Shopping cart

AI จัดพอร์ตอาชีพ 2569 สร้างรายได้หลายทาง

สารบัญ

ในปี 2569 ปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาดแรงงานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน การวางแผนอาชีพจึงไม่ใช่แค่การเลือกงานหลักเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างพอร์ตโฟลิโอที่หลากหลายเพื่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

ประเด็นสำคัญของการใช้ AI วางแผนอาชีพ

AI จัดพอร์ตอาชีพ 2569 สร้างรายได้หลายทาง - ai-career-portfolio-2026

  • การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างตลาดแรงงาน: องค์กรในประเทศไทยเริ่มนำ AI มาใช้ในกระบวนการสรรหาบุคลากรและงานประจำวันมากขึ้น ส่งผลให้โครงสร้างตำแหน่งงานเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
  • กำเนิด AI Workforce: องค์กรต่างๆ จะเริ่มมีพนักงาน AI จำนวน 20-50 ตัวทำงานร่วมกับมนุษย์ เปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถยกระดับไปทำงานที่ต้องใช้ทักษะขั้นสูงและสร้างสรรค์มากขึ้น
  • ความจำเป็นในการ Reskill/Upskill: มากกว่าครึ่งขององค์กรคาดการณ์ว่าพนักงานราว 25-50% จำเป็นต้องพัฒนาทักษะใหม่หรือยกระดับทักษะเดิมเพื่อปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี AI ภายใน 5 ปีข้างหน้า
  • ทักษะมนุษย์ยังคงเป็นที่ต้องการ: แม้ AI จะเข้ามาทำงานหลายส่วน แต่งานที่ต้องใช้วิจารณญาณเชิงลึก การคิดเชิงวิพากษ์ และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลยังคงเป็นบทบาทสำคัญของมนุษย์
  • โอกาสในการสร้างรายได้หลายทาง: การทำงานร่วมกับ AI ช่วยลดภาระงานซ้ำซาก ทำให้มนุษย์มีเวลาและทรัพยากรในการพัฒนาทักษะใหม่และมองหาช่องทางการสร้างรายได้เสริมจากความสามารถที่หลากหลาย

บทนำสู่ยุคใหม่ของการวางแผนอาชีพด้วย AI

แนวคิดเรื่องการใช้ AI จัดพอร์ตอาชีพ 2569 สร้างรายได้หลายทาง กำลังกลายเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับคนทำงานในยุคดิจิทัล เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวก แต่ได้พัฒนาจนกลายเป็น “เพื่อนร่วมงานดิจิทัล” หรือ AI Workforce ที่สามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนแปลงนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อวิธีการทำงาน การประเมินทักษะ และการวางแผนเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ ทำให้การมองหาแหล่งรายได้เพียงทางเดียวอาจไม่ใช่ทางเลือกที่มั่นคงอีกต่อไป การสร้างพอร์ตโฟลิโออาชีพที่ประกอบด้วยทักษะหลากหลายและแหล่งรายได้หลายช่องทางจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จและความมั่นคงทางการเงินในอนาคตอันใกล้

ทำไมการวางแผนอาชีพด้วย AI จึงสำคัญในปี 2569

ภายในปี 2569 ตลาดแรงงานทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย จะเห็นการนำเทคโนโลยี AI มาปรับใช้อย่างแพร่หลายในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน องค์กรต่างๆ ไม่เพียงแต่นำ AI มาใช้ในกระบวนการสรรหาบุคลากร ตั้งแต่การคัดกรองใบสมัครไปจนถึงการสัมภาษณ์เบื้องต้น แต่ยังผนวกรวม AI เข้ากับกระบวนการทำงานหลักเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ซึ่งหมายความว่า ลักษณะงานที่เคยทำโดยมนุษย์จะถูกปรับเปลี่ยนหรือถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติมากขึ้น การเพิกเฉยต่อการเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ทักษะที่มีอยู่ล้าสมัยและลดทอนความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงาน ดังนั้น การวางแผนอาชีพเชิงรุกโดยใช้ประโยชน์จาก AI เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มตลาดและพัฒนาทักษะที่จำเป็น จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นความจำเป็นเพื่อความก้าวหน้าในสายอาชีพ

ใครคือกลุ่มเป้าหมายหลักที่ต้องปรับตัว

การเปลี่ยนแปลงที่ขับเคลื่อนด้วย AI ส่งผลกระทบต่อคนทำงานในทุกระดับและทุกสายอาชีพ แต่กลุ่มที่ต้องตระหนักและปรับตัวอย่างเร่งด่วนที่สุดคือบุคลากรที่ทำงานในลักษณะซ้ำซาก เป็นกิจวัตร และมีกฎเกณฑ์ชัดเจน ซึ่งเป็นงานที่ AI สามารถเรียนรู้และทำได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง กลุ่มอาชีพเหล่านี้รวมถึงงานธุรการ, งานบัญชีเบื้องต้น, งานบริการลูกค้าที่เน้นการตอบคำถามทั่วไป, และงานในสายการผลิต นอกจากนี้ กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานก็จำเป็นต้องวางแผนอาชีพโดยคำนึงถึงบทบาทของ AI ตั้งแต่ต้น เพื่อสร้างชุดทักษะที่ผสมผสานระหว่างความสามารถทางเทคนิคและความสามารถด้านมนุษยสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยสร้างความโดดเด่นและเป็นที่ต้องการของตลาดในระยะยาว

AI Workforce: นิยามใหม่ของเพื่อนร่วมงานและโอกาส

ในปี 2569 คำว่า “พนักงาน” จะไม่ได้หมายถึงมนุษย์เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป องค์กรจำนวนมากจะเริ่มมี “พนักงาน AI” (AI Workforce) เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมอย่างเป็นทางการ โดยคาดว่าจะมีจำนวนตั้งแต่ 20-50 ตัว (หรือระบบ) ในแต่ละองค์กร พนักงาน AI เหล่านี้จะรับผิดชอบงานที่ต้องทำซ้ำๆ งานที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาล และงานที่ต้องการความแม่นยำสูง การเข้ามาของ AI Workforce ไม่ได้หมายถึงการสิ้นสุดของบทบาทมนุษย์ แต่เป็นการเปิดโอกาสให้มนุษย์ได้ยกระดับการทำงานไปสู่มิติใหม่ที่ซับซ้อนและมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น

การทำงานร่วมกับ AI ไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นการสร้างพลังร่วม (Synergy) ที่มนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถในการประมวลผลของ AI เพื่อมุ่งเน้นไปที่งานที่ต้องใช้วิจารณญาณ ความคิดสร้างสรรค์ และการสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทำได้ดีเท่า

การทำงานร่วมกับ AI เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม

การจัดพอร์ตโฟลิโออาชีพในยุคนี้คือการเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับ AI อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างรายได้จากหลายช่องทาง ตัวอย่างเช่น:

  • เมื่อ AI ตอบคำถามลูกค้า: พนักงานบริการลูกค้าสามารถเปลี่ยนบทบาทจากการตอบคำถามพื้นฐาน ไปสู่การเป็นผู้จัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (Relationship Manager) ที่เน้นการดูแลลูกค้ารายสำคัญ การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน และการสร้างความภักดีต่อแบรนด์ ซึ่งเป็นทักษะที่สร้างมูลค่าสูงกว่า นอกจากนี้ยังสามารถใช้เวลาที่เหลือไปกับการให้คำปรึกษาอิสระหรือสร้างคอร์สออนไลน์เกี่ยวกับการบริการลูกค้าขั้นสูง
  • เมื่อ AI วิเคราะห์ข้อมูล: นักวิเคราะห์ข้อมูลสามารถยกระดับตัวเองจากการเป็นผู้รวบรวมและทำความสะอาดข้อมูล (Data Wrangler) ไปสู่การเป็นนักกลยุทธ์ข้อมูล (Data Strategist) หรือนักเล่าเรื่องผ่านข้อมูล (Data Storyteller) ที่สามารถตีความผลลัพธ์จาก AI และนำเสนอในรูปแบบที่ผู้บริหารเข้าใจง่าย เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจที่สำคัญ นี่คือโอกาสในการรับงานที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ให้กับบริษัทอื่นๆ
  • เมื่อ AI ตรวจสอบเอกสาร: นักกฎหมายหรือพนักงานฝ่ายธุรการสามารถลดเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบเอกสารสัญญาจำนวนมาก และหันไปให้ความสำคัญกับการให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การเจรจาต่อรอง หรือการว่าความในชั้นศาล ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยปฏิภาณไหวพริบและศิลปะในการสื่อสาร ทำให้สามารถรับงานที่ปรึกษาเฉพาะทางเพิ่มขึ้นได้

การเตรียมความพร้อม: ทักษะที่จำเป็นเพื่อความอยู่รอดและเติบโต

ในยุคที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ การมีทักษะเดิมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการรักษาความสามารถในการแข่งขันอีกต่อไป การพัฒนาทักษะใหม่ (Reskilling) และการยกระดับทักษะเดิม (Upskilling) จึงกลายเป็นวาระสำคัญสำหรับทั้งองค์กรและบุคลากรรายบุคคล

ความจำเป็นของการ Reskill และ Upskill

ข้อมูลชี้ชัดว่ามากกว่าครึ่งหนึ่งขององค์กรคาดการณ์ว่าพนักงานในสัดส่วน 25-50% จำเป็นต้องได้รับการพัฒนาทักษะอย่างเร่งด่วนภายในช่วงห้าปีข้างหน้า ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีและผลกระทบต่อความต้องการของตลาดแรงงาน บุคลากรที่ไม่ปรับตัวอาจพบว่าทักษะของตนเองกลายเป็นสิ่งล้าสมัยและถูกแทนที่ได้ง่ายด้วยระบบอัตโนมัติ ในทางกลับกัน ผู้ที่เปิดรับการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจะสามารถคว้าโอกาสใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกับ AI และสร้างความมั่นคงในอาชีพได้อย่างยั่งยืน

3 ทักษะสำคัญที่ตลาดแรงงานต้องการ

แม้ว่าทักษะทางเทคนิคจะมีความสำคัญ แต่ทักษะที่ทำให้มนุษย์แตกต่างและยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูงในยุค AI คือทักษะที่เกี่ยวข้องกับการคิดวิเคราะห์และการปรับตัว ทักษะที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดสามอันดับแรก ได้แก่:

  1. การวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis – 72%): ความสามารถในการทำความเข้าใจ ตีความ และนำข้อมูลที่ประมวลผลโดย AI มาใช้ในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ทักษะนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มนักวิเคราะห์ แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้บริหาร นักการตลาด และผู้ปฏิบัติงานในทุกระดับ
  2. การคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking – 52%): ความสามารถในการประเมินสถานการณ์ ตั้งคำถามกับข้อสมมติฐาน และตัดสินใจแก้ปัญหาที่ซับซ้อนโดยใช้วิจารณญาณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำได้ไม่ดีเท่ามนุษย์ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ไม่มีข้อมูลในอดีตหรือมีความคลุมเครือสูง
  3. ความสามารถในการปรับตัว (Adaptability – 34%): ความยืดหยุ่นทางความคิดและการเปิดรับต่อการเปลี่ยนแปลง เป็นทักษะที่สำคัญอย่างยิ่งในสภาพแวดล้อมที่เทคโนโลยีและรูปแบบการทำงานเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พนักงานที่ปรับตัวได้เร็วจะสามารถเรียนรู้เครื่องมือใหม่ๆ และทำงานในบทบาทใหม่ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ภูมิทัศน์อาชีพที่เปลี่ยนแปลงไป: กลุ่มงานที่ต้องปรับตัวเร่งด่วน

ผลกระทบของ AI ไม่ได้กระจายตัวเท่ากันในทุกสายอาชีพ บางกลุ่มงานมีความเสี่ยงที่จะถูกเปลี่ยนแปลงหรือแทนที่สูงกว่ากลุ่มอื่น การทำความเข้าใจว่าอาชีพใดบ้างที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะช่วยให้สามารถวางแผนพัฒนาทักษะและปรับเปลี่ยนเส้นทางอาชีพได้อย่างทันท่วงที

กลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูงต่อการถูกแทนที่

งานที่มีลักษณะเป็นกิจวัตรและสามารถกำหนดขั้นตอนการทำงานได้อย่างชัดเจนเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงสุด โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่:

  • งานธุรการ: เช่น การจัดการเอกสาร การป้อนข้อมูล การนัดหมาย ซึ่งสามารถทำได้โดยระบบอัตโนมัติและ AI Assistant
  • งานบัญชี: โดยเฉพาะงานบันทึกบัญชี การกระทบยอด และการจัดทำรายงานทางการเงินพื้นฐาน ซึ่งซอฟต์แวร์บัญชีที่ขับเคลื่อนด้วย AI สามารถทำได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
  • งานไอที: ในส่วนของการดูแลรักษาระบบเบื้องต้น การตอบคำถามทางเทคนิคที่พบบ่อย (Helpdesk) และการเฝ้าระวังความปลอดภัยเครือข่าย
  • งานการเงิน: เช่น งานวิเคราะห์สินเชื่อเบื้องต้น การจัดการพอร์ตการลงทุนตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดไว้ (Robo-advisors)

5 อาชีพที่จะเผชิญการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

นอกจากกลุ่มงานข้างต้นแล้ว ยังมี 5 อาชีพเฉพาะทางที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานอย่างชัดเจนภายในปี 2569 ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ:

  1. พนักงานแคชเชียร์และงานบริการหน้าร้าน: การชำระเงินอัตโนมัติ (Self-checkout) และตู้คีออสอัจฉริยะจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น บทบาทของพนักงานจะเปลี่ยนไปเน้นที่การให้คำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนและการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
  2. ผู้ขับขี่และพนักงานในระบบขนส่ง: แม้ว่ารถยนต์ไร้คนขับเต็มรูปแบบอาจยังไม่แพร่หลาย แต่ระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงและ AI ในการวางแผนเส้นทางโลจิสติกส์จะเข้ามาเปลี่ยนวิธีการทำงาน ทำให้ทักษะการจัดการและการประสานงานมีความสำคัญมากขึ้น
  3. นักข่าวและผู้สร้างสรรค์เนื้อหา: AI สามารถร่างข่าว รายงานผลกีฬา หรือสรุปรายงานการเงินได้ในเวลาอันรวดเร็ว บทบาทของนักข่าวจะมุ่งเน้นไปที่การทำข่าวเชิงสืบสวนสอบสวน การสัมภาษณ์เชิงลึก และการวิเคราะห์ที่ต้องอาศัยมุมมองของมนุษย์
  4. พนักงานฝ่ายผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม: หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่ควบคุมโดย AI จะเข้ามาทำงานในสายการผลิตที่อันตรายและต้องทำซ้ำๆ บทบาทของมนุษย์จะเปลี่ยนไปสู่การควบคุมและบำรุงรักษาเครื่องจักรที่ซับซ้อนเหล่านี้
  5. วิศวกรซอฟต์แวร์และนักพัฒนา: AI สามารถช่วยเขียนโค้ดพื้นฐาน ตรวจหาข้อผิดพลาด และทำการทดสอบระบบได้ (AI-assisted coding) ทำให้นักพัฒนาสามารถทุ่มเทเวลาไปกับการออกแบบสถาปัตยกรรมซอฟต์แวร์ที่ซับซ้อนและการแก้ปัญหาเชิงสร้างสรรค์
ตารางเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบสูงและทักษะที่จำเป็นในยุค AI เพื่อแสดงให้เห็นถึงทิศทางการปรับตัวที่ควรเกิดขึ้น
มิติการเปรียบเทียบ กลุ่มที่ต้องปรับตัว (อาชีพ) กลุ่มที่ต้องพัฒนา (ทักษะ)
ลักษณะงาน งานซ้ำซาก, มีขั้นตอนชัดเจน, อิงตามกฎเกณฑ์ งานซับซ้อน, ต้องใช้วิจารณญาณ, แก้ปัญหาเฉพาะหน้า
ตัวอย่าง ธุรการ, บัญชีเบื้องต้น, บริการลูกค้าพื้นฐาน การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก, การคิดเชิงวิพากษ์, การสร้างความสัมพันธ์
บทบาทของ AI ทำงานแทนที่ (Replacement) ทำงานเสริม (Augmentation)
ทิศทางการพัฒนา ต้อง Reskill ไปสู่บทบาทใหม่ที่ต้องใช้ทักษะมนุษย์มากขึ้น ต้อง Upskill เพื่อใช้ประโยชน์จาก AI ในการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

อนาคตของมนุษย์ในโลกการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วย AI

แม้ว่า AI จะมีความสามารถในการประมวลผลและทำงานซ้ำซากได้อย่างยอดเยี่ยม แต่บทบาทของมนุษย์ยังคงมีความสำคัญและไม่สามารถถูกแทนที่ได้อย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะในมิติที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมนุษย์ (Human Touch) เช่น ผู้สรรหาบุคลากร (Recruiters) ยังคงมีบทบาทสำคัญในการประเมินบุคลิกภาพ ความเข้ากันได้กับวัฒนธรรมองค์กร และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้สมัคร ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังไม่สามารถทำได้

อนาคตของการทำงานไม่ใช่การเลือกระหว่าง “มนุษย์” กับ “AI” แต่เป็นการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ พนักงานที่ประสบความสำเร็จคือผู้ที่สามารถจัดพอร์ตโฟลิโอทักษะของตนเองให้สอดคล้องกับยุคสมัย พวกเขาจะมองว่า AI เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการเพิ่มผลิตภาพ และใช้เวลาที่ประหยัดได้ไปกับการพัฒนาทักษะที่สร้างมูลค่าสูง เช่น การเจรจาต่อรอง การให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์ การบริหารจัดการทีม และการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ การสร้างรายได้หลายทางจะเกิดขึ้นจากการนำทักษะเหล่านี้ไปประยุกต์ใช้ในบริบทที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการรับงานอิสระ การเป็นที่ปรึกษา หรือการสร้างธุรกิจของตนเองควบคู่ไปกับงานประจำ

บทสรุป: วางกลยุทธ์พอร์ตอาชีพเพื่อความมั่นคงในอนาคต

สรุปได้ว่า การเข้ามาของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในปี 2569 จะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่สร้างทั้งความท้าทายและโอกาสให้กับตลาดแรงงาน การเตรียมพร้อมด้วยการใช้ AI จัดพอร์ตอาชีพ 2569 สร้างรายได้หลายทาง ถือเป็นกลยุทธ์ที่จำเป็นต่อความมั่นคงทางการเงินและความก้าวหน้าในอาชีพ แทนที่จะมอง AI เป็นคู่แข่ง ควรปรับมุมมองและเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเพื่อยกระดับความสามารถของตนเอง มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะที่ต้องอาศัยความเป็นมนุษย์ เช่น การคิดเชิงวิพากษ์ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก และความสามารถในการปรับตัว การสร้างพอร์ตโฟลิโอที่ประกอบด้วยงานหลัก ทักษะที่หลากหลาย และช่องทางรายได้เสริม จะเป็นเกราะป้องกันความไม่แน่นอนและเป็นกุญแจสำคัญในการเติบโตอย่างยั่งยืนในโลกการทำงานยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยี

สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์และเตรียมความพร้อมบุคลากรสู่ยุคใหม่ การมีเสื้อผ้าหรือยูนิฟอร์มที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ทันสมัยเป็นสิ่งสำคัญ ที่ KDC SPORT เราเชี่ยวชาญด้านการรับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืดคุณภาพสูง เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย และยังรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย สนใจสร้างสรรค์ยูนิฟอร์มสำหรับทีมงานของคุณ ติดต่อเรา เพื่อรับคำปรึกษาและเริ่มต้นโปรเจกต์ของคุณได้ทันที

ที่อยู่ของเรา: 888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ