Shopping cart

ภาษี Work from Anywhere 2569 รู้ไว้ก่อนโดนเรียกย้อนหลัง

สารบัญ

การทำงานในรูปแบบ Work from Anywhere หรือการทำงานทางไกล (Remote Work) ได้กลายเป็นวิถีปฏิบัติที่แพร่หลายมากขึ้น ทำให้เกิดคำถามสำคัญเกี่ยวกับภาระทางภาษี โดยเฉพาะประเด็น ภาษี Work from Anywhere 2569 รู้ไว้ก่อนโดนเรียกย้อนหลัง ซึ่งเป็นข้อกังวลหลักสำหรับผู้มีเงินได้ ทั้งที่ทำงานในประเทศและต่างประเทศ การทำความเข้าใจหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อการวางแผนภาษีที่ถูกต้องและหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในอนาคต

ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับภาษี Work from Anywhere

ภาษี Work from Anywhere 2569 รู้ไว้ก่อนโดนเรียกย้อนหลัง - work-from-anywhere-tax-2026

  • หลักแหล่งเงินได้: การพิจารณาว่ารายได้ต้องเสียภาษีในประเทศไทยหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า “แหล่งเงินได้” เกิดขึ้นที่ใด หากการทำงานเกิดขึ้นในประเทศไทย แม้จะรับเงินจากนายจ้างต่างประเทศ รายได้นั้นถือเป็นเงินได้จากแหล่งในประเทศและต้องเสียภาษี
  • การนำเงินได้จากต่างประเทศเข้ามา: กรณีทำงานในต่างประเทศและมีรายได้จากแหล่งนอกประเทศ รายได้ดังกล่าวจะต้องเสียภาษีในไทยก็ต่อเมื่อผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย (เกิน 180 วันในปีภาษีนั้น) และนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกัน
  • ความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบย้อนหลัง: การยื่นภาษีไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะการไม่สำแดงรายได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามา อาจนำไปสู่การตรวจสอบโดยกรมสรรพากร และอาจถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
  • การเตรียมเอกสาร: การจัดเก็บเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับรายได้และการหักลดหย่อนอย่างเป็นระบบ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) หลักฐานการโอนเงิน เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษีและกรณีถูกตรวจสอบ

ความหมายและความสำคัญของภาษี Work from Anywhere 2569

ภาษี Work from Anywhere 2569 หมายถึง หลักเกณฑ์และข้อบังคับทางภาษีอากรที่เกี่ยวข้องกับบุคคลธรรมดาผู้มีเงินได้จากการทำงานในลักษณะที่ไม่ยึดติดกับสถานประกอบการของนายจ้าง ไม่ว่าจะทำงานจากที่บ้านในจังหวัดอื่น หรือแม้กระทั่งทำงานจากต่างประเทศให้กับบริษัทในไทยหรือต่างประเทศก็ตาม การทำความเข้าใจประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่นนี้สร้างความซับซ้อนในการพิจารณาแหล่งที่มาของเงินได้และถิ่นที่อยู่ทางภาษี ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กรมสรรพากรใช้ในการกำหนดภาระภาษี

กลุ่มบุคคลที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ พนักงานบริษัทที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานทางไกล, ฟรีแลนซ์ที่รับงานจากหลายแหล่ง, และกลุ่ม Digital Nomad ที่เดินทางและทำงานไปพร้อมกัน บุคคลเหล่านี้จำเป็นต้องวางแผนภาษีอย่างรอบคอบเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้อง แม้ว่ากฎหมายภาษีสำหรับปี 2569 อาจยังไม่มีการประกาศเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ แต่หลักการพื้นฐานตามประมวลรัษฎากรยังคงเป็นกรอบสำคัญที่ใช้ในการพิจารณา การละเลยหรือไม่ปฏิบัติตามอาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการถูกประเมินภาษีเพิ่มเติมในอนาคต

หลักเกณฑ์ทางภาษีที่ต้องทำความเข้าใจ

เพื่อวางแผนภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้มีเงินได้จากการทำงานระยะไกลจำเป็นต้องเข้าใจหลักเกณฑ์สำคัญที่กรมสรรพากรใช้ในการพิจารณาภาระภาษี ซึ่งประกอบด้วยประเด็นหลักดังต่อไปนี้

หลักแหล่งเงินได้และถิ่นที่อยู่: ปัจจัยชี้ขาด

หลักการที่สำคัญที่สุดคือ “หลักแหล่งเงินได้” (Source Rule) ตามมาตรา 41 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดว่าเงินได้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากหน้าที่งานหรือกิจการที่ทำในประเทศไทยจะต้องเสียภาษีในประเทศไทย โดยไม่คำนึงว่าเงินนั้นจะจ่ายจากที่ใด หรือผู้จ่ายจะเป็นใครก็ตาม ดังนั้น หากบุคคลใดทำงานอยู่ในอาณาเขตประเทศไทย แม้จะทำงานให้กับบริษัทที่จดทะเบียนในต่างประเทศและรับค่าจ้างเป็นเงินสกุลต่างประเทศ รายได้นั้นก็ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ต้องนำมาคำนวณภาษีในไทย

ควบคู่กันไปคือ “หลักถิ่นที่อยู่” (Residency Rule) ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น จะถือว่าเป็น “ผู้อยู่ในประเทศไทย” และมีหน้าที่ต้องนำเงินได้จากแหล่งนอกประเทศที่นำเข้ามาในปีภาษีเดียวกันมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีด้วย

กรณีทำงานในไทยให้บริษัทต่างประเทศ

สำหรับผู้ที่ทำงานทางไกลจากประเทศไทยให้กับนายจ้างในต่างประเทศ (Remote Work from Thailand) รายได้ที่ได้รับถือเป็นเงินได้จากหน้าที่การงานที่ทำในไทย ตามหลักแหล่งเงินได้ ดังนั้นจึงมีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยอย่างครบถ้วน สถานการณ์เช่นนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อนายจ้างต่างประเทศในประเด็นเรื่องการมี “สถานประกอบการถาวร” (Permanent Establishment – PE) ในประเทศไทย ซึ่งอาจสร้างภาระภาษีเพิ่มเติมให้กับบริษัทได้ นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องภาษีซ้อนและการปฏิบัติตามกฎหมายประกันสังคมที่ต้องพิจารณาอีกด้วย

กรณีทำงานต่างประเทศและนำเงินได้เข้าไทย

ในทางกลับกัน หากบุคคลทำงานอยู่ในต่างประเทศและมีรายได้จากแหล่งนอกประเทศไทย ภาระภาษีในไทยจะเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขสองประการตามมาตรา 41 วรรคสอง คือ 1) บุคคลนั้นเป็นผู้อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีนั้น (อยู่ไทยครบ 180 วัน) และ 2) ได้นำเงินได้พึงประเมินนั้นเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีเดียวกัน หากเงื่อนไขทั้งสองข้อนี้ครบถ้วน เงินได้ที่นำเข้ามานั้นจะต้องถูกนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา การขาดความชัดเจนในแนวปฏิบัติและการตีความกฎหมายในอดีตทำให้เกิดความเสี่ยงสูงที่จะถูกตรวจสอบย้อนหลังหากไม่ได้สำแดงรายได้ส่วนนี้อย่างถูกต้อง

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง: การถูกตรวจสอบและเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง

การปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างเคร่งครัดเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ทำงานในรูปแบบ Work from Anywhere เนื่องจากกรมสรรพากรมีเครื่องมือและข้อมูลในการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินที่ทันสมัยมากขึ้น การยื่นภาษีที่ไม่ครบถ้วนจึงมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกตรวจพบ

สาเหตุที่อาจนำไปสู่การตรวจสอบภาษี

กรมสรรพากรสามารถตรวจสอบความผิดปกติได้จากหลายช่องทาง เช่น การเปรียบเทียบข้อมูลรายได้กับธุรกรรมทางการเงินผ่านสถาบันการเงิน หรือการตรวจสอบข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยสาเหตุหลักที่อาจนำไปสู่การตรวจสอบย้อนหลัง ได้แก่:

  • การไม่สำแดงรายได้ทั้งหมด: โดยเฉพาะรายได้จากต่างประเทศที่นำเข้ามาในไทย หรือรายได้จากงานเสริมและงานฟรีแลนซ์
  • การคำนวณภาษีผิดพลาด: การหักค่าใช้จ่ายหรือค่าลดหย่อนไม่ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
  • ความไม่สอดคล้องกันของข้อมูล: เช่น กรณีฟรีแลนซ์ที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% แต่เมื่อยื่นแบบประจำปี (ภ.ง.ด.90) กลับแสดงรายได้ไม่ตรงกับที่ผู้ว่าจ้างได้นำส่งไว้

หากถูกตรวจสอบและพบว่ามีการชำระภาษีขาดไป ผู้เสียภาษีจะต้องรับผิดชอบชำระภาษีส่วนที่ขาด พร้อมทั้งเบี้ยปรับซึ่งอาจสูงถึง 1-2 เท่าของค่าภาษี และเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนภาษีที่ต้องชำระ

เอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมให้พร้อมเสมอ

เพื่อป้องกันปัญหาและใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นภาษีหรือกรณีถูกเรียกตรวจสอบ ควรจัดเตรียมและเก็บรักษาเอกสารต่อไปนี้ให้เป็นระบบ:

  1. หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ): เอกสารสำคัญที่แสดงรายได้ทั้งปีและภาษีที่ถูกหักไว้ล่วงหน้า
  2. ใบหักภาษี ณ ที่จ่าย: สำหรับผู้มีรายได้ประเภทฟรีแลนซ์หรือรับจ้าง ที่ได้รับจากผู้ว่าจ้างในแต่ละครั้ง
  3. หลักฐานการรับเงิน: เช่น ใบแจ้งยอดบัญชีธนาคาร (Statement) หรือหลักฐานการโอนเงินจากต่างประเทศ เพื่อยืนยันที่มาและจำนวนเงินได้
  4. เอกสารประกอบการหักค่าลดหย่อน: เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าเบี้ยประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ, หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน RMF/SSF, เอกสารการกู้ยืมเพื่อซื้อที่อยู่อาศัย เป็นต้น

แนวทางปฏิบัติเพื่อการยื่นภาษีที่ถูกต้องและครบถ้วน

การทำความเข้าใจอัตราภาษี กำหนดเวลา และขั้นตอนการยื่นแบบฯ จะช่วยให้การจัดการภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและถูกต้องตามกฎหมาย

อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับปีภาษี

รายได้จากการทำงาน ไม่ว่าจะในรูปแบบเงินเดือน (มาตรา 40(1)) หรือรับจ้าง/ฟรีแลนซ์ (มาตรา 40(2)) จะถูกนำมาคำนวณภาษีตามอัตราก้าวหน้า ซึ่งหมายความว่ายิ่งมีเงินได้สุทธิสูง อัตราภาษีที่ต้องชำระก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

ตารางสรุปอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามขั้นเงินได้สุทธิประจำปี
เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี
0 – 150,000 ยกเว้น
150,001 – 300,000 5%
300,001 – 500,000 10%
500,001 – 750,000 15%
750,001 – 1,000,000 20%
1,000,001 – 2,000,000 25%
2,000,001 – 5,000,000 30%
มากกว่า 5,000,000 35%

กำหนดการยื่นแบบแสดงรายการภาษีที่สำคัญ

ผู้มีเงินได้มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการตามกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับกรณียื่นล่าช้า

ตารางสรุปกำหนดเวลายื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
แบบฟอร์ม ประเภทเงินได้ กำหนดยื่น (แบบกระดาษ) กำหนดยื่น (ออนไลน์)
ภ.ง.ด.91 ผู้มีเงินได้จากเงินเดือนเพียงอย่างเดียว (มาตรา 40(1)) 1 ม.ค. – 31 มี.ค. ของปีถัดไป ขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน
ภ.ง.ด.90 ผู้มีเงินได้ประเภทอื่น ๆ (รวมถึง WFA/ฟรีแลนซ์) หรือมีเงินได้หลายประเภท 1 ม.ค. – 31 มี.ค. ของปีถัดไป ขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน
ภ.ง.ด.94 ภาษีครึ่งปี สำหรับผู้มีเงินได้ตามมาตรา 40(5)-(8) เช่น ค่าเช่า, วิชาชีพอิสระ, ธุรกิจ 1 ก.ค. – 30 ก.ย. ของปีนั้น ขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน

ขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing

การยื่นภาษีออนไลน์เป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยสามารถดำเนินการผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร มีขั้นตอนโดยสรุปดังนี้:

  1. เข้าสู่เว็บไซต์กรมสรรพากร และเลือกเมนู e-Filing
  2. ลงชื่อเข้าใช้งานด้วย RD ID หรือผ่าน Digital ID (NDID)
  3. ระบบ MyTax จะดึงข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนบางส่วนมาให้อัตโนมัติ (หากมี)
  4. ตรวจสอบความถูกต้องและกรอกข้อมูลรายได้อื่น ๆ และค่าลดหย่อนเพิ่มเติมให้ครบถ้วน
  5. ยืนยันการยื่นแบบ และชำระภาษี (ถ้ามี) ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือพิมพ์ใบชำระเงินเพื่อไปชำระที่เคาน์เตอร์

ข้อควรรู้เพิ่มเติมและแนวโน้มในอนาคต

นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ทั่วไปแล้ว ยังมีประเด็นเฉพาะและแนวโน้มที่อาจส่งผลต่อการวางแผนภาษีในอนาคต

สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ถือวีซ่า LTR (Work-from-Thailand Professional)

สำหรับชาวต่างชาติที่มีทักษะสูงและได้รับวีซ่าประเภท Long-Term Resident (LTR) ในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานจากประเทศไทย จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สำคัญ คือการยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับเงินได้ที่เกิดจากแหล่งนอกประเทศและได้นำเข้ามาในประเทศไทย ซึ่งเป็นเงื่อนไขพิเศษที่แตกต่างจากผู้เสียภาษีทั่วไป อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการใช้สิทธิ์นี้จำเป็นต้องมีเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีที่แปลเป็นภาษาไทยอย่างถูกต้อง

แนวโน้มการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดเก็บภาษี

กรมสรรพากรมีแผนในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data Analytics) มาใช้ในการตรวจสอบและประเมินการเสียภาษีให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งหมายความว่าความสามารถในการตรวจจับรายได้ที่ไม่ได้สำแดงหรือความผิดปกติในการยื่นแบบฯ จะแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต ดังนั้น การปฏิบัติตามกฎหมายอย่างโปร่งใสและถูกต้องตั้งแต่แรกจึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุด

สรุปและแนวทางการวางแผนภาษี

การทำงานในรูปแบบ Work from Anywhere มอบความยืดหยุ่นสูง แต่ก็มาพร้อมกับความซับซ้อนทางภาษีที่ต้องให้ความสำคัญ การทำความเข้าใจหลักแหล่งเงินได้, เงื่อนไขการนำเงินเข้าประเทศ, และการเตรียมเอกสารให้พร้อม เป็นกุญแจสำคัญในการจัดการภาษีให้ถูกต้องและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง การวางแผนภาษีอย่างรอบคอบตั้งแต่เนิ่น ๆ และการยื่นแบบแสดงรายการให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง จะช่วยให้สามารถทำงานได้อย่างสบายใจและมั่นคงในระยะยาว

หลังจากจัดการเรื่องภาษีซึ่งเป็นงานที่ซับซ้อนแล้ว หลายองค์กรและบุคคลมักมองหาพันธมิตรที่เชื่อถือได้สำหรับความต้องการด้านอื่น ๆ สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเสื้อผ้าคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อกีฬา หรือเสื้อสำหรับองค์กร KDC SPORT คือผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและจัดจำหน่ายที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการด้วยบริการที่ครบวงจร รวมถึงรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่น ๆ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมและ ติดต่อเรา

ที่อยู่: 888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ