AI ช่วยวางแผนการเงินส่วนตัว เทรนด์ใหม่ธนาคารไทย 2026
- ภาพรวมของ AI กับการเงินส่วนบุคคลในปี 2026
- บทบาทสำคัญของ AI ในการพลิกโฉมการวางแผนการเงิน
- สถานะปัจจุบันของการนำ AI มาใช้ในภาคธนาคารไทย
- ทิศทางกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับสถาบันการเงินในปี 2026
- นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมการเงิน
- อนาคตและแนวโน้มของ AI ช่วยวางแผนการเงินส่วนตัว เทรนด์ใหม่ธนาคารไทย 2026
- สรุป: ก้าวต่อไปของเทคโนโลยีการเงินในประเทศไทย
- ติดต่อเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์
ในปี 2026 ภาคการเงินของประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อเป็นผู้ช่วยวางแผนการเงินส่วนบุคคล ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีที่สถาบันการเงินให้บริการแก่ลูกค้า และวิธีที่ผู้บริโภคจัดการการเงินของตนเอง
- การเงินเฉพาะบุคคล: เทคโนโลยี AI กำลังถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างคำแนะนำทางการเงินที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ แทนที่คำแนะนำแบบกว้างๆ ในอดีต
- ความท้าทายในการนำไปใช้: แม้จะมีความตระหนักรู้สูง แต่สถาบันการเงินไทยส่วนใหญ่ยังอยู่ในช่วงวางแผนหรือทดลอง ทำให้การนำ AI ไปใช้อย่างเต็มรูปแบบยังคงมีจำกัด
- ความไว้วางใจและความปลอดภัย: การมุ่งเน้นที่ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล, ความปลอดภัยทางไซเบอร์, และหลักจริยธรรมของ AI เป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ
- การสนับสนุนจากภาครัฐ: รัฐบาลไทยมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี ผ่านโครงการสนับสนุนและมาตรการทางการเงินต่างๆ เพื่อเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล
- อนาคตของการแข่งขัน: ความสำเร็จของธนาคารไทยในปี 2026 จะไม่ได้วัดกันที่การทดลองใช้เครื่องมือ AI แต่วัดที่ความสามารถในการผสาน AI เข้ากับกระบวนการทำงานเดิม เพื่อสร้างมูลค่าที่จับต้องได้ทั้งต่อองค์กรและลูกค้า
ภาพรวมของ AI กับการเงินส่วนบุคคลในปี 2026
เทรนด์ AI ช่วยวางแผนการเงินส่วนตัว เทรนด์ใหม่ธนาคารไทย 2026 กำลังกลายเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการเงินไทย การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ยังได้รับการผลักดันจากนโยบายของภาครัฐที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออัตโนมัติอีกต่อไป แต่กำลังจะกลายเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะที่สามารถให้คำแนะนำด้านการลงทุน การออม และการจัดการหนี้สินที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการและเป้าหมายทางการเงินของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะ ซึ่งจะนำไปสู่การเสริมสร้างศักยภาพทางการเงินให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง
ภูมิทัศน์ของเทคโนโลยีการเงินกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยมี AI เป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน สถาบันการเงินชั้นนำต่างตระหนักดีว่าการให้บริการแบบเดิมอาจไม่เพียงพอต่อความคาดหวังของลูกค้าในยุคดิจิทัลอีกต่อไป ดังนั้น การนำ AI การเงิน มาใช้จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเพื่อความอยู่รอดและการเติบโตในอนาคต เทรนด์นี้ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยงที่แม่นยำยิ่งขึ้น, การป้องกันการทุจริตแบบเรียลไทม์, ไปจนถึงการสร้างแบบจำลองทางการเงินที่ซับซ้อนเพื่อช่วยให้ลูกค้าบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การมาถึงของ ผู้ช่วยการเงิน AI จะเปลี่ยนวิธีที่คนไทยโต้ตอบกับธนาคารและจัดการสุขภาพทางการเงินของตนเองไปอย่างสิ้นเชิง
บทบาทสำคัญของ AI ในการพลิกโฉมการวางแผนการเงิน
ปัญญาประดิษฐ์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนนิยามของการวางแผนการเงินส่วนบุคคล จากเดิมที่เป็นบริการซึ่งเข้าถึงได้ยากและมักจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้สูง ให้กลายเป็นบริการที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยอาศัยพลังของข้อมูลและการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning)
การสร้างสรรค์บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์เฉพาะบุคคล
หัวใจหลักของการนำ AI มาใช้ในภาคการเงินคือ “การทำให้เป็นส่วนบุคคล” (Personalization) สถาบันการเงินกำลังมุ่งใช้ประโยชน์จาก AI, Internet of Things (IoT), และเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวติ้ง เพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าในระดับที่ลึกซึ้งกว่าที่เคยเป็นมา แทนที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบเดียวกันสำหรับทุกคน AI สามารถวิเคราะห์ข้อมูลธุรกรรม, รูปแบบการใช้จ่าย, เป้าหมายการออม, และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ของแต่ละบุคคล เพื่อสร้างคำแนะนำที่เหมาะสมที่สุด
ตัวอย่างเช่น ระบบ AI อาจแนะนำแผนการออมเพื่อการเกษียณที่แตกต่างกันสำหรับพนักงานออฟฟิศอายุ 30 ปี และเจ้าของธุรกิจอายุ 45 ปี โดยพิจารณาจากกระแสเงินสด, ภาระหนี้สิน, และเป้าหมายในชีวิตที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ยังสามารถช่วยในการปรับพอร์ตการลงทุนโดยอัตโนมัติเมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลงไป เพื่อให้มั่นใจว่าพอร์ตการลงทุนยังคงสอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของลูกค้าอยู่เสมอ
นวัตกรรม AI ที่ให้ความสำคัญกับผู้ใช้เป็นหลัก
ผู้นำในภาคการเงินของไทยไม่ได้มองว่า AI เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อลดต้นทุนหรือทำงานซ้ำซากโดยอัตโนมัติ แต่เน้นย้ำถึงการสร้าง “นวัตกรรม AI ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง” (Human-Centered AI) ซึ่งหมายถึงการออกแบบเทคโนโลยีที่มุ่งเสริมสร้างศักยภาพของผู้ใช้และช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้จริง แทนที่จะเข้ามาแทนที่มนุษย์โดยสมบูรณ์ ผู้ช่วยการเงิน AI จะทำงานร่วมกับผู้ใช้ โดยให้ข้อมูลเชิงลึกและคำแนะนำที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตัดสินใจทางการเงินได้อย่างมั่นใจและมีข้อมูลประกอบ
แนวทางนี้ช่วยลดความกังวลว่า AI จะเข้ามาควบคุมการตัดสินใจทางการเงินทั้งหมด แต่กลับวางตำแหน่งของ AI ในฐานะเครื่องมือที่ทรงพลังซึ่งช่วยให้ผู้คนเข้าใจสถานะทางการเงินของตนเองได้ดีขึ้น, มองเห็นโอกาสในการลงทุนที่อาจไม่เคยสังเกตเห็น, และวางแผนสำหรับอนาคตได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
สถานะปัจจุบันของการนำ AI มาใช้ในภาคธนาคารไทย
แม้ว่าศักยภาพของ AI ในการวางแผนการเงินจะเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง แต่การนำไปปรับใช้จริงในภาคธนาคารไทยยังคงมีความท้าทายอยู่หลายประการ ซึ่งสร้างให้เกิดช่องว่างระหว่างความคาดหวังและการใช้งานจริง
ความท้าทายในการเปลี่ยนจากความตระหนักรู้สู่การปฏิบัติ
ข้อมูลชี้ให้เห็นว่าคนไทยมีความตื่นตัวและคุ้นเคยกับเทคโนโลยี AI เป็นอย่างดี เห็นได้จากสถิติการเข้าชมเว็บไซต์ ChatGPT ประมาณ 41 ล้านครั้งต่อเดือน อย่างไรก็ตาม ในภาคธุรกิจ การนำ AI มาใช้อย่างเต็มรูปแบบกลับยังอยู่ในวงจำกัด มีองค์กรในไทยไม่ถึง 20% ที่ได้นำ AI ไปปรับใช้ในกระบวนการทำงานอย่างสมบูรณ์ ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในขั้นตอนการวางแผนหรือโครงการนำร่อง (Pilot Stage) เท่านั้น
ช่องว่างดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่การขาดความเข้าใจในเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ความซับซ้อนในการผสาน AI เข้ากับระบบงานเดิม, การเตรียมความพร้อมของบุคลากร, และการลงทุนที่ต้องใช้ทรัพยากรสูง นอกจากนี้ การสร้างแบบจำลอง AI ที่เชื่อถือได้และสอดคล้องกับกฎระเบียบทางการเงินก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญที่สถาบันการเงินต้องเผชิญ
กุญแจสู่ความได้เปรียบในการแข่งขันยุคดิจิทัล
ความได้เปรียบในการแข่งขันสำหรับ ธนาคารไทย ในอนาคตจะไม่ได้มาจากการทดลองใช้เครื่องมือ AI เพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากความสามารถในการฝังเทคโนโลยี AI เข้าไปในกระบวนการทำงานหลักอย่างมีกลยุทธ์และสร้างมูลค่าทางธุรกิจที่ชัดเจน ซึ่งหมายถึงการนำ AI มาใช้เพื่อ:
- เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน: ลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนและใช้เวลานานในการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงิน
- ปรับปรุงการบริหารความเสี่ยง: ใช้ AI ในการตรวจจับความผิดปกติและแนวโน้มความเสี่ยงได้รวดเร็วกว่ามนุษย์
- สนับสนุนการตัดสินใจทางการเงิน: ให้ข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำและทันท่วงทีแก่ทั้งพนักงานและลูกค้า
องค์กรที่จะประสบความสำเร็จคือองค์กรที่สามารถเปลี่ยนจาก “ความตั้งใจ” ที่จะใช้ AI ไปสู่ “การลงมือปฏิบัติ” ได้อย่างมีประสิทธิภาพและวัดผลได้
ทิศทางกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับสถาบันการเงินในปี 2026
เพื่อก้าวข้ามความท้าทายและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI ได้อย่างเต็มศักยภาพ สถาบันการเงินในไทยกำลังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาใน 3 มิติหลัก ซึ่งจะกลายเป็นรากฐานสำคัญของ เทคโนโลยีการเงิน ในอนาคต
ยกระดับการวางแผนและวิเคราะห์ทางการเงิน (FP&A)
แพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย AI กำลังเข้ามาปฏิวัติกระบวนการวางแผนและวิเคราะห์ทางการเงิน (Financial Planning & Analysis – FP&A) ขององค์กร โดยช่วยให้สามารถพยากรณ์ทางการเงินได้รวดเร็วและแม่นยำขึ้น สามารถสร้างแบบจำลองสถานการณ์ (Scenario Modeling) ได้อย่างต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของตลาด และที่สำคัญคือสามารถตรวจจับความผิดปกติ (Anomaly Detection) ได้แบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ (Human Error) และเพิ่มความน่าเชื่อถือของข้อมูลได้อย่างมหาศาล
การสร้างมาตรฐานความไว้วางใจและความปลอดภัยทางไซเบอร์
ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ ผู้นำในภาคการเงินจึงให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการเปลี่ยนแปลงสู่ยุค AI อย่างมีความรับผิดชอบ โดยเน้นในด้านต่างๆ ดังนี้:
- ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy): การันตีว่าข้อมูลของลูกค้าจะถูกนำไปใช้อย่างโปร่งใสและปลอดภัยสูงสุด
- ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity): ลงทุนในระบบป้องกันเพื่อรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น
- หลักปฏิบัติด้านจริยธรรมของ AI (Ethical AI): พัฒนา AI ที่ปราศจากอคติและทำงานอย่างเป็นธรรม
- การปฏิบัติตามกฎระเบียบ (Regulatory Compliance): ดำเนินการทุกขั้นตอนให้สอดคล้องกับข้อบังคับของหน่วยงานกำกับดูแล
แนวทางที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลางนี้จะช่วยจัดการกับข้อกังวลด้านการปกป้องข้อมูลและความปลอดภัยทางการเงิน ทำให้ผู้ใช้บริการเกิดความสบายใจและไว้วางใจในการใช้ ผู้ช่วยการเงิน AI มากขึ้น
การออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ที่ราบรื่นไร้รอยต่อ
เทคโนโลยีกำลังถูกนำมาใช้เพื่อลดความซับซ้อนและขั้นตอนยุ่งยากในการทำธุรกรรมทางการเงิน สร้างประสบการณ์ที่ราบรื่น (Frictionless Experience) ให้กับผู้ใช้ ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาการควบคุมและความปลอดภัยไว้อย่างเข้มงวด การสร้างสมดุลระหว่างความสะดวกสบายและความอุ่นใจนี้เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ตัวอย่างเช่น การใช้ AI ในการอนุมัติสินเชื่อที่รวดเร็วขึ้น, การเปิดบัญชีออนไลน์ที่ง่ายดาย, หรือการให้คำแนะนำการลงทุนผ่านแชทบอทอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง
| คุณสมบัติ | การวางแผนการเงินแบบดั้งเดิม | การวางแผนการเงินด้วย AI |
|---|---|---|
| การวิเคราะห์ข้อมูล | อาศัยข้อมูลจำกัดและวิเคราะห์โดยมนุษย์เป็นหลัก | วิเคราะห์ชุดข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) แบบเรียลไทม์ |
| ความเป็นส่วนบุคคล | ให้คำแนะนำทั่วไปตามกลุ่มลูกค้า | ให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalization) |
| การพยากรณ์อนาคต | พยากรณ์ตามสถานการณ์หลักเป็นระยะ | สร้างแบบจำลองหลายสถานการณ์ (Scenario Modeling) ได้ต่อเนื่อง |
| การเข้าถึงบริการ | ต้องนัดหมายและมีค่าใช้จ่ายสูง | เข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปพลิเคชัน |
| การปรับแผน | ปรับเปลี่ยนได้ช้า ต้องรอการทบทวนตามรอบ | ปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนได้อัตโนมัติตามสภาวะตลาด |
นโยบายสนับสนุนจากภาครัฐเพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมการเงิน
รัฐบาลไทยมีบทบาทสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของนวัตกรรมทางการเงิน โดยได้ออกมาตรการสนับสนุนต่างๆ เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สามารถเข้าถึงและปรับใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้น หนึ่งในมาตรการที่สำคัญคือการให้เงินอุดหนุนซึ่งครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนา (R&D) ถึง 50% เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในวงกว้าง
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยยังได้ร่วมกันพัฒนาโครงการต่างๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายทางการเงินและการจัดการหนี้สินของประชาชน ซึ่งการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือได้อย่างตรงจุดมากขึ้น การสนับสนุนจากภาครัฐไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าประเทศไทยพร้อมที่จะก้าวสู่การเป็นผู้นำด้าน เทคโนโลยีการเงิน ในภูมิภาค
อนาคตและแนวโน้มของ AI ช่วยวางแผนการเงินส่วนตัว เทรนด์ใหม่ธนาคารไทย 2026
เมื่อมองไปยังปี 2026 ปัจจัยที่จะสร้างความแตกต่างอย่างแท้จริงในภาคธนาคารไทยไม่ใช่แค่การมีอยู่ของเทคโนโลยี AI แต่เป็นความสามารถขององค์กรในการเปลี่ยนจากความตั้งใจไปสู่การลงมือปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ การเดินทางนี้ต้องอาศัยการลงทุนอย่างมีวินัย, การเตรียมความพร้อมของบุคลากรให้มีทักษะที่จำเป็น, และการตั้งความคาดหวังที่เป็นจริง
“ตัวชี้วัดความสำเร็จที่แท้จริงในปี 2026 จะอยู่ที่ความสามารถของธุรกิจในการเปลี่ยนผ่านจากความตั้งใจที่จะใช้ AI ไปสู่การลงมือปฏิบัติจริง โดยอาศัยการลงทุนที่มีวินัย, ความพร้อมของบุคลากร, และความคาดหวังที่เป็นจริง”
ความสำเร็จไม่ได้มาจากการคาดหวังว่า AI จะเข้ามาปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจโดยอัตโนมัติ แต่ขึ้นอยู่กับการฝัง AI เข้าไปในขั้นตอนการทำงานที่เฉพาะเจาะจงของการวางแผนการเงิน เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่สามารถวัดผลได้ทั้งในแง่ของธุรกิจและคุณค่าที่ส่งมอบให้กับลูกค้า การ ลงทุนปี 2026 จะมุ่งเน้นไปที่โซลูชัน AI ที่สามารถแก้ปัญหาจริง, เพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า, และสร้างโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ที่ยั่งยืนในระยะยาว อนาคตของ AI การเงิน ในไทยจึงสดใส แต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทายที่ต้องอาศัยวิสัยทัศน์และการบริหารจัดการที่ยอดเยี่ยม
สรุป: ก้าวต่อไปของเทคโนโลยีการเงินในประเทศไทย
โดยสรุปแล้ว เทรนด์ AI ช่วยวางแผนการเงินส่วนตัว กำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับอุตสาหกรรมธนาคารไทยในปี 2026 การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นการเดินทางจากการให้บริการแบบทั่วไปสู่การสร้างประสบการณ์ที่เฉพาะเจาะจงและตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าแต่ละรายอย่างแท้จริง แม้ว่าปัจจุบันการนำไปใช้ยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ทิศทางและกลยุทธ์ของสถาบันการเงินชั้นนำ ประกอบกับการสนับสนุนจากภาครัฐ ล้วนชี้ให้เห็นถึงอนาคตที่ AI จะเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินให้กับคนไทย อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการผสานเทคโนโลยีเข้ากับกระบวนการทำงาน, การสร้างความไว้วางใจ, และการพัฒนาบุคลากรให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่กำหนดผู้นำในโลกการเงินยุคใหม่
ติดต่อเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์
สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเอกลักษณ์และมีคุณภาพ KDC SPORT คือผู้เชี่ยวชาญด้านการรับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย, เสื้อผ้ากีฬา, เสื้อองค์กร, และเสื้อยืด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย พร้อมทั้งยังรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย หากท่านสนใจในบริการของเรา สามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ที่อยู่:
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ:
094-295-9898


