Shopping cart

โค้งสุดท้าย! เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 ก่อนหมดเวลา

สารบัญ

เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายปี การเตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลยื่นภาษีเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้มีเงินได้ทุกคน บทความนี้จะนำเสนอ **โค้งสุดท้าย! เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 ก่อนหมดเวลา** เพื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือน ในการตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีและวางแผนการใช้สิทธิ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อนสิ้นสุดปีภาษี 2568 ซึ่งจะช่วยลดภาระภาษีที่ต้องชำระและเพิ่มเงินออมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปประเด็นสำคัญสำหรับการลดหย่อนภาษีปี 2568

โค้งสุดท้าย! เช็กลิสต์ลดหย่อนภาษี 2568 ก่อนหมดเวลา - last-call-tax-deduction-2025

  • สิทธิพื้นฐานที่ทุกคนได้รับ: ผู้มีเงินได้ทุกคนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนส่วนตัวได้ 60,000 บาทโดยอัตโนมัติ และยังมีสิทธิลดหย่อนสำหรับคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้อีก 60,000 บาท รวมถึงค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร
  • การออมและการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี: กลุ่มกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF), กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (Thai ESG) เป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนภาษีโค้งสุดท้าย โดยสามารถลดหย่อนได้สูงสุดถึง 500,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
  • เบี้ยประกันลดหย่อนได้: เบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันบำนาญ สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามเพดานที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างความคุ้มครองและประหยัดภาษีไปพร้อมกัน
  • การบริจาคผ่าน e-Donation: การบริจาคให้แก่สถานพยาบาลหรือองค์กรสาธารณกุศลที่เข้าร่วมโครงการ e-Donation สามารถนำไปลดหย่อนได้ถึง 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคจริง ช่วยเพิ่มประโยชน์ทางภาษีและสนับสนุนสังคมได้ในเวลาเดียวกัน
  • กำหนดการยื่นภาษี: การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90/91) สำหรับปีภาษี 2568 ต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 สำหรับการยื่นผ่านช่องทางออนไลน์

ทำความเข้าใจภาพรวมการวางแผนภาษีช่วงปลายปี

การวางแผนภาษีเป็นกระบวนการที่ควรทำตลอดทั้งปี แต่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นโอกาสสุดท้ายในการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีต่างๆ ให้ครบถ้วนก่อนที่ปีภาษีจะสิ้นสุดลง การทำความเข้าใจภาพรวมจะช่วยให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินส่วนบุคคล

ความสำคัญของการวางแผนภาษี

การวางแผนภาษีไม่ใช่เพียงการลดจำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้แก่รัฐ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการบริหารการเงินส่วนบุคคลที่ชาญฉลาด การใช้สิทธิลดหย่อนอย่างเต็มศักยภาพหมายถึงการมีเงินเหลือเก็บออมหรือนำไปลงทุนต่อยอดได้มากขึ้น การทำความเข้าใจเงื่อนไขของแต่ละรายการลดหย่อน เช่น ระยะเวลาการถือครองกองทุน RMF หรือประเภทของเบี้ยประกันที่สามารถลดหย่อนได้ จะช่วยป้องกันความผิดพลาดที่อาจนำไปสู่การถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ

ใครบ้างที่ต้องวางแผนภาษี

ผู้มีเงินได้บุคคลธรรมดาทุกคนที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91 ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนภาษี โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์เงินเดือนซึ่งเป็นกลุ่มที่ถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างสม่ำเสมอ การวางแผนภาษีจึงเป็นเครื่องมือเดียวที่จะช่วยให้ได้รับเงินภาษีที่ถูกหักไว้เกินคืนมา การคำนวณรายได้ทั้งปีและประเมินค่าลดหย่อนที่สามารถใช้ได้ล่วงหน้า จะทำให้เห็นภาพรวมของภาระภาษีและสามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อการลดหย่อนภาษีได้อย่างเหมาะสม

รายการลดหย่อนภาษีกลุ่มที่ 1: สิทธิประโยชน์ส่วนตัวและครอบครัว

สิทธิลดหย่อนกลุ่มนี้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่กรมสรรพากรมอบให้แก่ผู้เสียภาษีทุกคน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายส่วนบุคคลและครอบครัว โดยส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้เอกสารประกอบที่ซับซ้อน

ค่าลดหย่อนส่วนตัวและคู่สมรส

ผู้มีเงินได้ทุกคนจะได้รับสิทธิลดหย่อนส่วนตัวจำนวน 60,000 บาทโดยอัตโนมัติ ในกรณีที่มีคู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและคู่สมรสไม่มีเงินได้ในปีภาษีนั้นๆ ผู้ยื่นภาษีสามารถใช้สิทธิลดหย่อนคู่สมรสได้อีก 60,000 บาท อย่างไรก็ตาม หากคู่สมรสมีเงินได้และเลือกที่จะยื่นภาษีรวมกัน แต่ละคนจะยังคงได้รับสิทธิลดหย่อนส่วนตัวคนละ 60,000 บาท รวมเป็น 120,000 บาท แต่จะไม่สามารถใช้สิทธิลดหย่อนคู่สมรสเพิ่มเติมได้

ค่าลดหย่อนการดูแลครอบครัว

นอกเหนือจากสิทธิส่วนตัวแล้ว ยังมีค่าลดหย่อนที่เกี่ยวข้องกับการดูแลครอบครัว ได้แก่:

  • ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร: สามารถนำค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงมาลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง
  • ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือทุพพลภาพ: หากผู้เสียภาษีเป็นผู้ดูแลคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการ สามารถนำมาลดหย่อนได้คนละ 60,000 บาท

รายการลดหย่อนภาษีกลุ่มที่ 2: ประกัน การออม และการลงทุน

กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ได้รับความนิยมสูงในการวางแผนภาษี เนื่องจากเป็นการสร้างวินัยทางการเงิน สร้างความคุ้มครอง และวางแผนเพื่อการเกษียณไปพร้อมกับการประหยัดภาษี การใช้สิทธิในกลุ่มนี้จำเป็นต้องมีเอกสารรับรองจากสถาบันการเงินหรือบริษัทประกันเพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นภาษี

กลุ่มประกัน: ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกันสังคม

การทำประกันเป็นหนึ่งในวิธีพื้นฐานของการบริหารความเสี่ยงและยังมอบสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย รายการที่สามารถลดหย่อนได้มีดังนี้:

  • เงินสมทบกองทุนประกันสังคม: สำหรับมนุษย์เงินเดือน สามารถลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 9,000 บาทต่อปี
  • เบี้ยประกันชีวิตทั่วไป: ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับกรมธรรม์ที่มีระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป
  • เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง: ลดหย่อนได้สูงสุด 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตทั่วไปแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท
  • เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา: สามารถลดหย่อนได้สูงสุด 15,000 บาท โดยบิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี
  • เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ: สามารถลดหย่อนได้ 15% ของเงินได้พึงประเมิน แต่สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

กลุ่มการออมเพื่อเกษียณ: SSF, RMF, และกองทุนอื่นๆ

การลงทุนในกองทุนรวมเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการวางแผนภาษีในช่วงโค้งสุดท้ายของปี โดยกองทุนที่ได้รับความนิยมสูงได้แก่:

  • SSF (Super Savings Fund): กองทุนรวมเพื่อการออม สามารถลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท โดยมีเงื่อนไขต้องถือครองหน่วยลงทุนเป็นเวลา 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ
  • RMF (Retirement Mutual Fund): กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ สามารถลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้พึงประเมิน สูงสุดไม่เกิน 500,000 บาท มีเงื่อนไขต้องลงทุนต่อเนื่องจนถึงอายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • Thai ESG (Thailand ESG Fund): กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน เป็นกองทุนประเภทใหม่ที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล สามารถลดหย่อนได้ 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท และต้องถือครอง 8 ปีเต็ม

ข้อควรระวัง: เพดานการลดหย่อนสำหรับกลุ่มการออมเพื่อการเกษียณทั้งหมด (ได้แก่ RMF, SSF, กบข., กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กอช., และประกันบำนาญ) เมื่อรวมกันแล้วจะต้องไม่เกิน 500,000 บาท

รายการลดหย่อนภาษีกลุ่มที่ 3: การบริจาคเพื่อสังคม

การบริจาคเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการลดหย่อนภาษีพร้อมกับการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีในช่วงท้ายปีในการใช้สิทธิ์ให้เต็มที่

รูปแบบการบริจาคและสิทธิประโยชน์ทางภาษี

สิทธิลดหย่อนจากการบริจาคแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก:

  1. การบริจาคทั่วไป: การบริจาคให้แก่มูลนิธิ องค์กรสาธารณกุศล วัด หรือสถานศึกษาทั่วไป สามารถนำไปลดหย่อนได้ตามจำนวนที่บริจาคจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนอื่นๆ แล้ว
  2. การบริจาคผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Donation): การบริจาคให้กับสถานพยาบาลของรัฐ, สถานศึกษา, หรือองค์กรที่กำหนดผ่านระบบ e-Donation จะได้รับสิทธิลดหย่อน 2 เท่าของจำนวนเงินที่บริจาคจริง แต่เมื่อรวมสิทธิแล้วยังคงต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้สุทธิ การใช้ช่องทางนี้มีความสะดวกอย่างยิ่ง เนื่องจากข้อมูลการบริจาคจะถูกส่งตรงไปยังกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ทำให้ไม่จำเป็นต้องเก็บหลักฐานใบอนุโมทนาบัตรเพื่อยื่นภาษี

ตารางสรุปอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปี 2568

หลังจากหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนทั้งหมดแล้ว จะได้ “เงินได้สุทธิ” ซึ่งจะถูกนำไปคำนวณภาษีตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได ดังนี้

ตารางแสดงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินได้สุทธิในปีภาษี 2568
เงินได้สุทธิ (บาท) อัตราภาษี
0 – 150,000 0% (ได้รับการยกเว้น)
150,001 – 300,000 5%
300,001 – 500,000 10%
500,001 – 750,000 15%
750,001 – 1,000,000 20%
1,000,001 – 2,000,000 25%
2,000,001 – 5,000,000 30%
5,000,001 ขึ้นไป 35%

ตัวอย่างการคำนวณ: หากมีเงินได้พึงประเมิน 310,000 บาท และมีสิทธิลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท จะมีเงินได้สุทธิเท่ากับ 250,000 บาท (310,000 – 60,000) วิธีการคำนวณภาษีคือ:
– 150,000 บาทแรก ได้รับการยกเว้นภาษี (0%)
– ส่วนที่เกิน 150,000 บาท คือ 100,000 บาท (250,000 – 150,000) จะเสียภาษีในอัตรา 5% ซึ่งเท่ากับ 5,000 บาท
ดังนั้น ภาษีที่ต้องชำระคือ 5,000 บาท

ขั้นตอนสุดท้าย: การเตรียมตัวยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90/91

หลังจากที่ใช้สิทธิลดหย่อนต่างๆ ครบถ้วนภายในสิ้นปี 2568 แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการรวบรวมเอกสารและเตรียมยื่นแบบแสดงรายการภาษีในช่วงต้นปี 2569

เอกสารสำคัญที่ต้องรวบรวม

การเตรียมเอกสารให้พร้อมจะช่วยให้กระบวนการยื่นภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว เอกสารที่จำเป็นต้องมี ได้แก่:

  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ): เอกสารสำคัญที่แสดงรายได้รวมทั้งปีและจำนวนภาษีที่ถูกหักไประหว่างปี ซึ่งจะได้รับจากนายจ้าง
  • เอกสารประกอบการลดหย่อน: เช่น ใบเสร็จรับเงินเบี้ยประกันชีวิต/ประกันสุขภาพ, หนังสือรับรองการซื้อหน่วยลงทุน RMF/SSF/Thai ESG, และหลักฐานการบริจาค (ในกรณีที่ไม่ได้ใช้ e-Donation)
  • เอกสารลดหย่อนครอบครัว: เช่น สำเนาสูติบัตรบุตร, ใบรับรองการเป็นผู้ดูแลคนพิการ

ช่องทางและกำหนดการยื่นภาษี

ผู้เสียภาษีสามารถเลือกช่องทางการยื่นแบบได้ตามความสะดวก ดังนี้:

  • ยื่นด้วยตนเอง: สามารถยื่นแบบกระดาษได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาทุกแห่ง
  • ยื่นผ่านช่องทางออนไลน์: เป็นช่องทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด โดยสามารถยื่นผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร (E-Filing) หรือผ่านแอปพลิเคชัน RD Smart Tax

กำหนดการสำคัญ: การยื่นแบบสำหรับปีภาษี 2568 จะต้องดำเนินการภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 สำหรับการยื่นแบบออนไลน์ ซึ่งเป็นกำหนดการสุดท้ายที่ไม่ควรพลาด

บทสรุปและคำแนะนำโค้งสุดท้าย

การวางแผน **ลดหย่อนภาษี 2568** ในช่วงโค้งสุดท้ายของปีเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม การตรวจสอบเช็กลิสต์รายการลดหย่อนต่างๆ ตั้งแต่สิทธิส่วนตัว, ครอบครัว, ประกัน, การลงทุนในกองทุน SSF, RMF, ไปจนถึงการบริจาค จะช่วยให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย การเตรียมเอกสารให้พร้อมและทำความเข้าใจเงื่อนไขของแต่ละรายการเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำไปสู่การบริหารจัดการภาษีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งไม่เพียงช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย แต่ยังเป็นการสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวอีกด้วย ดังนั้น การลงมือสำรวจและดำเนินการตั้งแต่วันนี้ก่อนหมดเวลา คือกลยุทธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้มีเงินได้ทุกคน

ข้อมูลติดต่อ

สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่ต้องการเสื้อผ้าคุณภาพ KDC SPORT รับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร เสื้อยืด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย และยังรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆอีกมากมาย สามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ที่อยู่: 888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ: 094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ