Shopping cart

เทรนด์สี 2026 แต่งบ้านรับปีใหม่ สไตล์ไหนมาแรง

สารบัญ

เมื่อก้าวเข้าสู่ศักราชใหม่ การปรับเปลี่ยนพื้นที่อยู่อาศัยเพื่อต้อนรับพลังงานบวกและบรรยากาศใหม่ๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับ เทรนด์สี 2026 แต่งบ้านรับปีใหม่ สไตล์ไหนมาแรง นั้น มีทิศทางที่ชัดเจนในการมุ่งเน้นไปที่การสร้างความสมดุล ความสงบ และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากขึ้น โทนสีที่ได้รับความนิยมจึงเป็นกลุ่มสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น สบายตา และผ่อนคลาย เพื่อเปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง การอัปเดตเทรนด์สีเหล่านี้ไม่เพียงช่วยให้บ้านดูทันสมัย แต่ยังส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยโดยตรงอีกด้วย

ภาพรวมเทรนด์สีแต่งบ้านปี 2026: ความสงบสุขที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ

เทรนด์สี 2026 แต่งบ้านรับปีใหม่ สไตล์ไหนมาแรง - home-decor-color-trends-2026

ปี 2026 สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการโหยหาความสงบและความเรียบง่าย ท่ามกลางโลกภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว วงการออกแบบและตกแต่งภายในจึงตอบสนองต่อความต้องการนี้ผ่านการเลือกใช้สีที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติเป็นหลัก แนวคิดหลักคือการสร้าง “พื้นที่พักใจ” (Sanctuary) ที่ซึ่งผู้อยู่อาศัยสามารถปลดปล่อยความเหนื่อยล้าและเติมเต็มพลังงานได้อีกครั้ง

  • การกลับคืนสู่ธรรมชาติ: โทนสีที่สะท้อนถึงองค์ประกอบทางธรรมชาติ เช่น ดิน หิน ทราย และพืชพรรณต่างๆ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการตกแต่งภายใน
  • เน้นความอบอุ่นและเชื้อเชิญ: การใช้สีโทนอุ่นเป็นพื้นหลังจะช่วยสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นกันเอง และน่าอยู่มากขึ้น ทำให้บ้านเป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่แห่งการรวมตัวและแบ่งปันความสุข
  • ความยั่งยืนและการตระหนักรู้: เทรนด์สีไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสวยงาม แต่ยังเชื่อมโยงกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน การเลือกใช้สีที่เข้ากันได้ดีกับวัสดุรีไซเคิลหรือวัสดุธรรมชาติจึงเป็นที่นิยม
  • ความสมดุลระหว่างความสงบและพลังงาน: แม้จะเน้นความสงบเป็นหลัก แต่เทรนด์สี 2026 ยังเปิดโอกาสให้ใช้สีเข้มหรือสีที่โดดเด่นเพื่อสร้างจุดสนใจและเพิ่มพลังงานให้กับพื้นที่อย่างมีศิลปะ

การทำความเข้าใจภาพรวมเหล่านี้จะช่วยให้การเลือกสีทาบ้านหรือไอเดียแต่งบ้านสำหรับปีใหม่เป็นไปอย่างมีทิศทางและสอดคล้องกับกระแสความนิยมระดับโลก ทำให้พื้นที่ของคุณไม่เพียงสวยงาม แต่ยังตอบโจทย์ด้านจิตใจและการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง

เจาะลึก 4 กลุ่มโทนสีหลักที่จะมาแรงในปี 2026

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถแบ่งกลุ่มสีที่คาดว่าจะได้รับความนิยมสูงสุดในปี 2026 ออกเป็น 4 กลุ่มหลัก ซึ่งแต่ละกลุ่มมีลักษณะเฉพาะตัวและสามารถนำไปปรับใช้ได้หลากหลายสไตล์

1. โทนสีอบอุ่น (Warm Tones): โอบกอดความสบายอย่างมีระดับ

กลุ่มสีโทนอุ่นยังคงครองความนิยมอย่างต่อเนื่อง แต่ในปี 2026 จะมีความนุ่มนวลและซับซ้อนมากขึ้น เป็นสีที่สร้างความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และเชื้อเชิญ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการใช้เป็นสีพื้นฐานของบ้าน

  • เฉดสีเด่น: สีเบจ (Beige) ที่มีอันเดอร์โทนชมพูหรือเหลืองอ่อน, สีครีม (Cream), สีน้ำตาลอ่อนคล้ายสีทราย (Sandy Brown), สีเทาอุ่น (Warm Grey) ที่ไม่มีความเย็นกระด้าง และที่สำคัญคือ สีเทอร์ราคอตตา (Terracotta) หรือสีดินเผาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบธรรมชาติ
  • การนำไปใช้: เหมาะสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น ผนังห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องรับประทานอาหาร การใช้สีกลุ่มนี้เป็นสีหลักจะทำให้ห้องดูกว้างขวาง สว่าง และสบายตา นอกจากนี้ยังเป็นสีที่ยอดเยี่ยมสำหรับเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ เช่น โซฟาผ้า เตียงไม้ หรือตู้เก็บของ เพราะเป็นสีกลางที่เข้ากับการตกแต่งอื่นๆ ได้ง่าย
  • ไอเดียแต่งบ้าน: ลองทาสีผนังด้านหนึ่งในห้องนอนด้วยสีเทาอุ่น แล้วเลือกใช้ชุดเครื่องนอนสีครีมหรือสีเบจ เพิ่มหมอนอิงสีเทอร์ราคอตตาเพื่อสร้างจุดเด่นที่น่าสนใจ หรือในห้องนั่งเล่น หากมีโซฟาสีกลางอยู่แล้ว การเปลี่ยนพรมผืนใหม่เป็นสีน้ำตาลอ่อนจะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้พื้นที่ได้อย่างทันที

2. โทนสีธรรมชาติ (Earthy/Natural Tones): นำความสดชื่นจากภายนอกสู่ภายใน

กลุ่มสีนี้ได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากโลกธรรมชาติ เป็นสีที่ช่วยสร้างความรู้สึกสงบ สดชื่น และเชื่อมโยงผู้อยู่อาศัยเข้ากับสิ่งแวดล้อมภายนอก การใช้สีกลุ่มนี้เปรียบเสมือนการยกสวนหรือป่าเข้ามาไว้ในบ้าน

  • เฉดสีเด่น: สีเขียวมะกอก (Olive Green) ที่ให้ความรู้สึกสุขุม, สีเขียวมิ้นต์ (Mint Green) ที่ให้ความสดใส, สีเขียวหม่นอมเทา (Sage Green), สีฟ้าหม่น (Muted Blue) คล้ายสีท้องฟ้ายามเช้า, สีกากี (Khaki), สีแดงอมสนิม (Rust Red) และสีน้ำตาลเข้มคล้ายเปลือกไม้
  • การนำไปใช้: สีกลุ่มนี้มีความยืดหยุ่นสูง สามารถใช้เป็นสีรองในสัดส่วนที่มากขึ้น หรือใช้เป็นสีสำหรับสร้างจุดเด่นได้ดี เหมาะกับเฟอร์นิเจอร์ขนาดกลาง เช่น เก้าอี้อาร์มแชร์ โต๊ะข้าง หรือชั้นวางของ นอกจากนี้ยังสามารถนำหลายๆ เฉดสีในกลุ่มนี้มาจัดวางเป็นเลเยอร์ในห้องเดียวกันเพื่อสร้างมิติและความลึกที่น่าสนใจ
  • ไอเดียแต่งบ้าน: ทาสีผนังหลังชั้นวางหนังสือด้วยสีเขียวมะกอกเพื่อขับให้ของตกแต่งดูโดดเด่นขึ้น หรือเลือกใช้โซฟาสีฟ้าหม่นในห้องนั่งเล่นที่ผนังเป็นสีครีม การเพิ่มต้นไม้จริงควบคู่ไปกับการใช้สีกลุ่มนี้จะยิ่งเสริมสร้างบรรยากาศแบบ Biophilic Design หรือการออกแบบที่ผสานธรรมชาติได้อย่างสมบูรณ์แบบ

3. โทนสีพาสเทล (Pastel Tones): ความอ่อนหวานที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย

สีพาสเทลในปี 2026 จะไม่ใช่แค่สีสำหรับห้องเด็กอีกต่อไป แต่เป็นสีที่ถูกนำมาใช้สร้างบรรยากาศที่นุ่มนวล ผ่อนคลาย และมีความฝัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่พักผ่อนที่เงียบสงบและสบายใจ

  • เฉดสีเด่น: สีชมพูอ่อน (Blush Pink), สีฟ้าพาสเทล (Pastel Blue), สีเหลืองอ่อน (Pale Yellow) และสีเขียวอ่อน (Light Green) เฉดสีเหล่านี้จะมีความหม่นเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ดูฉูดฉาดจนเกินไป
  • การนำไปใช้: เหมาะที่สุดสำหรับของตกแต่งชิ้นเล็กๆ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เช่น หมอนอิง ผ้าม่าน ผ้าคลุมเตียง แจกัน หรือภาพศิลปะ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นสีหลักสำหรับห้องนอนหรือมุมนั่งเล่นส่วนตัวที่ต้องการความรู้สึกสงบเป็นพิเศษ
  • ไอเดียแต่งบ้าน: ในห้องนอนที่ใช้สีหลักเป็นสีขาวหรือสีเบจ ลองเปลี่ยนชุดเครื่องนอนเป็นสีฟ้าพาสเทลและเพิ่มหมอนอิงสีชมพูอ่อน หรือในห้องทำงาน ลองหาวอลเปเปอร์ลายกราฟิกเล็กๆ ที่มีส่วนผสมของสีพาสเทลมาติดที่ผนังด้านหนึ่งเพื่อเพิ่มความสดใสและความคิดสร้างสรรค์

4. โทนสีเข้มสำหรับสร้างจุดเด่น (Bold/Dark Accents): เติมมิติและความน่าค้นหา

เพื่อไม่ให้การตกแต่งดูเรียบจนเกินไป การใช้สีเข้มเข้ามาเป็นจุดเน้น (Accent) จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยสร้างความน่าสนใจ ความหรูหรา และมิติให้กับห้องได้อย่างมาก

  • เฉดสีเด่น: สีเขียวเข้ม (Forest Green), สีกรมท่า (Navy Blue), สีดำสนิท (Charcoal Black) และสีเทาเข้ม (Dark Grey) สีเหล่านี้ให้ความรู้สึกหนักแน่น มั่นคง และลึกลับน่าค้นหา
  • การนำไปใช้: ควรใช้ในปริมาณน้อยแต่เน้นให้เกิดผลกระทบที่ชัดเจน เช่น ผนังด้านใดด้านหนึ่ง (Accent Wall), ประตู, ตู้โชว์, โซฟากำมะหยี่ หรือท็อปโต๊ะกาแฟ การใช้สีเข้มในห้องน้ำยังเป็นไอเดียที่ช่วยสร้างความรู้สึกหรูหราเหมือนสปาได้อีกด้วย
  • ไอเดียแต่งบ้าน: หากห้องนั่งเล่นของคุณใช้โทนสีเบจเป็นหลัก ลองเลือกโซฟาตัวเด่นเป็นสีกรมท่า หรือทาสีผนังหลังทีวีด้วยสีเทาเข้มเพื่อสร้างจุดรวมสายตา การใช้กรอบรูปหรือโคมไฟสีดำก็เป็นวิธีง่ายๆ ในการเพิ่มสีเข้มเข้าไปในการตกแต่ง

“หัวใจสำคัญของเทรนด์สี 2026 คือการสร้างความสมดุลระหว่างความสบายตาของสีพื้นฐานและความน่าตื่นเต้นของสีที่ใช้สร้างจุดเด่น เพื่อให้บ้านเป็นพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนและให้ความรู้สึกที่ดีที่สุดแก่ผู้อยู่อาศัย”

ตารางเปรียบเทียบกลุ่มสีมาแรงปี 2026 เพื่อการตัดสินใจ

เพื่อช่วยให้การวางแผนเลือกใช้สีสำหรับการแต่งบ้านง่ายขึ้น ตารางด้านล่างนี้ได้สรุปลักษณะเด่นและการใช้งานของแต่ละกลุ่มสีมาแรงในปี 2026

สรุปภาพรวมและการใช้งานของกลุ่มสีแต่งบ้านเทรนด์ 2026
กลุ่มโทนสี ความรู้สึก/บรรยากาศ เหมาะสำหรับ เฉดสีเด่น
โทนสีอบอุ่น (Warm Tones) อบอุ่น, ปลอดภัย, เชื้อเชิญ, สบายตา ผนังหลัก, พื้น, เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ (โซฟา, เตียง) เบจ, ครีม, เทาอุ่น, เทอร์ราคอตตา
โทนสีธรรมชาติ (Earthy Tones) สงบ, สดชื่น, ผ่อนคลาย, เชื่อมโยงธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์รอง, ผนังเน้น, ของตกแต่ง, ห้องทำงาน เขียวมะกอก, เขียวมิ้นต์, ฟ้าหม่น, แดงสนิม
โทนสีพาสเทล (Pastel Tones) นุ่มนวล, อ่อนหวาน, สบายใจ, ชวนฝัน ของตกแต่ง (หมอน, ผ้า), ห้องนอน, มุมพักผ่อน ชมพูอ่อน, ฟ้าพาสเทล, เหลืองอ่อน
โทนสีเข้ม (Bold Accents) หรูหรา, น่าค้นหา, มีมิติ, หนักแน่น ผนังเน้น (Accent Wall), ประตู, ตู้โชว์, เฟอร์นิเจอร์ชิ้นเด่น เขียวเข้ม, กรมท่า, ดำชาโคล, เทาเข้ม

สไตล์การตกแต่งที่สอดคล้องกับเทรนด์สี 2026

เทรนด์สีเหล่านี้ไม่ได้มาแบบเดี่ยวๆ แต่ยังสอดคล้องกับสไตล์การตกแต่งภายในที่กำลังมาแรง ซึ่งช่วยให้การเลือกใช้สีมีทิศทางและสร้างเอกภาพให้กับการตกแต่งโดยรวม

วิกตอเรียนโมเดิร์น (Victorian Modern): ความคลาสสิกที่กลับมาพร้อมความร่วมสมัย

สไตล์นี้คือการผสมผสานความหรูหรา โอ่อ่าของยุควิกตอเรียนเข้ากับความเรียบง่ายของดีไซน์โมเดิร์น เป็นการจับคู่ที่ลงตัวระหว่างของเก่าและของใหม่ เทรนด์สี 2026 เข้ามาตอบโจทย์สไตล์นี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะการใช้สีเข้มเป็นพื้นหลังเพื่อขับเน้นรายละเอียดของสถาปัตยกรรม เช่น บัวผนังหรือเพดานสูง

  • การใช้สี: ลองจินตนาการถึงผนังสีเขียวเข้ม (Forest Green) หรือสีกรมท่า (Navy Blue) ตัดกับบัวพื้นและบัวเพดานสีขาวสะอาดตา จับคู่กับเฟอร์นิเจอร์รูปทรงโมเดิร์นสีเทาอุ่นหรือสีเบจ เพิ่มความน่าสนใจด้วยของตกแต่งสี Jewel Tones เช่น หมอนอิงกำมะหยี่สีแดงทับทิมหรือสีน้ำเงินไพลิน และเสริมความอบอุ่นด้วยสีเทอร์ราคอตตาจากกระถางต้นไม้หรือของตกแต่งเซรามิก

ธรรมชาติและความยั่งยืน (Sustainable & Biophilic Design): การออกแบบที่ใส่ใจโลกและผู้อยู่อาศัย

แนวคิดนี้เน้นการนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่อยู่อาศัยให้มากที่สุด เพื่อประโยชน์ทั้งด้านความงามและสุขภาวะของผู้อยู่ การเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ไม้รีไซเคิล หวาย โลหะผิวด้าน และผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ เป็นหัวใจสำคัญของสไตล์นี้

  • การใช้สี: กลุ่มสีธรรมชาติ (Earthy Tones) คือพระเอกของสไตล์นี้ การใช้สีเขียวเฉดต่างๆ ร่วมกับสีน้ำตาลของไม้และสีเบจของผ้าลินิน จะสร้างบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลายเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ การใช้สีฟ้าหม่นยังช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งสบายเหมือนท้องฟ้าที่เปิดกว้าง การตกแต่งด้วยต้นไม้จริงและภาพศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากธรรมชาติจะยิ่งทำให้สไตล์นี้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น

เคล็ดลับการนำเทรนด์สี 2026 ไปปรับใช้จริง แต่งบ้านรับปีใหม่

การปรับเปลี่ยนสีสันในบ้านเพื่อต้อนรับปีใหม่ไม่จำเป็นต้องเป็นการรีโนเวทครั้งใหญ่เสมอไป มีเคล็ดลับง่ายๆ หลายอย่างที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที

เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ: อัปเดตง่ายๆ ไม่ต้องรีโนเวทใหญ่

หากยังไม่พร้อมที่จะทาสีผนังใหม่ทั้งหมด การเริ่มต้นจากของตกแต่งชิ้นเล็กๆ เป็นวิธีที่ชาญฉลาดและประหยัดงบประมาณ ลองเปลี่ยนปลอกหมอนอิงบนโซฟาเป็นสีเขียวมะกอกหรือสีเทอร์ราคอตตา หาผ้าคลุมผืนใหม่สีพาสเทลมาวางพาดไว้ที่อาร์มแชร์ หรือเปลี่ยนพรมเช็ดเท้าหน้าประตูเป็นสีที่สอดคล้องกับเทรนด์ใหม่ การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้สามารถสร้างความรู้สึกสดชื่นให้กับห้องได้อย่างน่าทึ่ง

การผสมผสานของเก่าและใหม่

ไม่จำเป็นต้องทิ้งของเก่าทั้งหมดเพื่อตามเทรนด์ใหม่ การเก็บเฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งที่มีคุณค่าทางจิตใจไว้ แล้วนำมาผสมผสานกับของชิ้นใหม่ในโทนสีของปี 2026 จะช่วยสร้างเรื่องราวและเอกลักษณ์ให้กับการตกแต่งของคุณ เช่น นำเก้าอี้ไม้ตัวเก่ามาทาสีใหม่เป็นสีฟ้าหม่น หรือวางแจกันเซรามิกดีไซน์โมเดิร์นบนโต๊ะข้างสไตล์วินเทจ

เทคนิคการใช้สีแบบ 60-30-10 เพื่อความสมดุล

หลักการนี้เป็นแนวทางที่ช่วยให้การจัดวางสีสันในห้องดูสมดุลและไม่สับสนวุ่นวายจนเกินไป ประกอบด้วย:

  • 60% สีหลัก (Dominant Color): คือสีที่ใช้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของห้อง เช่น สีผนัง สีพื้น หรือโซฟาชิ้นใหญ่ ควรเลือกใช้สีจากกลุ่มโทนสีอบอุ่นหรือสีกลางๆ เพื่อสร้างบรรยากาศโดยรวม
  • 30% สีรอง (Secondary Color): คือสีที่ใช้เสริมให้ห้องมีมิติและความน่าสนใจมากขึ้น เช่น สีของผ้าม่าน พรม หรือเฟอร์นิเจอร์รอง ควรเลือกใช้สีจากกลุ่มสีธรรมชาติหรือสีที่เข้มขึ้นเล็กน้อย
  • 10% สีเน้น (Accent Color): คือสีที่ใช้สร้างจุดเด่นและดึงดูดสายตา ใช้สำหรับของตกแต่งชิ้นเล็กๆ เช่น หมอนอิง งานศิลปะ หรือโคมไฟ ควรเลือกใช้สีจากกลุ่มสีเข้มหรือสีพาสเทลที่โดดเด่น

ตัวอย่างเช่น: ใช้สีเบจ (60%) สำหรับผนัง, ใช้ผ้าม่านและเก้าอี้สีเขียวมะกอก (30%), และเพิ่มหมอนอิงกับของตกแต่งสีแดงสนิม (10%) การใช้หลักการนี้จะช่วยให้การเลือกสีเป็นระบบและได้ผลลัพธ์ที่สวยงามลงตัว

บทสรุป: เตรียมพร้อมบ้านของคุณสำหรับปีใหม่ด้วยสีสันแห่งปี 2026

เทรนด์สี 2026 สำหรับการแต่งบ้านรับปีใหม่มุ่งเน้นไปที่การสร้างพื้นที่แห่งความสงบสุข ความสบาย และการเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ผ่านการใช้โทนสีอบอุ่น สีเอิร์ธโทน และสีพาสเทลเป็นหลัก โดยมีสีเข้มคอยสร้างจุดเด่นเพื่อเพิ่มมิติและความน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยหรือการตกแต่งใหม่ทั้งหมด การนำไอเดียเหล่านี้ไปปรับใช้จะช่วยเปลี่ยนบ้านของคุณให้กลายเป็นสถานที่พักผ่อนที่สมบูรณ์แบบ พร้อมต้อนรับสิ่งดีๆ ในปีที่กำลังจะมาถึง การเลือกใช้สีที่เหมาะสมไม่เพียงแต่ทำให้บ้านสวยงาม แต่ยังเป็นการลงทุนเพื่อความสุขและสุขภาวะที่ดีของผู้อยู่อาศัยในระยะยาวอีกด้วย

เช่นเดียวกับการเลือกสีที่เหมาะสมเพื่อสร้างบรรยากาศให้กับที่อยู่อาศัย การเลือกเครื่องแต่งกายที่ใช่ก็สามารถสะท้อนตัวตนและสร้างเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์หรือองค์กรได้ สำหรับการผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา เสื้อองค์กร และเสื้อยืดคุณภาพสูงเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย KDC SPORT พร้อมให้บริการอย่างมืออาชีพ รวมถึงรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย สามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ที่อยู่ของเรา:
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ:
094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ