป vs. การเดินทางรูปแบบอื่น
- อนาคตของการท่องเที่ยวไทย 2025 และเส้นทางที่ต้องเลือก
- บทสรุป: ความท้าทายสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและทั่วถึง
โครงการไฮเปอร์ลูปเป็นเทคโนโลยีการคมนาคมแห่งอนาคตที่อาจเปลี่ยนแปลงวิถีการเดินทางระหว่างเมืองใหญ่ของประเทศไทยไปอย่างสิ้นเชิง ด้วยศักยภาพในการย่นระยะเวลาเดินทางจากหลายชั่วโมงให้เหลือเพียงไม่กี่นาที อย่างไรก็ตาม นวัตกรรมที่ก้าวล้ำนี้ก็นำมาซึ่งคำถามสำคัญเกี่ยวกับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่อาจเกิดขึ้นกับชุมชนท้องถิ่นที่ไม่ได้อยู่ในแนวเส้นทางหลักโดยตรง
- ไฮเปอร์ลูปเสนอการเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ภายในเวลาประมาณ 30 นาที ซึ่งเป็นการปฏิวัติการเดินทางระยะไกลในประเทศ
- เทคโนโลยีนี้มอบประโยชน์มหาศาลแก่นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจในด้านความเร็ว ประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- รูปแบบการเดินทางแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) ที่มีสถานีจำกัดเพียงไม่กี่แห่ง ทำให้เมืองรองและจังหวัดรายทางจำนวนมากถูกข้ามไป
- การถูกตัดขาดจากโครงข่ายคมนาคมแห่งอนาคตนี้ อาจสร้างความเสี่ยงให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในท้องถิ่นที่พึ่งพารายได้จากการเดินทางและท่องเที่ยวแบบดั้งเดิม
- โครงการยังคงอยู่ในขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ โดยมีประเด็นท้าทายทั้งในด้านเทคนิค งบประมาณ และผลกระทบทางสังคมที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
บทนำสู่การปฏิวัติการเดินทางแห่งอนาคต
แนวคิดโครงการ ไฮเปอร์ลูปกรุงเทพ-เชียงใหม่: สวรรค์นักเดินทาง นรกคนท้องถิ่น ได้จุดประกายบทสนทนาที่สำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาระบบคมนาคมของประเทศไทย โครงการนี้ไม่เพียงแต่นำเสนอภาพอนาคตของการเดินทางที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน แต่ยังสะท้อนถึงความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับการพัฒนาที่ทั่วถึงและยั่งยืน การเดินทางที่เคยใช้เวลาเกือบทั้งวันอาจลดลงเหลือเพียงระยะเวลาเท่ากับการเดินทางในเมือง ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อภาคการท่องเที่ยว ธุรกิจ และไลฟ์สไตล์ของผู้คนในเมืองใหญ่
ประเด็นนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมองในบริบทของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและยุทธศาสตร์ด้านการท่องเที่ยว การตัดสินใจดำเนินโครงการขนาดใหญ่นี้จะส่งผลกระทบต่อประชากรหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่นักเดินทางที่ต้องการความสะดวกสบาย นักธุรกิจที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ไปจนถึงผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนในจังหวัดต่างๆ ที่อาจได้รับทั้งโอกาสและผลกระทบจากคลื่นแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “เราจะเดินทางได้เร็วขึ้นได้อย่างไร” แต่คือ “การพัฒนานี้จะนำพาประเทศไทยไปในทิศทางใด และใครที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง”
ไฮเปอร์ลูปคืออะไร: เทคโนโลยีที่พลิกโฉมโลก
ไฮเปอร์ลูปคือรูปแบบการขนส่งแห่งอนาคตที่ถูกขนานนามว่าเป็น “รุ่นที่ห้า” ของการคมนาคม ต่อจากเรือ รถไฟ รถยนต์ และเครื่องบิน แนวคิดนี้ผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อสร้างระบบการเดินทางที่รวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูง โดยมีเป้าหมายเพื่อเอาชนะข้อจำกัดด้านความเร็วและพลังงานของระบบขนส่งในปัจจุบัน
หลักการทำงานเบื้องหลังความเร็ว 1,200 กม./ชม.
หัวใจของเทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปอยู่ที่การลดแรงต้านทานสองประการที่สำคัญที่สุดในการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง นั่นคือแรงเสียดทานและแรงต้านอากาศ ระบบนี้ทำงานโดยใช้ส่วนประกอบหลักดังนี้:
- ท่อสุญญากาศ (Vacuum Tube): พาหนะจะเดินทางภายในท่อที่ถูกสูบอากาศออกไปเกือบหมด ทำให้มีสภาพใกล้เคียงกับสุญญากาศ การลดแรงต้านอากาศนี้ช่วยให้พาหนะสามารถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงมากโดยใช้พลังงานน้อยกว่าเครื่องบินหรือรถไฟความเร็วสูงอย่างมหาศาล
- แคปซูลหรือพ็อด (Capsule/Pod): เป็นพาหนะที่บรรทุกผู้โดยสารหรือสินค้า ถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เพื่อลดแรงต้านอากาศที่ยังคงเหลืออยู่ในท่อ
- ระบบขับเคลื่อนด้วยแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic Propulsion): พ็อดจะถูกเร่งความเร็วด้วยมอเตอร์เหนี่ยวนำเชิงเส้น (Linear Induction Motor) ที่ติดตั้งตามแนวท่อ ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างราบรื่นและรวดเร็ว
- การลอยตัวด้วยแม่เหล็ก (Magnetic Levitation): พ็อดจะลอยตัวอยู่เหนือรางเล็กน้อยด้วยพลังแม่เหล็ก คล้ายกับรถไฟแม็กเลฟ (Maglev) ซึ่งเป็นการกำจัดแรงเสียดทานจากการสัมผัสระหว่างล้อกับราง ทำให้การเดินทางเงียบและใช้พลังงานน้อยลง
เมื่อรวมองค์ประกอบเหล่านี้เข้าด้วยกัน พ็อดของไฮเปอร์ลูปจึงสามารถทำความเร็วตามทฤษฎีได้สูงถึง 1,200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าเครื่องบินพาณิชย์และรถไฟความเร็วสูงในปัจจุบันอย่างมาก
เส้นทางกรุงเทพ-เชียงใหม่: จุดเชื่อมต่อยุทธศาสตร์
เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ถูกเลือกให้เป็นเส้นทางนำร่องที่มีศักยภาพสำหรับโครงการไฮเปอร์ลูปในประเทศไทย เนื่องจากเป็นหนึ่งในเส้นทางคมนาคมที่มีผู้ใช้งานหนาแน่นที่สุดของประเทศ เชื่อมต่อระหว่างเมืองหลวงซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ กับเชียงใหม่ซึ่งเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมที่สำคัญของภาคเหนือ ตามแผนเบื้องต้น โครงการจะประกอบด้วยสถานีหลัก 4 แห่ง ได้แก่
- กรุงเทพมหานคร: สถานีต้นทางและปลายทาง เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ
- นครสวรรค์: สถานีจุดพักและเชื่อมต่อในภาคกลางตอนบน
- พิษณุโลก: สถานีศูนย์กลางของภาคเหนือตอนล่าง
- เชียงใหม่: สถานีปลายทางและประตูสู่ภาคเหนือ
การมีสถานีเพียงไม่กี่แห่งสะท้อนถึงปรัชญาการออกแบบของไฮเปอร์ลูปที่เน้นการเดินทางแบบด่วนพิเศษ (Express) ระหว่างจุดยุทธศาสตร์สำคัญ เพื่อลดระยะเวลาการเดินทางให้เหลือน้อยที่สุด
สวรรค์นักเดินทาง: ข้อดีของการเดินทางข้ามเวลา

สำหรับผู้ที่ต้องเดินทางระหว่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจ ไฮเปอร์ลูปเปรียบเสมือนเทคโนโลยีจากอนาคตที่มอบประโยชน์อย่างมหาศาลและอาจเปลี่ยนประสบการณ์การเดินทางไปอย่างสิ้นเชิง
ประหยัดเวลาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดของไฮเปอร์ลูปคือการลดระยะเวลาเดินทางลงอย่างมาก การเดินทางจากกรุงเทพฯ ถึงเชียงใหม่ที่ปัจจุบันใช้เวลา 8-10 ชั่วโมงโดยรถยนต์ หรือประมาณ 3-4 ชั่วโมงหากรวมเวลาเดินทางไปสนามบินและรอขึ้นเครื่องบิน จะลดลงเหลือเพียงประมาณ 30-40 นาทีเท่านั้น การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวกสบาย แต่ยังเปิดโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจและการท่องเที่ยว การเดินทางไปเชียงใหม่เพื่อประชุมในช่วงเช้าและกลับมากรุงเทพฯ ในช่วงบ่ายจะกลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพและประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจอย่างมาก
การเดินทางสีเขียวเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
ในยุคที่ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมเป็นวาระสำคัญระดับโลก ไฮเปอร์ลูปนำเสนอทางเลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมดและไม่ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง ณ จุดใช้งาน ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการเดินทางทางอากาศหรือทางถนนที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล นอกจากนี้ การออกแบบที่เน้นประสิทธิภาพพลังงานสูงทำให้ไฮเปอร์ลูปใช้พลังงานต่อผู้โดยสารหนึ่งคนน้อยกว่ารูปแบบการเดินทางความเร็วสูงอื่นๆ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม
กระตุ้นเศรษฐกิจในเมืองใหญ่และสร้างงานยุคใหม่
การก่อสร้างและดำเนินงานโครงการไฮเปอร์ลูปจะสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจในเมืองที่เป็นที่ตั้งของสถานีโดยตรง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นี้ต้องอาศัยแรงงานฝีมือและผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ตั้งแต่วิศวกรรมโยธา วิศวกรรมไฟฟ้า ไปจนถึงเทคโนโลยีสารสนเทศและการจัดการ ซึ่งจะช่วยสร้างงานและพัฒนาทักษะแรงงานในประเทศ นอกจากนี้ เมื่อเปิดให้บริการ ความเชื่อมโยงที่รวดเร็วขึ้นระหว่างกรุงเทพฯ และเชียงใหม่จะกระตุ้นการลงทุน การท่องเที่ยว และการแลกเปลี่ยนทางธุรกิจระหว่างสองเมืองใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่สถานีเติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด
นรกคนท้องถิ่น: ผลกระทบไฮเปอร์ลูปต่อเมืองรายทาง
ในขณะที่เมืองใหญ่ที่มีสถานีไฮเปอร์ลูปเตรียมต้อนรับอนาคตที่สดใส ชุมชนและเมืองรองที่ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางกลับต้องเผชิญกับความกังวลและความไม่แน่นอน นี่คืออีกด้านของเหรียญที่มักถูกมองข้ามไปในบทสนทนาเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
วิกฤตเศรษฐกิจที่มองไม่เห็น: เมืองที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
เส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่เชียงใหม่นั้นผ่านจังหวัดที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมมากมาย เช่น พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, พิจิตร, สุโขทัย, ลำปาง และลำพูน ในปัจจุบัน เมืองเหล่านี้ได้รับประโยชน์จากนักเดินทางที่แวะพักระหว่างทาง สร้างรายได้ให้กับธุรกิจท้องถิ่นนับไม่ถ้วน ทั้งร้านอาหาร โรงแรม ร้านขายของที่ระลึก และสถานีบริการน้ำมัน แต่ด้วยระบบไฮเปอร์ลูปที่เคลื่อนที่ผ่านเมืองเหล่านี้ไปโดยไม่มีการหยุดพัก รายได้เหล่านี้อาจหายไปในพริบตา
ปรากฏการณ์นี้เปรียบได้กับการสร้างทางหลวงซูเปอร์ไฮเวย์ที่ตัดขาดเมืองเล็กๆ ออกจากเส้นทางการสัญจรหลัก เศรษฐกิจท้องถิ่นที่เคยคึกคักอาจต้องเผชิญกับภาวะซบเซาอย่างรุนแรง ก่อให้เกิด วิกฤตเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนนับพันนับหมื่นคน
การออกแบบ Point-to-Point: ดาบสองคมของการพัฒนา
จุดเด่นของไฮเปอร์ลูปที่ทำให้เดินทางได้รวดเร็ว คือการออกแบบให้เป็นการเดินทางแบบจุดต่อจุด (Point-to-Point) โดยมีสถานีน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งแตกต่างจากรถไฟความเร็วสูงที่มักจะมีสถานีย่อยในเมืองรองต่างๆ เพื่อกระจายความเจริญและเพิ่มการเข้าถึงให้กับคนในพื้นที่ แม้ว่าการออกแบบนี้จะมอบประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้เดินทางระหว่างต้นทางและปลายทาง แต่ก็กลายเป็น “ดาบสองคม” ที่สร้างกำแพงที่มองไม่เห็น กีดกันเมืองรายทางออกจากโอกาสในการพัฒนา เศรษฐกิจจะกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่เพียงไม่กี่แห่ง ในขณะที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศกลับไม่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่ามหาศาลนี้เลย
ความกังวลด้านความคุ้มค่าและความเป็นไปได้
นอกเหนือจากผลกระทบทางสังคมแล้ว โครงการไฮเปอร์ลูปยังเผชิญกับคำถามสำคัญในด้านเทคนิคและงบประมาณ เทคโนโลยีนี้ยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นและยังไม่มีการใช้งานเชิงพาณิชย์ในสเกลขนาดใหญ่ที่ใดในโลก การก่อสร้างท่อสุญญากาศที่ทอดยาวหลายร้อยกิโลเมตรผ่านสภาพภูมิประเทศที่หลากหลายของไทยเป็นความท้าทายทางวิศวกรรมอย่างยิ่ง และต้องใช้งบประมาณการลงทุนที่สูงลิ่ว คำถามที่ตามมาคือ ความคุ้มค่าในการลงทุนมหาศาลนี้ เมื่อเทียบกับผลประโยชน์ที่อาจกระจุกตัวอยู่เพียงไม่กี่พื้นที่ และเมื่อเทียบกับทางเลือกอื่นเช่นการพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูงที่สามารถกระจายประโยชน์ได้กว้างขวางกว่า ข้อมูลการศึกษาความเป็นไปได้ฉบับสมบูรณ์ยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ทำให้ความกังวลเหล่านี้ยังคงอยู่
ตารางเปรียบเทียบ: ไฮเปอร์ลูป vs. การเดินทางรูปแบบอื่น
| คุณสมบัติ | ไฮเปอร์ลูป | เครื่องบิน | รถไฟความเร็วสูง | รถยนต์/รถบัส |
|---|---|---|---|---|
| เวลาเดินทาง (โดยประมาณ) | ~30-40 นาที | ~3-4 ชั่วโมง (รวมเวลาเดินทางไป-กลับสนามบินและเช็คอิน) | ~3-3.5 ชั่วโมง | 8-12 ชั่วโมง |
| ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม | ต่ำมาก (ใช้ไฟฟ้า, ไม่มีไอเสียโดยตรง) | สูง (ปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก) | ต่ำ (ใช้ไฟฟ้า) | สูง (ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล) |
| การกระจายประโยชน์สู่ท้องถิ่น | ต่ำ (สถานีจำกัดเฉพาะเมืองใหญ่) | ปานกลาง (มีสนามบินในบางจังหวัด) | สูง (สามารถมีสถานีย่อยในเมืองรอง) | สูงมาก (เข้าถึงได้ทุกพื้นที่) |
| ความอ่อนไหวต่อสภาพอากาศ | ต่ำมาก (เดินทางในท่อปิด) | สูง (เที่ยวบินอาจล่าช้าหรือยกเลิก) | ต่ำ | ปานกลาง (ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและฝน) |
| ต้นทุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน | สูงมาก | ปานกลาง (ใช้สนามบินที่มีอยู่) | สูง | ต่ำ (ใช้ถนนที่มีอยู่) |
อนาคตของการท่องเที่ยวไทย 2025 และเส้นทางที่ต้องเลือก
โครงการไฮเปอร์ลูปสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งไปสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมและเทคโนโลยี แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นการทดสอบแนวทางการพัฒนาของประเทศ โดยเฉพาะในมิติของ ท่องเที่ยวไทย 2025 ที่เน้นการกระจายรายได้และส่งเสริมเมืองรอง การเกิดขึ้นของไฮเปอร์ลูปอาจสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวที่ทันสมัยและดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความเร็วและเทคโนโลยี อย่างไรก็ตาม หากการพัฒนานี้ทำให้เสน่ห์ของเมืองรองและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่เคยเป็นจุดขายสำคัญของการท่องเที่ยวไทยต้องเลือนหายไป ก็อาจกลายเป็นการทำลายสินทรัพย์ทางการท่องเที่ยวที่มีค่าที่สุดของประเทศไปโดยไม่รู้ตัว
ดังนั้น ประเทศไทยจึงอยู่บนทางแพร่งที่ต้องเลือกระหว่าง “ความเร็ว” กับ “ความทั่วถึง” การตัดสินใจไม่ควรอยู่บนพื้นฐานของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาถึงผลกระทบในมิติทางสังคมและเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน การมองหาแนวทางที่สามารถผสานนวัตกรรมเข้ากับการพัฒนาที่ยั่งยืน เช่น การสร้างระบบขนส่งเสริม (Feeder System) ที่มีประสิทธิภาพเพื่อเชื่อมต่อเมืองรองเข้ากับสถานีไฮเปอร์ลูป อาจเป็นคำตอบที่ช่วยลดผลกระทบเชิงลบและกระจายประโยชน์ให้ทั่วถึงมากขึ้นได้
บทสรุป: ความท้าทายสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและทั่วถึง
โครงการ ไฮเปอร์ลูปกรุงเทพ-เชียงใหม่ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความซับซ้อนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในศตวรรษที่ 21 มันคือภาพสะท้อนของสองด้านของเหรียญแห่งความก้าวหน้า ด้านหนึ่งคือ “สวรรค์ของนักเดินทาง” ที่เต็มไปด้วยความเร็ว ประสิทธิภาพ และโอกาสทางเศรษฐกิจสำหรับเมืองใหญ่ แต่อีกด้านหนึ่งคือ “นรกของคนท้องถิ่น” ที่อาจต้องเผชิญกับความซบเซาทางเศรษฐกิจและการถูกทิ้งไว้ข้างหลังจากการพัฒนาที่ไม่ทั่วถึง
เทคโนโลยีไฮเปอร์ลูปมีศักยภาพที่จะเป็นพลังขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศได้อย่างมหาศาล แต่ความสำเร็จที่แท้จริงของโครงการนี้ไม่ได้วัดกันที่ความเร็วของพ็อด หรือมูลค่าการลงทุนเท่านั้น แต่วัดกันที่ความสามารถในการสร้างประโยชน์ให้กับคนทุกกลุ่มในสังคมได้อย่างเท่าเทียม การเดินหน้าโครงการนี้จึงต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบ การศึกษาผลกระทบอย่างลึกซึ้ง และการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อให้แน่ใจว่าการเดินทางสู่อนาคตของประเทศไทย จะเป็นการเดินทางที่ไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นธรรมสำหรับทุกคน

