Shopping cart

ภาษีอาหารอนาคต 2569 โอกาสทอง SME ไทย?

สารบัญ

การเปลี่ยนแปลงทางนโยบายภาษีครั้งสำคัญกำลังจะเกิดขึ้นในปี 2569 ซึ่งก่อให้เกิดคำถามว่า ภาษีอาหารอนาคต 2569 โอกาสทอง SME ไทย? จะเป็นจริงหรือไม่ แม้จะไม่มีมาตรการที่ใช้ชื่อว่า “ภาษีอาหารอนาคต” โดยตรง แต่การปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ที่กำลังจะมาถึงนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ทั่วประเทศ รวมถึงธุรกิจในกลุ่มอาหารแห่งอนาคต (Future Food) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ประเด็นสำคัญที่น่าจับตามอง

ภาษีอาหารอนาคต 2569 โอกาสทอง SME ไทย? - future-food-tax-sme-thailand

  • นโยบายใหม่เริ่ม 1 มกราคม 2569: รัฐบาลประกาศยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท โดยจะเริ่มจัดเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรกเป็นต้นไป
  • สร้างความเป็นธรรมทางการค้า: มาตรการนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมกันระหว่างผู้ประกอบการ SME ไทยและสินค้านำเข้าราคาถูกจากต่างประเทศ
  • โอกาสของ SME ไทย: การปรับขึ้นของราคาสินค้านำเข้าจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่สินค้าที่ผลิตในประเทศ ทำให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มหันมาพิจารณาสินค้าไทยมากขึ้น
  • ผลกระทบต่อกลุ่มอาหารแห่งอนาคต: แม้เป็นมาตรการทั่วไป แต่จะช่วยลดการแข่งขันจากผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตนำเข้าที่มีราคาถูกกว่า เปิดทางให้ผู้ผลิตไทยมีพื้นที่ในตลาดมากขึ้น
  • ความสะดวกของผู้บริโภค: แม้ราคาสินค้าจะสูงขึ้น แต่กระบวนการซื้อขายจะง่ายกว่าเดิม โดยแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซจะรวมภาษีไว้ในราคาสุดท้าย ทำให้ผู้ซื้อไม่ต้องดำเนินเรื่องที่ด่านศุลกากรด้วยตนเอง

ไขข้อกระจ่างนโยบายภาษี 2569 และความเชื่อมโยงถึง Future Food

ประเด็นเกี่ยวกับ ภาษีอาหารอนาคต 2569 โอกาสทอง SME ไทย? แท้จริงแล้วมีรากฐานมาจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีนำเข้าสินค้าออนไลน์ครั้งใหญ่ ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2569 การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มอาหาร แต่ครอบคลุมสินค้าทุกประเภทที่สั่งซื้อจากต่างประเทศผ่านช่องทางออนไลน์ นโยบายดังกล่าวถือเป็นมาตรการสำคัญที่ภาครัฐนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการค้าที่ผู้ประกอบการ SME ไทยต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน จากการทะลักเข้ามาของสินค้าราคาถูกที่ได้รับการยกเว้นภาษี

ความสำคัญของนโยบายนี้คือการสร้าง “สนามแข่งขันที่เท่าเทียม” (Level Playing Field) โดยกำหนดให้สินค้านำเข้าต้องมีภาระทางภาษีเช่นเดียวกับสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายภายในประเทศ ซึ่งผู้ประกอบการไทยต้องแบกรับต้นทุนหลายด้าน ทั้งภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีนิติบุคคล และค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานต่างๆ การปรับโครงสร้างภาษีครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการปลดล็อกข้อจำกัดและเพิ่มศักยภาพให้ SME ไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะในยุคที่การค้าออนไลน์เติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับธุรกิจในกลุ่มอาหารแห่งอนาคต ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหม่ที่ต้องการการสนับสนุน การเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นปัจจัยบวกทางอ้อมที่จะช่วยลดแรงกดดันจากการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้า และเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของไทยได้เป็นที่รู้จักและยอมรับในตลาดมากขึ้น

เจาะลึกมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ 2569: สาระสำคัญที่ต้องรู้

เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบและโอกาสที่เกิดขึ้น จำเป็นต้องศึกษาถึงรายละเอียดและเบื้องหลังของมาตรการภาษีใหม่นี้อย่างละเอียด ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การค้าออนไลน์ของไทยในปี 2569

ที่มาและเหตุผลเบื้องหลังการเปลี่ยนแปลง

ในอดีต ประเทศไทยมีการกำหนดยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับพัสดุที่มีมูลค่าสำแดง (CIF – Cost, Insurance, and Freight) ไม่เกิน 1,500 บาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวปฏิบัติของหลายประเทศทั่วโลก อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซข้ามชาติทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย สินค้าราคาถูกจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากประเทศจีน สามารถจัดส่งตรงถึงผู้บริโภคในไทยได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการทางภาษี ทำให้มีราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่ผลิตโดย SME ไทยอย่างมีนัยสำคัญ

ความเสียเปรียบนี้เกิดจากโครงสร้างต้นทุนที่แตกต่างกัน ผู้ประกอบการไทยต้องรับผิดชอบต้นทุนที่สูงกว่า ทั้งภาษีนำเข้าวัตถุดิบ ภาษีนิติบุคคล ค่าจ้างแรงงาน และค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในขณะที่ผู้ขายต่างชาติสามารถหลีกเลี่ยงภาระเหล่านี้ได้เกือบทั้งหมด นโยบายนี้จึงเป็นมาตรการต่อเนื่องจากการเริ่มจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) 7% สำหรับสินค้านำเข้าทุกชิ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 เพื่อปิดช่องโหว่ ลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มรายได้ให้แก่รัฐ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสินค้าที่จำหน่ายในประเทศ

การเปลี่ยนแปลงหลัก: ยกเลิกการยกเว้นภาษีสินค้ามูลค่าต่ำ

สาระสำคัญของนโยบายที่จะเริ่มในวันที่ 1 มกราคม 2569 คือการ “ยกเลิก” เพดานการยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับสินค้าที่มีมูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท นั่นหมายความว่าสินค้าทุกชิ้นที่นำเข้ามาในราชอาณาจักร ไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าใด จะต้องเสียภาษีตามพิกัดศุลกากรที่กำหนดไว้ การเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้ต้นทุนของสินค้านำเข้าสูงขึ้นโดยอัตโนมัติ และทำให้ราคาจำหน่ายสุดท้ายใกล้เคียงกับสินค้าที่ผลิตโดยผู้ประกอบการไทยมากขึ้น

พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ผู้เชี่ยวชาญด้านศุลกากร ได้ชี้ให้เห็นว่า เมื่อสินค้าจากต่างประเทศมีต้นทุนที่สูงขึ้นใกล้เคียงกับสินค้าของ SME ไทย จะช่วยให้ผู้บริโภคหันมาพิจารณาและตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าไทยได้ง่ายขึ้น โดยมีปัจจัยด้านคุณภาพและมาตรฐานที่เหนือกว่าเป็นตัวตัดสิน

ตารางเปรียบเทียบผลกระทบของนโยบายภาษีนำเข้าก่อนและหลัง 1 มกราคม 2569
หัวข้อ นโยบายเดิม (ก่อน 1 ม.ค. 2569) นโยบายใหม่ (หลัง 1 ม.ค. 2569)
การเก็บภาษีสินค้ามูลค่าต่ำ ยกเว้นภาษีสำหรับสินค้ามูลค่าไม่เกิน 1,500 บาท จัดเก็บภาษีตั้งแต่บาทแรกสำหรับสินค้าทุกชิ้น
ราคาสินค้านำเข้า ราคาถูกมากเนื่องจากไม่มีภาระภาษี ราคาสูงขึ้นตามอัตราภาษีที่ต้องชำระ
ความสามารถในการแข่งขันของ SME ไทย เสียเปรียบด้านราคาอย่างมาก เพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาสินค้านำเข้าใกล้เคียงกันมากขึ้น
ภาระของผู้บริโภค จ่ายเฉพาะราคาสินค้าและค่าขนส่ง ราคาสินค้าที่จ่ายจะรวมภาษีไว้แล้ว แต่กระบวนการง่ายขึ้น

โอกาสทองของผู้ประกอบการไทย: SME จะได้รับประโยชน์อย่างไร?

การปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น “โอกาสทอง” สำหรับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในภาคการผลิตและค้าปลีก ซึ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากการสร้างสภาพแวดล้อมทางการค้าที่เป็นธรรมและส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน

เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันอย่างเท่าเทียม

ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดคือการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านราคา เมื่อสินค้านำเข้าราคาถูกต้องบวกต้นทุนทางภาษีเข้าไป ทำให้ราคาจำหน่ายสุดท้ายไม่แตกต่างจากสินค้าไทยมากนัก ผู้บริโภคที่เคยตัดสินใจซื้อจากราคาเป็นหลัก อาจหันมาให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่นมากขึ้น เช่น คุณภาพของสินค้า ความรวดเร็วในการจัดส่ง การรับประกัน และบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นจุดแข็งของผู้ประกอบการไทย สิ่งนี้จะช่วยให้ SME ในกลุ่มการผลิตและค้าขายสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยไม่ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมอีกต่อไป

ความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ

เพื่อให้นโยบายนี้มีผลในทางปฏิบัติอย่างสมบูรณ์ กรมศุลกากรได้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ เช่น Lazada, Shopee, TikTok Shop, SHEIN และ TEMU เพื่อพัฒนาระบบการจัดเก็บภาษี ณ จุดขาย กล่าวคือ แพลตฟอร์มเหล่านี้จะคำนวณและรวมภาษีนำเข้าไปในราคาสินค้าที่แสดงต่อผู้ซื้อโดยอัตโนมัติ และนำส่งภาษีให้แก่กรมศุลกากรโดยตรง นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือในการคัดกรองสินค้าผิดกฎหมาย เช่น บุหรี่ไฟฟ้า หรือสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ออกจากระบบ ซึ่งช่วยยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอีกทางหนึ่ง

เจาะจง ‘อาหารแห่งอนาคต’ (Future Food): นโยบายภาษีใหม่ส่งผลกระทบอย่างไร?

แม้ว่ามาตรการภาษี 2569 จะเป็นนโยบายทั่วไปที่ไม่ได้มุ่งเป้ามาที่อุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ผลกระทบทางอ้อมที่มีต่อกลุ่มธุรกิจ “อาหารแห่งอนาคต” นั้นมีความน่าสนใจและควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง

คำจำกัดความของอาหารแห่งอนาคต

อาหารแห่งอนาคต (Future Food) หมายถึง กลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่พัฒนาขึ้นโดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อตอบสนองต่อแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ ความยั่งยืน และสิ่งแวดล้อม ตัวอย่างเช่น เนื้อสัตว์จากพืช (Plant-Based Meat), โปรตีนทางเลือกจากแมลงหรือสาหร่าย, อาหารฟังก์ชัน (Functional Food) ที่มีคุณสมบัติพิเศษ และอาหารที่ผลิตผ่านกระบวนการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมนี้ในประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีศักยภาพในการเติบโตสูง

ผลกระทบทางอ้อมที่สร้างความได้เปรียบ

นโยบายภาษีนำเข้าใหม่จะส่งผลให้ผลิตภัณฑ์อาหารแห่งอนาคตที่นำเข้าจากต่างประเทศมีราคาสูงขึ้นเช่นเดียวกับสินค้าประเภทอื่น ๆ สิ่งนี้จะช่วยลดความได้เปรียบด้านราคาของแบรนด์ต่างชาติ และเปิดโอกาสให้ผลิตภัณฑ์จากผู้ประกอบการ SME ไทยสามารถแข่งขันได้มากขึ้น ผู้บริโภคที่สนใจอาหารเพื่อสุขภาพอาจตัดสินใจทดลองผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทยที่มีราคาใกล้เคียงกัน แต่มีความสดใหม่กว่าและสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ นโยบายดังกล่าวยังสอดคล้องกับแผนส่งเสริม SME ประจำปี 2569 ที่มุ่งเน้นการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย (MSME) เช่น ร้านอาหาร หรือผู้ผลิตขนาดเล็ก ให้สามารถสร้างรายได้และเติบโตในตลาดที่มีการแข่งขันสูงได้

มุมมองผู้บริโภค: การปรับตัวและสิ่งที่ต้องเผชิญ

สำหรับผู้บริโภคที่คุ้นเคยกับการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศ การเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าที่ต้องจ่าย แต่ในขณะเดียวกันก็มาพร้อมกับความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก

สิ่งแรกที่ผู้บริโภคจะสังเกตเห็นคือ ราคาสินค้าออนไลน์จากต่างประเทศจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ข้อดีคือผู้บริโภคไม่ต้องดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับภาษีด้วยตนเองอีกต่อไป กระบวนการทั้งหมดจะถูกจัดการโดยผู้นำเข้า ผู้ให้บริการขนส่ง และแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ซึ่งจะแสดงราคาสุดท้ายที่รวมภาษีทุกอย่างแล้ว ทำให้ผู้ซื้อสามารถชำระเงินและรอรับของที่บ้านได้เช่นเดิม โดยไม่ต้องเสียเวลาหรือเผชิญกับความยุ่งยากในการไปดำเนินพิธีการที่ด่านศุลกากรเหมือนในอดีต ซึ่งจากข้อมูลปัจจุบันพบว่ากว่า 97% ของสินค้านำเข้าได้ใช้รูปแบบนี้แล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้จึงเป็นการทำให้ระบบสมบูรณ์และครอบคลุม 100% แม้อาจเกิดความสับสนในช่วงแรก แต่ในระยะยาวจะสร้างประสบการณ์การซื้อของออนไลน์ข้ามพรมแดนที่ราบรื่นและโปร่งใสยิ่งขึ้น

บทสรุป: ก้าวต่อไปของ SME ไทยในสมรภูมิการค้าดิจิทัล

โดยสรุปแล้ว แม้จะไม่มี “ภาษีอาหารอนาคต 2569” ที่เป็นมาตรการเฉพาะทาง แต่นโยบายการยกเลิกการยกเว้นภาษีนำเข้าสำหรับสินค้ามูลค่าต่ำกว่า 1,500 บาท ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งประวัติศาสตร์ที่สร้าง “โอกาสทอง” ให้กับผู้ประกอบการ SME ไทยในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม รวมถึงกลุ่มอาหารแห่งอนาคต การสร้างสนามแข่งขันที่เท่าเทียมนี้จะกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมภายในประเทศ เพื่อแข่งขันด้วยมาตรฐานที่เหนือกว่าแทนที่จะเป็นเพียงเรื่องของราคา มาตรการนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องผู้ประกอบการรายย่อยและเพิ่มรายได้ให้แก่รัฐ แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ท่ามกลางกระแสการค้าดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ต่อยอดธุรกิจของคุณด้วยภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพ

เมื่อกลยุทธ์ทางธุรกิจมีความพร้อมและแข็งแกร่งจากการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายแล้ว การสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้เป็นที่จดจำและน่าเชื่อถือคืออีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ KDC SPORT เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการรับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้ากีฬาสำหรับทีม เสื้อสำหรับองค์กร หรือเสื้อยืดสำหรับกิจกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่น ๆ อีกมากมาย พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและโดดเด่น

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ สามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่:

ที่อยู่: 888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ