Shopping cart

ลดหย่อนภาษี 2569: กองทุนยั่งยืน (ESG) ตัวเลือกใหม่?

สารบัญ

การวางแผนเพื่อ ลดหย่อนภาษี 2569: กองทุนยั่งยืน (ESG) ตัวเลือกใหม่? กำลังเป็นประเด็นที่นักลงทุนและผู้เสียภาษีให้ความสนใจอย่างมาก หลังจากการสิ้นสุดสิทธิประโยชน์ของกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ทำให้ภาครัฐออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนในรูปแบบใหม่ที่เน้นความยั่งยืน โดยมีกองทุน Thai ESG และกองทุนพิเศษ Thai ESGX เข้ามามีบทบาทสำคัญ การทำความเข้าใจเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ของกองทุนเหล่านี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการวางแผนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพสูงสุด

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับการวางแผนภาษีปี 2569

ลดหย่อนภาษี 2569: กองทุนยั่งยืน (ESG) ตัวเลือกใหม่? - new-esg-fund-tax-deduction-2026

  • กองทุน Thai ESGX เป็นสิทธิประโยชน์ต่อเนื่อง: สำหรับผู้ที่ทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF ทั้งหมดมายังกองทุน Thai ESGX ภายในช่วงเวลาที่กำหนดในปี 2568 จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีต่อเนื่องในปี 2569 สูงสุด 50,000 บาท
  • วงเงินแยกจากกองทุนอื่น: วงเงินลดหย่อนของกองทุน Thai ESG (ทั้งแบบปกติและแบบพิเศษ) เป็นวงเงินที่แยกต่างหากจากกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณอายุ (RMF, SSF, กบข., PVD เป็นต้น) ซึ่งมีเพดานรวมกันที่ 500,000 บาท
  • เงื่อนไขการถือครอง 5 ปี: ผู้ลงทุนในกองทุน Thai ESG และ Thai ESGX ต้องถือหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม นับแบบวันชนวัน หากผิดเงื่อนไขจะต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นพร้อมเงินเพิ่ม
  • เน้นการลงทุนอย่างยั่งยืน: กองทุนทั้งสองประเภทมีนโยบายหลักในการลงทุนในบริษัทจดทะเบียนของไทยที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, and Governance)
  • ตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเสมอ: สิทธิประโยชน์ทางภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของกรมสรรพากร ผู้ลงทุนควรติดตามข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเพื่อประกอบการตัดสินใจ

ภาพรวมการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี

การบริหารจัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนการเงินส่วนบุคคล การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีผ่านเครื่องมือทางการเงินต่างๆ เช่น กองทุนรวม ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเพิ่มเงินออมและสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของการวางแผนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นหน้าที่ของพลเมืองที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด การวางแผนภาษีอย่างถูกวิธีไม่ได้หมายถึงการหลีกเลี่ยงภาษี แต่เป็นการใช้สิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายมอบให้เพื่อลดภาระภาษีลงอย่างสมเหตุสมผล ทุกบาทที่ประหยัดได้จากภาษีสามารถนำไปต่อยอดการลงทุน สร้างผลตอบแทน หรือใช้เป็นเงินทุนสำรองสำหรับเป้าหมายในอนาคต การเพิกเฉยต่อการวางแผนภาษีอาจทำให้สูญเสียโอกาสทางการเงินไปอย่างน่าเสียดาย

ใครบ้างที่ควรพิจารณากองทุนลดหย่อนภาษี

โดยทั่วไป บุคคลที่มีเงินได้พึงประเมินและต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าตั้งแต่ 10% ขึ้นไป ควรพิจารณาการลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีอย่างจริงจัง ยิ่งมีฐานภาษีสูงเท่าใด ประโยชน์ที่ได้รับจากการลดหย่อนก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ กลุ่มผู้ที่ต้องการสร้างวินัยในการออมและการลงทุนระยะยาวเพื่อเป้าหมายต่างๆ เช่น การเกษียณอายุ ก็จะได้รับประโยชน์สองต่อ คือทั้งการประหยัดภาษีในปัจจุบันและการสร้างความมั่งคั่งสำหรับอนาคต

การเปลี่ยนผ่านจาก LTF สู่ยุคกองทุนเพื่อความยั่งยืน

กองทุนรวมหุ้นระยะยาว หรือ LTF เคยเป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษียอดนิยมมานานหลายปี แต่สิทธิประโยชน์ดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่ปี 2563 ทำให้ภาครัฐมองหาเครื่องมือใหม่เพื่อส่งเสริมการลงทุนในตลาดทุนไทย พร้อมกับสนับสนุนนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศ จึงเป็นที่มาของ กองทุนเพื่อความยั่งยืน หรือ ESG Fund ซึ่งไม่เพียงแต่ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สร้างผลกระทบเชิงบวกในระยะยาว

ทำความรู้จัก Thai ESG: กองทุนลดหย่อนภาษีเพื่อโลกที่ยั่งยืน

กองทุน Thai ESG เป็นกองทุนลดหย่อนภาษีประเภทใหม่ที่เริ่มมีบทบาทสำคัญต่อนักลงทุนไทยตั้งแต่ปลายปี 2566 โดยมุ่งเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนภายในประเทศ

นิยามและหลักการของกองทุน Thai ESG

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thailand ESG Fund หรือ Thai ESG) คือกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ของบริษัทในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ซึ่งประกอบด้วย 3 มิติหลัก ได้แก่

  • Environment (สิ่งแวดล้อม): การดำเนินงานที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการบริหารจัดการของเสีย
  • Social (สังคม): การดูแลพนักงาน ชุมชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างเป็นธรรม เช่น ความปลอดภัยในที่ทำงาน การเคารพสิทธิมนุษยชน และการพัฒนาชุมชน
  • Governance (บรรษัทภิบาล): การมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี โปร่งใส ตรวจสอบได้ และต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน

เป้าหมายของกองทุน Thai ESG คือการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว ควบคู่ไปกับการสนับสนุนให้บริษัทต่างๆ ในไทยหันมาให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนมากขึ้น

เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ทางภาษีของ Thai ESG (ปกติ)

สำหรับกองทุน Thai ESG รูปแบบปกติที่เปิดให้นักลงทุนทั่วไปสามารถซื้อได้ มีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สำคัญดังนี้

  1. วงเงินลดหย่อน: สามารถนำจำนวนเงินที่ลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้ตามจริง สูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน และไม่เกิน 300,000 บาทต่อปีภาษี
  2. ระยะเวลาถือครอง: ต้องถือหน่วยลงทุนเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม นับตั้งแต่วันที่ซื้อ (นับแบบวันชนวัน)
  3. วงเงินแยกต่างหาก: วงเงิน 300,000 บาทนี้ เป็นวงเงินพิเศษที่แยกออกจากวงเงินลงทุนในกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณอายุ (RMF, SSF, PVD, กบข., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, และประกันบำนาญ) ที่มีเพดานรวมกันสูงสุด 500,000 บาท
  4. ระยะเวลาของสิทธิประโยชน์: มาตรการนี้มีผลสำหรับการลงทุนตั้งแต่ปี 2566 ถึง 2569 (ข้อมูล ณ ปัจจุบัน)

Thai ESGX: กองทุนพิเศษเพื่อต่อยอดการลงทุนจาก LTF

นอกเหนือจากกองทุน Thai ESG ทั่วไปแล้ว ภาครัฐยังได้ออกมาตรการเฉพาะกิจในชื่อ “Thai ESGX” (Thai ESG Extra) เพื่อรองรับเงินลงทุนจากกองทุน LTF ที่ครบกำหนดอายุ และเพื่อกระตุ้นการลงทุนในตลาดทุนเพิ่มเติม

ที่มาและวัตถุประสงค์ของ Thai ESGX

กองทุน Thai ESGX ถูกจัดตั้งขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจูงใจให้นักลงทุนที่ถือครองหน่วยลงทุน LTF ที่ครบกำหนดเงื่อนไขการถือครองแล้ว ทำการสับเปลี่ยน (Switching) เงินลงทุนมายังกองทุนที่เน้นความยั่งยืนแทนที่จะไถ่ถอนออกไป ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพของตลาดทุนและส่งเสริมการลงทุนระยะยาวในหุ้นยั่งยืนของไทย โดยมีนโยบายลงทุนในหุ้นยั่งยืนเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 65% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV)

สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับปี 2569 และเงื่อนไขต่อเนื่อง

จุดเด่นของ Thai ESGX คือสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ต่อเนื่องมาถึงปี 2569 สำหรับผู้ที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างครบถ้วน ซึ่งแตกต่างจากสิทธิ์ในปีแรก (ปี 2568) โดยมีรายละเอียดดังนี้

สำหรับปีภาษี 2569 ถึง 2572 ผู้ที่ได้สับเปลี่ยนเงินลงทุนจาก LTF มายัง Thai ESGX ในปี 2568 จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมอีกปีละ 50,000 บาท รวมเป็นเงิน 200,000 บาทตลอดระยะเวลา 4 ปี (2569-2572)

สิทธิ์นี้เป็นสิทธิ์ต่อเนื่องจากการลงทุนในปี 2568 และถือเป็นวงเงินพิเศษที่แยกออกจากวงเงินลดหย่อนของ Thai ESG ปกติ และกลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณอายุเช่นกัน

ข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

การจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกองทุน Thai ESGX นั้นมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนและเฉพาะเจาะจง ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ดังนี้

  • เงื่อนไขการสับเปลี่ยน: ต้องเป็นการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน LTF “ทั้งหมด” ที่มีอยู่ ณ วันที่ 11 มีนาคม 2568 และต้องทำรายการภายในช่วงเวลาที่กำหนดเท่านั้น คือระหว่างวันที่ 1-2 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน 2568
  • ระยะเวลาถือครอง: ต้องถือครองหน่วยลงทุน Thai ESGX ที่ได้รับจากการสับเปลี่ยนนี้เป็นเวลาอย่างน้อย 5 ปีเต็ม นับแบบวันชนวันจากวันที่ทำรายการสับเปลี่ยน
  • การผิดเงื่อนไข: หากมีการขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนด 5 ปี จะถือว่าผิดเงื่อนไขทั้งหมด ผู้ลงทุนจะต้องคืนเงินภาษีที่เคยได้รับยกเว้นไปสำหรับกองทุนส่วนนี้ทั้งหมด พร้อมเงินเพิ่มตามที่กรมสรรพากรกำหนด

ตารางเปรียบเทียบ Thai ESG และ Thai ESGX

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างของกองทุนทั้งสองประเภทได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสรุปเปรียบเทียบประเด็นสำคัญได้ดังตารางต่อไปนี้

ตารางเปรียบเทียบสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขของกองทุน Thai ESG และ Thai ESGX สำหรับการวางแผนภาษีปี 2569
หัวข้อเปรียบเทียบ Thai ESG (ปกติ) Thai ESGX (พิเศษจาก LTF)
วงเงินลดหย่อนปี 2569 สูงสุด 300,000 บาท (ไม่เกิน 30% ของเงินได้) สูงสุด 50,000 บาท (สำหรับผู้ที่สับเปลี่ยนจาก LTF ในปี 2568)
กลุ่มเป้าหมายหลัก นักลงทุนทั่วไปที่ต้องการลดหย่อนภาษีและลงทุนในหุ้นยั่งยืน นักลงทุนที่มีกองทุน LTF และทำการสับเปลี่ยนตามเงื่อนไขในปี 2568
ระยะเวลาซื้อเพื่อรับสิทธิ์ สามารถซื้อได้ตลอดปีภาษี 2569 (ตามประกาศ) ต้องทำรายการสับเปลี่ยนในช่วง 1 พ.ค. – 30 มิ.ย. 2568 เท่านั้น
ระยะเวลาถือครอง ไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม (นับแบบวันชนวัน) ไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม (นับแบบวันชนวัน)
ลักษณะวงเงิน วงเงินพิเศษแยกจากกลุ่มเกษียณ วงเงินพิเศษแยกจากกลุ่มเกษียณและ Thai ESG ปกติ

กลยุทธ์การวางแผนภาษีปี 2569 ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

การใช้ประโยชน์จากกองทุนลดหย่อนภาษีให้เต็มศักยภาพจำเป็นต้องมีการวางแผนที่เป็นระบบ โดยพิจารณาจากเป้าหมายทางการเงิน ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และสิทธิประโยชน์ทั้งหมดที่มี

การผสมผสานกองทุนเพื่อการลดหย่อนภาษี

นักลงทุนสามารถจัดสรรเงินลงทุนในกองทุนลดหย่อนภาษีประเภทต่างๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดตามลำดับดังนี้

  1. กลุ่มกองทุนเพื่อการเกษียณอายุ: ควรพิจารณาใช้สิทธิ์ในกลุ่มนี้ก่อน (RMF, SSF, PVD, ฯลฯ) เนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญของการวางแผนเกษียณ โดยมีเพดานรวมกันสูงสุด 500,000 บาท
  2. กองทุน Thai ESG (ปกติ): หากยังมีศักยภาพในการลงทุนเหลือหลังจากเต็มวงเงินกลุ่มเกษียณแล้ว สามารถลงทุนใน Thai ESG เพิ่มเติมได้อีกสูงสุด 300,000 บาท (แต่ไม่เกิน 30% ของเงินได้)
  3. กองทุน Thai ESGX (พิเศษ): สำหรับผู้ที่มีสิทธิ์จากการสับเปลี่ยน LTF ในปี 2568 จะได้รับสิทธิ์ลดหย่อนเพิ่มอีก 50,000 บาทโดยอัตโนมัติในปี 2569 โดยไม่ต้องลงทุนเพิ่ม เพียงแค่ถือครองหน่วยลงทุนต่อไปให้ครบกำหนด

ข้อควรระวังและความเสี่ยงในการลงทุน

การลงทุนในกองทุนรวมมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดหลักทรัพย์ซึ่งเป็นสินทรัพย์หลักของกองทุน ESG นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับเงื่อนไขการลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะระยะเวลาการถือครอง เพราะการผิดเงื่อนไขอาจส่งผลให้ต้องรับภาระภาษีย้อนหลังจำนวนมาก สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่เสมอ เนื่องจากกฎเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

บทสรุปและแนวทางการลงทุนในอนาคต

โดยสรุป สำหรับการวางแผนลดหย่อนภาษี 2569: กองทุนยั่งยืน (ESG) ตัวเลือกใหม่? คำตอบคือใช่ กองทุนกลุ่มนี้ได้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับผู้เสียภาษีไปแล้ว โดยมีทั้งกองทุน Thai ESG ปกติที่ให้สิทธิ์ลดหย่อนสูงสุด 300,000 บาท และสิทธิประโยชน์ต่อเนื่องจากกองทุน Thai ESGX อีก 50,000 บาท สำหรับผู้ที่เข้าเงื่อนไขเฉพาะ การทำความเข้าใจในรายละเอียดและเงื่อนไขของแต่ละกองทุน จะช่วยให้สามารถวางแผนการเงินและภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทยไปพร้อมกัน การลงทุนอย่างมีวินัยและปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัดคือกุญแจสู่ความสำเร็จทั้งในด้านการประหยัดภาษีและเป้าหมายการลงทุนระยะยาว

สอบถามและสั่งผลิตสินค้าคุณภาพ

แบรนด์ KDC SPORT รับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย หากสนใจสามารถ ติดต่อเรา

ที่อยู่ของเรา
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ