การเยือนอย่างเป็นทางการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์พิเศษระหว่างไทยและ สปป. ลาว ในฐานะเพื่อนบ้านที่มีความคล้ายคลึงทางวัฒนธรรมและมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในระดับประชาชน การเยือนครั้งนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตและการพัฒนาที่ยั่งยืนระหว่างทั้งสองประเทศ
นอกจากการหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรี สปป. ลาว แล้ว นายกรัฐมนตรีไทยยังได้เข้าเยี่ยมคารวะ ฯพณฯ ทองลุน สีสุลิด ประธานประเทศแห่ง สปป.ลาว และเลขาธิการพรรคประชาชนปฏิวัติลาว และเข้าพบ ฯพณฯ ไซสมพอน พมวิหาน ประธานรัฐสภา สปป.ลาว
ในการประชุมครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อพัฒนาความร่วมมือทวิภาคีในทุกมิติ จะมีการแลกเปลี่ยนการเยือนระดับสูงระหว่างทั้งสองประเทศเป็นประจำ และทั้งสองฝ่ายจะกระชับความร่วมมือในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การพัฒนา และประชาชน
ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายการค้าทวิภาคีที่มีมูลค่า 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี พ.ศ. 2568 ผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การอำนวยความสะดวกทางการค้าที่ดีขึ้น การขยายเครือข่าย SMEs ข้ามพรมแดน และการส่งเสริมกิจกรรมทางเศรษฐกิจระหว่างจังหวัดชายแดนของทั้งสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเร่งรัดกระบวนการเริ่มการก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่บริเวณจุดผ่านแดนหนองคาย-นครหลวงเวียงจันทน์โดยเร็วที่สุดภายในปี พ.ศ. 2569 เพื่อรองรับการเติบโตของการขนส่งสินค้าทางรางข้ามพรมแดนระหว่างไทย – ลาว – จีน
ในระหว่างการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรีทั้งสองเป็นประธานในพิธีเปิดสถานีรถไฟเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้งสองผ่านทางสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหาชน) หรือ (สพพ.) ของไทย เพื่อเชื่อมโยงระบบรางทั้งสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น การให้บริการรถไฟครั้งแรกจากสถานีหนองคายไปยังสถานีเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) ที่สร้างขึ้นใหม่ในนครหลวงเวียงจันทน์ชั้นในจะเริ่มในปี พ.ศ. 2567 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามพรมแดนมากขึ้น
ทั้งสองฝ่ายพอใจกับความคืบหน้าของการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ-บอลิคำไซ) ซึ่งขณะนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จเกือบร้อยละ 90 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จและสะพานจะเปิดได้ในอนาคตอันใกล้นี้
โดยตั้งตารอโครงการอื่นๆ ที่กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการเพื่อเพิ่มการเชื่อมโยงที่ดียิ่งขึ้นระหว่างทั้งสองประเทศและภูมิภาค รวมถึงการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 6 (อุบลราชธานี-สาละวัน) และการปรับปรุงทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 12 (R12) ) จากชายแดนไทย-ลาวที่จังหวัดนครพนม-เมืองท่าแขก ถึงชายแดนลาว-เวียดนามที่ด่านนาเปา -จ๋าโหละ (Na Pao-Cha Lo)
ในด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการขนถ่ายสินค้าทางถนนและทางรถไฟ เพื่อส่งเสริมการค้าระดับทวิภาคีและระดับภูมิภาค ทั้งสองฝ่ายจะเร่งรัดการจัดตั้งเขตพื้นที่ควบคุมร่วม (CCA) เพื่อลดขั้นตอนศุลกากรในการขนส่งข้ามพรมแดน ณ สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 (มุกดาหาร – สะหวันนะเขต) ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมหลักระหว่างไทย – ลาว – เวียดนาม
ในด้านการท่องเที่ยว ทั้งสองฝ่ายจะสรุปแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวข้ามพรมแดน และทำกิจกรรมร่วมกันเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ร่วมกับปีแห่งการท่องเที่ยว สปป. ลาว 2024” (Visit Laos Year 2024)
หน่วยงานด้านความมั่นคงของทั้งสองประเทศจะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพตามแนวชายแดน และจัดการกับอาชญากรรมข้ามชาติอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการค้ายาเสพติดและการหลอกลวงทางออนไลน์ ความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดนระหว่างไทยและสปป.ลาวฉบับปรับปรุงมีกำหนดลงนามภายในสิ้นปีนี้
ผู้นำทั้งสองเห็นพ้องที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดมากขึ้นในประเด็นปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดน และมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสรุปแผนปฏิบัติการร่วมไตรภาคี – ยุทธศาสตร์ฟ้าใสระหว่างไทย สปป. ลาว และเมียนมาร์ภายในสิ้นปีนี้ ประเทศไทยจะสนับสนุนการพัฒนาแผนที่ความเสี่ยงด้านอัคคีภัยของ สปป. ลาว และโครงการเสริมสร้างขีดความสามารถด้านการควบคุมไฟป่าและการเผาพืชผล
ฝ่ายลาวแสดงความขอบคุณไทยที่ไทยยังคงร่วมมือพัฒนาในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีส่วนช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนตลอดจนสายสัมพันธ์แห่งมิตรภาพระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ
ทั้งสองฝ่ายถือโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นระหว่างประเทศและระดับภูมิภาคที่มีความสนใจและข้อกังวลร่วมกัน นายกรัฐมนตรีไทยแสดงความมั่นใจและสนับสนุนอย่างเต็มที่ต่อการดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนของ สปป. ลาว ในปี พ.ศ. 2567 ไทยและ สปป. ลาว จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและความเหนียวแน่นของอาเซียน และรักษาบทบาทสำคัญของอาเซียนในการรักษาสันติภาพ เสถียรภาพ และการพัฒนาในภูมิภาค ท่ามกลางความไม่แน่นอนระหว่างประเทศ
ภายหลังการหารือทวิภาคีแล้ว นายกรัฐมนตรีทั้งสองเป็นประธานในพิธีส่งมอบและเป็นสักขีพยานในการลงนามเอกสาร ดังนี้
(1) ส่งมอบศูนย์การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืนบนพื้นฐานการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ณ โรงเรียนเทคนิค-วิชาชีพ แบบผสม แขวงอัตตะปือ (Attapeu Integrated Vocational Education and Technical School)
(2) ส่งมอบสวนรุกขชาติมิตรภาพเนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ลาว
(3) การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างกระทรวงวัฒนธรรมไทยกับกระทรวงแถลงข่าว วัฒนธรรม และท่องเที่ยว สปป. ลาว และ
(4) การลงนามบันทึกการสนทนาระหว่าง สพพ. กับการรถไฟแห่งชาติลาวเพื่อความช่วยเหลือด้านเทคนิคในการเสริมสร้างขีดความสามารถระบบขับเคลื่อนหัวรถจักรและระบบจำหน่ายตั๋ว และการพัฒนารูปแบบธุรกิจสำหรับการรถไฟแห่งชาติลาว
ที่มา www.mfa.go.th
น้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ต้องกลัว! ใช้แอป BMA Traffic เช็คพื้นที่น้ำท่วม สภาพจราจรแบบเรียลไทม์ ผ่านกล้อง CCTV ทั่วเมือง วางแผนหลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยงได้ทันที เพื่อการเดินทางที่ปลอดภัย ดาวน์โหลดเลย!
ทำไมคุณถึงจะหลงรักที่แห่งนี้ แม้ตามมาตรฐานของทะเลแ…
ในฐานะที่ทรงดำรงพระบรมราชอิสริยยศสมเด็จพระราชินีมา…
ลาก่อนทหารเกณฑ์! กองทัพไทยปฏิวัติการรบครั้งใหญ่ ใช้หุ่นยนต์ AI อัจฉริยะและระบบรบอัตโนมัติเข้าประจำการในภารกิจเสี่ยงภัยแทนมนุษย์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความสูญเสียชีวิตทหาร และยกระดับประสิทธิภาพการป้องกันประเทศสู่ยุคใหม่ กองทัพไทยจะทันสมัยแค่ไหน? ค้นพบคำตอบได้ที่นี่!
ก้าวแรกของ ‘ผู้พิพากษา AI’ ในไทย! ศาลปกครองเริ่มใช้ AI ช่วยพิจารณาคดีครั้งแรก ยกระดับความยุติธรรมให้รวดเร็ว โปร่งใส และแม่นยำยิ่งขึ้น ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าใจภาษากฎหมายไทย สัมผัสอนาคตของระบบศาลไทยที่กำลังพลิกโฉมได้แล้วที่นี่!
เปิดตัว ‘ทางรัฐ’ Super App รัฐบาล! เข้าถึงบริการภาครัฐได้ง่ายขึ้น พร้อมรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ตรวจสอบสิทธิ์หลากหลายในแอปเดียว เตรียมพร้อมรับสิทธิ์ของคุณเลย!