Shopping cart

โค้งสุดท้าย SSF/RMF 2568 ซื้อกองไหนดีก่อนหมดเขต?

สารบัญ

เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปี คำถามที่ว่า โค้งสุดท้าย SSF/RMF 2568 ซื้อกองไหนดีก่อนหมดเขต? กลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับผู้มีเงินได้ที่ต้องการวางแผนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ การทำความเข้าใจเงื่อนไข สิทธิประโยชน์ และทางเลือกการลงทุนที่ยังคงใช้ได้ในปี 2568 ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขของกองทุนบางประเภท การเตรียมตัวและตัดสินใจลงทุนก่อนถึงเส้นตายสุดท้ายของปีจึงเป็นโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งระยะยาวและบริหารจัดการภาษีได้อย่างเต็มศักยภาพ

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับการลงทุนโค้งสุดท้ายปี 2568

โค้งสุดท้าย SSF/RMF 2568 ซื้อกองไหนดีก่อนหมดเขต? - last-minute-ssf-rmf-2025

  • SSF ไม่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้แล้ว: ตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป การลงทุนในกองทุน SSF จะเป็นไปเพื่อการออมและการลงทุนเท่านั้น ไม่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อีก
  • RMF และ Thai ESG คือตัวเลือกหลัก: กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG/Thai ESGX) คือเครื่องมือสำคัญที่ยังคงใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ในปี 2568
  • เพดานการลงทุนแยกจากกัน: RMF สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กบข., ประกันบำนาญ และ กอช. ส่วน Thai ESG/Thai ESGX มีโควต้าแยกต่างหาก ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท
  • กำหนดเวลาคือสิ่งสำคัญ: การทำธุรกรรมซื้อกองทุนต้องเสร็จสมบูรณ์และมีการชำระเงินเรียบร้อยก่อนเวลาปิดรับคำสั่งซื้อ (Cut-off time) ของแต่ละบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ในวันทำการสุดท้ายของปี ซึ่งโดยทั่วไปคือวันที่ 30 ธันวาคม 2568 (ส่วนใหญ่ไม่เกิน 14:00 น.)
  • เลือกกองทุนจากปัจจัยพื้นฐาน: ควรพิจารณาเลือกกองทุนจากผลการดำเนินงานในระยะยาว นโยบายการลงทุนที่สอดคล้องกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และค่าธรรมเนียมที่ต่ำ มากกว่าการตัดสินใจจากโปรโมชั่นส่งเสริมการขายเพียงอย่างเดียว

อัปเดตสิทธิลดหย่อนภาษีปี 2568: อะไรยังใช้ได้ อะไรหมดสิทธิ์แล้ว?

การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาษีส่งผลโดยตรงต่อการวางแผนการเงินในช่วงปลายปี การทำความเข้าใจสถานะล่าสุดของกองทุนแต่ละประเภทจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดและใช้สิทธิประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง

กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF): สถานะปัจจุบัน

สำหรับปีภาษี 2568 กองทุนรวมเพื่อการออม หรือ SSF (Super Savings Fund) ได้สิ้นสุดสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีแล้ว ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ลงทุนใน SSF ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นไป จะไม่สามารถนำมูลค่าการลงทุนดังกล่าวไปใช้ในการคำนวณเพื่อหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้อีกต่อไป อย่างไรก็ตาม SSF ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนระยะยาวที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงิน โดยมีเงื่อนไขการถือครอง 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF): เครื่องมือหลักเพื่อการเกษียณ

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ RMF (Retirement Mutual Fund) ยังคงเป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีที่สำคัญและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่วางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณ โดยมีเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ดังนี้:

  • สิทธิลดหย่อน: สามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมินในแต่ละปี
  • เพดานการลงทุน: วงเงินลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี โดยต้องนับรวมกับสิทธิประโยชน์เพื่อการเกษียณอื่นๆ ได้แก่ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD), กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.), กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน, กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) และเบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ
  • เงื่อนไขการถือครอง: ต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี (สามารถเว้นการลงทุนได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน) และต้องถือหน่วยลงทุนไว้จนกว่าจะมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์

กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG): ทางเลือกใหม่เพื่อลดหย่อน

กองทุน Thai ESG หรือ Thai ESGX เป็นทางเลือกลดหย่อนภาษีที่ได้รับความสนใจมากขึ้น โดยมุ่งเน้นการลงทุนในบริษัทไทยที่ดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social, and Governance) ซึ่งมีเงื่อนไขที่น่าสนใจดังนี้:

  • สิทธิลดหย่อน: สามารถนำเงินลงทุนไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้พึงประเมิน
  • เพดานการลงทุน: วงเงินลดหย่อนสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี โดยเป็นโควต้าที่แยกต่างหากจากวงเงิน 500,000 บาทของกลุ่ม RMF และกองทุนเพื่อการเกษียณอื่นๆ ทำให้นักลงทุนที่มีศักยภาพสามารถใช้สิทธิลดหย่อนรวมกันได้สูงสุดถึง 800,000 บาท
  • เงื่อนไขการถือครอง: ต้องถือหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 5 ปีเต็ม นับแบบวันชนวันจากวันที่ซื้อ

เปรียบเทียบ RMF และ Thai ESG: เลือกอะไรให้เหมาะกับเป้าหมาย?

การตัดสินใจระหว่าง RMF และ Thai ESG ขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาการลงทุน และความต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของแต่ละบุคคล ตารางเปรียบเทียบต่อไปนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติหลักระหว่างกองทุน RMF และ Thai ESG/Thai ESGX สำหรับการลดหย่อนภาษีปี 2568
คุณสมบัติ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG)
วัตถุประสงค์หลัก เพื่อการออมเงินระยะยาวสำหรับวัยเกษียณ เพื่อการลงทุนระยะกลาง-ยาว และสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืนในประเทศไทย
เพดานลดหย่อนภาษี สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับ PVD, กบข., ประกันบำนาญ และอื่นๆ) สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท (เป็นโควต้าแยกต่างหาก)
เงื่อนไขการถือครอง ลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี และต้องถือจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ถือครองต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปีเต็ม (นับแบบวันชนวัน)
นโยบายการลงทุน มีความหลากหลายสูง สามารถเลือกลงทุนในสินทรัพย์ได้ทั่วโลก ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือก เน้นลงทุนในหุ้นและ/หรือตราสารหนี้ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผ่านเกณฑ์ด้านความยั่งยืน (ESG)
ความต่อเนื่องในการลงทุน ต้องลงทุนต่อเนื่องเกือบทุกปี (สามารถเว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน) ไม่บังคับให้ต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี สามารถเลือกลงทุนเฉพาะปีที่ต้องการใช้สิทธิได้

กลยุทธ์และข้อควรระวังในการลงทุนโค้งสุดท้าย

การลงทุนในช่วงเวลาที่จำกัดมักมาพร้อมกับความเสี่ยงในการตัดสินใจที่ผิดพลาด การวางแผนอย่างรอบคอบจะช่วยให้การลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์สูงสุด

3 ข้อผิดพลาดที่ต้องหลีกเลี่ยงก่อนซื้อกองทุน

  1. คำนวณสิทธิลดหย่อนเกินเพดาน: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการลืมนำยอดเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) หรือ กบข. ของปีนั้นๆ มารวมคำนวณในเพดาน 500,000 บาทของ RMF ทำให้ซื้อเกินสิทธิและไม่สามารถนำส่วนที่เกินไปลดหย่อนได้
  2. ทำธุรกรรมไม่ทันเวลาปิดรับคำสั่งซื้อ (Cut-off Time): การรอจนถึงวันสุดท้ายมีความเสี่ยงสูง ควรตรวจสอบเวลา Cut-off ของแต่ละ บลจ. ให้แน่ชัด และเผื่อเวลาสำหรับกระบวนการชำระเงินให้เรียบร้อย หากเงินไม่เข้าระบบของ บลจ. ทันเวลา จะถือว่าการซื้อครั้งนั้นเป็นของวันทำการถัดไปและเสียสิทธิลดหย่อนของปี 2568 ทันที
  3. ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการถือครอง: การขายคืนหน่วยลงทุนก่อนครบกำหนดเงื่อนไข (อายุไม่ถึง 55 ปีสำหรับ RMF หรือถือไม่ครบ 5 ปีสำหรับ Thai ESG) จะส่งผลให้ต้องคืนเงินภาษีที่เคยได้รับการลดหย่อนไปทั้งหมด พร้อมกับเงินเพิ่มหรือเบี้ยปรับตามที่กฎหมายกำหนด

การตรวจสอบสิทธิลดหย่อนภาษีคงเหลือของตนเองให้แม่นยำก่อนตัดสินใจลงทุน คือขั้นตอนแรกที่สำคัญที่สุดเพื่อป้องกันการซื้อเกินสิทธิโดยไม่จำเป็น

โปรโมชั่นจาก บลจ. ควรให้ความสำคัญแค่ไหน?

ในช่วงปลายปี หลาย บลจ. มักจะออกโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย เช่น การคืนหน่วยลงทุนเพิ่ม หรือของสมนาคุณต่างๆ เพื่อดึงดูดนักลงทุน แม้ว่าโปรโมชั่นเหล่านี้จะเป็นประโยชน์เพิ่มเติม แต่ไม่ควรใช้เป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจเลือกกองทุน สิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่าคือ:

  • ผลการดำเนินงานระยะยาว: กองทุนที่มีผลงานดีอย่างสม่ำเสมอในระยะ 5-10 ปี ย่อมมีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีในอนาคต
  • ค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee): ค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลตอบแทนในระยะยาว โดยเฉพาะกับ RMF ที่ต้องถือครองเป็นเวลานาน
  • นโยบายการลงทุน: เลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้

เช็กลิสต์ตรวจสอบก่อนตัดสินใจซื้อ

ก่อนจะสรุปการลงทุนในโค้งสุดท้าย ควรตรวจสอบรายการต่อไปนี้เพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างถูกต้องครบถ้วน:

  • คำนวณฐานภาษีและสิทธิลดหย่อนทั้งหมด: รวมรายการลดหย่อนอื่นๆ เช่น ดอกเบี้ยเงินกู้ที่อยู่อาศัย (สูงสุด 100,000 บาท), เบี้ยประกันชีวิต, เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา เพื่อให้ทราบจำนวนเงินที่ต้องลงทุนใน RMF/Thai ESG อย่างแม่นยำ
  • ประเมินความเสี่ยงที่ยอมรับได้: เลือกระดับความเสี่ยงของกองทุนให้เหมาะสมกับตนเอง ไม่ว่าจะเป็นกองทุนตราสารหนี้, กองทุนผสม, หรือกองทุนหุ้น
  • ศึกษาข้อมูลกองทุน: อ่านหนังสือชี้ชวนส่วนสรุป (Fund Fact Sheet) เพื่อทำความเข้าใจนโยบายการลงทุน สินทรัพย์ที่ลงทุน และผลการดำเนินงานย้อนหลัง
  • เปรียบเทียบค่าธรรมเนียม: ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการจัดการ (Management Fee) และค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ยืนยันวัน-เวลาสุดท้าย: ติดต่อหรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ของ บลจ. โดยตรง เพื่อยืนยันวันและเวลา Cut-off สุดท้ายของปี 2568

บทสรุปและแนวทางการวางแผนการเงินระยะยาว

สำหรับโค้งสุดท้ายของการลดหย่อนภาษีปี 2568 กองทุน RMF และ Thai ESG ถือเป็นเครื่องมือหลักที่นักลงทุนควรพิจารณา โดยต้องตระหนักว่าสิทธิลดหย่อนของ SSF ได้สิ้นสุดลงแล้ว การเลือกลงทุนระหว่าง RMF และ Thai ESG ควรพิจารณาจากเป้าหมายทางการเงินเป็นสำคัญ โดย RMF เหมาะสำหรับการวางแผนเกษียณอายุระยะยาว ในขณะที่ Thai ESG เป็นทางเลือกสำหรับการลงทุนระยะกลางที่ได้ประโยชน์ทางภาษีพร้อมกับการสนับสนุนธุรกิจที่ยั่งยืน

สิ่งสำคัญที่สุดคือการมองว่าการลงทุนในกองทุนเหล่านี้ไม่ใช่เพียงการซื้อสินค้าเพื่อลดหย่อนภาษีในช่วงปลายปี แต่เป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนการเงินระยะยาว การลงทุนอย่างมีวินัยและสม่ำเสมอตลอดทั้งปี (Dollar-Cost Averaging) จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีกว่าการลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่เพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาสั้นๆ

นอกเหนือจากการวางแผนการเงินส่วนบุคคลแล้ว การวางแผนสำหรับองค์กรหรือทีมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่กำลังมองหาผู้ผลิตเสื้อผ้าคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อกีฬา เสื้อทีม หรือเสื้อสำหรับกิจกรรมต่างๆ KDC SPORT คือผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลายครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย รวมถึงรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ สามารถ ติดต่อเรา เพื่อขอคำปรึกษาและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ที่อยู่ของเรา
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ