Shopping cart

เปิดเงื่อนไข TFF กองทุนใหม่ ลดหย่อนภาษี เริ่มปี 69

สารบัญ

ในช่วงที่ผ่านมา ประเด็นเรื่องการ เปิดเงื่อนไข TFF กองทุนใหม่ ลดหย่อนภาษี เริ่มปี 69 ได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่วางแผนการเงินและมองหาเครื่องมือลดหย่อนภาษีใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังคงมีความซับซ้อนและจำเป็นต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง เพื่อแยกแยะระหว่างข้อเท็จจริงในระบบการเงินปัจจุบันกับแนวคิดเชิงนโยบายที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง บทความนี้จะวิเคราะห์และสรุปข้อมูลทั้งหมดจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อสร้างความชัดเจนเกี่ยวกับสถานะของกองทุน Thai Future Fund (TFF) และความเชื่อมโยงกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี

ประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับ TFF

เปิดเงื่อนไข TFF กองทุนใหม่ ลดหย่อนภาษี เริ่มปี 69 - tff-new-tax-fund-2026

  • TFF ในปัจจุบัน: TFF ที่มีอยู่ในระบบตลาดทุนไทยคือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน TFFIF ซึ่งลงทุนในสิทธิรายได้จากโครงการของรัฐ และ ยังไม่มีสถานะ เป็นกองทุนลดหย่อนภาษีสำหรับบุคคลธรรมดาโดยเฉพาะ
  • แนวคิดเชิงนโยบาย: มีการกล่าวถึงแนวคิดการใช้กองทุน TFF หรือกองทุนลักษณะเดียวกันเพื่อระดมทุนซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นโมเดลทางการเงิน ไม่ใช่การสร้างผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีโดยตรง
  • ยังไม่มีประกาศทางการ: ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีกฎหมาย ประกาศจากกรมสรรพากร หรือ ก.ล.ต. ที่ระบุเงื่อนไขการลงทุนและการลดหย่อนภาษีสำหรับกองทุน TFF ที่จะเริ่มใช้ในปีภาษี 2569 อย่างเป็นทางการ
  • การตรวจสอบข้อมูล: การยืนยันข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษีใหม่ควรมาจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการ เช่น เว็บไซต์กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง หรือสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

TFF ในความหมายปัจจุบัน และข้อเท็จจริงที่ต้องรู้

เพื่อทำความเข้าใจเรื่อง เปิดเงื่อนไข TFF กองทุนใหม่ ลดหย่อนภาษี เริ่มปี 69 อย่างถ่องแท้ สิ่งสำคัญคือการทำความรู้จักกับคำว่า “TFF” ที่มีการใช้งานอยู่ในระบบการเงินของประเทศไทยในปัจจุบัน ซึ่งสามารถแบ่งออกได้เป็นสองความหมายหลัก โดยทั้งสองความหมายนี้ยังไม่ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นกองทุนเพื่อการลดหย่อนภาษีโดยเฉพาะเจาะจงเหมือนกองทุน RMF หรือ SSF

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (TFFIF)

ชื่อที่เป็นทางการของ TFF ที่นักลงทุนคุ้นเคยในตลาดหลักทรัพย์คือ กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานเพื่ออนาคตประเทศไทย (Thailand Future Fund) ซึ่งใช้ตัวย่อในการซื้อขายว่า TFFIF กองทุนนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อระดมทุนจากนักลงทุนทั่วไปและสถาบันผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการนำเงินที่ได้ไปลงทุนในสิทธิที่จะได้รับรายได้จากโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการลงทุนในสิทธิรายได้ร้อยละ 45 ของรายได้ค่าผ่านทางรวมสุทธิที่จัดเก็บได้จากทางพิเศษฉลองรัชและทางพิเศษบูรพาวิถี

สถานะของ TFFIF ในปัจจุบันคือเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป (Infrastructure Fund) ที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนในรูปแบบเงินปันผลจากรายได้ของสินทรัพย์ที่ไปลงทุน ไม่ได้ถูกออกแบบมาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นการเฉพาะ เหมือนกับกองทุนเพื่อการออมระยะยาวอื่นๆ ดังนั้น การลงทุนใน TFFIF จึงเป็นการลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนจากโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ใช่เพื่อการลดหย่อนภาษี

แนวคิดการใช้ TFF เพื่อซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า

อีกบริบทหนึ่งที่คำว่า TFF ถูกนำมากล่าวถึงอย่างกว้างขวางคือในแง่ของแนวคิดเชิงนโยบาย โดยเฉพาะข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับการทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้ามีราคาถูกลง เช่น นโยบายค่าโดยสารไม่เกิน 40 บาทต่อวัน โมเดลที่ถูกนำเสนอคือการจัดตั้งหรือใช้กองทุน Thailand Future Fund (TFF) หรือกองทุนที่มีลักษณะคล้ายกัน เพื่อเป็นเครื่องมือในการระดมทุนจากตลาดทุนมาใช้ซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าสายต่างๆ ให้กลับมาอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของหน่วยงานรัฐเพียงแห่งเดียว (Single Ownership)

แนวคิดนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระหนี้สาธารณะของภาครัฐ โดยไม่ต้องตั้งงบประมาณหรือกู้เงินโดยตรง แต่ใช้วิธีระดมทุนจากนักลงทุนที่สนใจผลตอบแทนระยะยาว แล้วนำรายได้จากระบบรถไฟฟ้ามาจ่ายเป็นเงินปันผลคืนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ แม้ในข้อเสนอเชิงนโยบายจะใช้คำว่า “TFF” แต่ก็เป็นไปในฐานะเครื่องมือระดมทุนขนาดใหญ่สำหรับโครงการภาครัฐ ไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจนว่าผู้ที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนลักษณะนี้จะได้รับสิทธิพิเศษในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ไขข้อสับสน: TFF ในฐานะเครื่องมือระดมทุนกับกองทุนลดหย่อนภาษี

ความสับสนเกี่ยวกับ TFF ในฐานะกองทุนลดหย่อนภาษีอาจเกิดจากการที่ข่าวสารเชิงนโยบายถูกนำมาตีความปะปนกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อการออม โดยสามารถแยกเส้นเรื่องที่เกี่ยวข้องออกเป็นสองส่วนหลักเพื่อให้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น

เส้นเรื่องนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาท

นโยบายนี้มีเป้าหมายหลักในการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยการซื้อคืนสัมปทานจากเอกชนให้กลับมาเป็นของภาครัฐ ซึ่งจะทำให้สามารถกำหนดอัตราค่าโดยสารที่เป็นเอกภาพได้ วิธีการจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการขนาดใหญ่นี้มีหลายแนวทางที่ถูกเสนอขึ้นมา ได้แก่:

  1. การใช้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (TFF): ระดมทุนจากตลาดหลักทรัพย์โดยการเสนอขายหน่วยลงทุนให้แก่นักลงทุนทั่วไปและสถาบัน โดยต้องมีการวางแผนการจ่ายเงินปันผลที่น่าสนใจเพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน
  2. การให้สัมปทานแก่เอกชนรายเดิม: โดยให้เอกชนเป็นผู้จัดหาแหล่งเงินกู้เพื่อนำมาซื้อคืนสัมปทานเอง ซึ่งวิธีนี้รัฐบาลจะไม่ต้องค้ำประกันเงินกู้และไม่นับเป็นหนี้สาธารณะ

จะเห็นได้ว่าในทั้งสองแนวทางนี้ TFF ถูกมองในฐานะกลไกทางการเงินและการคลังของภาครัฐ เพื่อดำเนินโครงการขนาดใหญ่โดยไม่กระทบต่องบประมาณโดยตรง และไม่ได้มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับนักลงทุนรายย่อย

โมเดลกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อระดมทุนจากประชาชน

ในบทวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจและการเมืองบางส่วน ได้มีการอธิบายโมเดลการซื้อคืนสัมปทานว่าอาจดำเนินการผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) ที่มีกลไกคล้ายคลึงกับ TFFIF เดิม คือการเปิดขายหน่วยลงทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปในตลาดหลักทรัพย์ การเปรียบเทียบนี้มีขึ้นเพื่อให้เห็นภาพกลไกการทำงานที่ใกล้เคียงกัน แต่ยังคงเป็นเพียงแนวคิดและโมเดลเชิงนโยบายที่ยังไม่ตกผลึกเป็นรูปธรรม และยังไม่มีการยืนยันว่าจะมีการมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมให้กับการลงทุนดังกล่าว

ตารางเปรียบเทียบความเข้าใจเกี่ยวกับ TFF ในบริบทต่างๆ
ประเด็น TFFIF (กองทุนปัจจุบัน) แนวคิด TFF (เพื่อโครงการรถไฟฟ้า) กองทุนลดหย่อนภาษี (เช่น RMF/SSF)
วัตถุประสงค์หลัก ลงทุนในสิทธิรายได้โครงสร้างพื้นฐานเพื่อรับเงินปันผล ระดมทุนจากตลาดเพื่อซื้อคืนสัมปทานโครงการรัฐ ส่งเสริมการออมระยะยาวเพื่อการเกษียณและเป้าหมายอื่นๆ
สถานะปัจจุบัน มีอยู่จริง ซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เป็นเพียงแนวคิด/ข้อเสนอเชิงนโยบาย มีอยู่จริง มีกฎหมายรองรับชัดเจน
สิทธิประโยชน์ทางภาษี ไม่มี สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยเฉพาะ ยังไม่มี การระบุว่าจะให้สิทธิลดหย่อนภาษี มี สิทธิลดหย่อนภาษีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
หน่วยงานกำกับ สำนักงาน ก.ล.ต. ยังไม่ชัดเจน (เป็นเพียงแนวคิด) กรมสรรพากร และ สำนักงาน ก.ล.ต.

สถานะปัจจุบันของ TFF กับการลดหย่อนภาษีปี 2569

ประเด็นเรื่องการเริ่มต้นใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในปี 2569 นั้น มีความเชื่อมโยงกับกรอบเวลาของนโยบายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งโมเดลการใช้ TFF เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาเพื่อเป็นแหล่งเงินทุนสำหรับโครงการของรัฐ

อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ไม่พบการประกาศอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลัง กรมสรรพากร หรือสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ระบุถึงการจัดตั้งกองทุนใหม่ภายใต้ชื่อ TFF ที่ให้สิทธิลดหย่อนภาษี โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้สำหรับปีภาษี 2569

ในทางปฏิบัติ หากภาครัฐต้องการออกมาตรการลดหย่อนภาษีผ่านการลงทุนในกองทุนรูปแบบใหม่ จะต้องมีกระบวนการที่ชัดเจนดังนี้:

  • การออกกฎหมายหรือประกาศ: ต้องมีกฎกระทรวง หรือประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ที่ระบุชื่อกองทุน เงื่อนไขการลงทุน วงเงินสูงสุดที่สามารถลดหย่อนได้ ระยะเวลาการถือครองหน่วยลงทุน และเงื่อนไขการขายคืนอย่างละเอียด
  • เอกสารชี้แจงสิทธิประโยชน์: โดยปกติจะมีการเผยแพร่เอกสารอธิบายสิทธิประโยชน์ทางภาษีอย่างเป็นทางการ เพื่อให้นักลงทุนและประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

จนถึงปัจจุบัน ยังไม่ปรากฏเอกสารในลักษณะดังกล่าวสำหรับกองทุน TFF ที่จะใช้ลดหย่อนภาษีในปี 2569 ในฐานข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจและตลาดทุนที่สามารถเข้าถึงได้โดยสาธารณะ

สรุปภาพรวม TFF และแนวทางการติดตามข้อมูล

โดยสรุป จากข้อมูลที่สามารถตรวจสอบและอ้างอิงได้ทั้งหมด ณ วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569 ประเด็นเรื่อง เปิดเงื่อนไข TFF กองทุนใหม่ ลดหย่อนภาษี เริ่มปี 69 ยังคงเป็นเพียงแนวคิดที่ถูกกล่าวถึงในแวดวงนโยบาย ยังไม่มีการจัดตั้งหรือประกาศออกมาเป็นมาตรการทางภาษีอย่างเป็นทางการ TFF ที่มีอยู่ในปัจจุบันคือ TFFIF ซึ่งเป็นกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่มีสิทธิลดหย่อนภาษีโดยเฉพาะ ส่วนแนวคิดการใช้ TFF เพื่อระดมทุนสำหรับโครงการรถไฟฟ้าก็เป็นเรื่องของกลไกทางการคลัง ไม่ใช่การสร้างผลิตภัณฑ์เพื่อการออมและลดหย่อนภาษีโดยตรง

สำหรับผู้ที่สนใจและต้องการติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับกองทุนลดหย่อนภาษีรูปแบบใหม่ๆ ควรให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เป็นทางการโดยตรง เช่น เว็บไซต์ของกรมสรรพากร และสำนักงาน ก.ล.ต. เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบันที่สุดก่อนตัดสินใจลงทุน

นอกเหนือจากการวางแผนภาษีและการลงทุนแล้ว การเลือกสรรเครื่องแต่งกายคุณภาพสำหรับองค์กรหรือกิจกรรมต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ KDC SPORT เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย ทั้งยังรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย หากสนใจสามารถ ติดต่อเรา ได้ตามข้อมูลด้านล่าง

ที่อยู่ของเรา:
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ:
094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ