Shopping cart

ครม. เคาะ วีซ่าฟรี 93 ประเทศ เริ่ม 1 ต.ค. รับไฮซีซั่น

สารบัญ

คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติมาตรการสำคัญเพื่อกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวของประเทศ โดยเห็นชอบให้ขยายจำนวนประเทศที่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นการตรวจลงตรา (Visa Free) เพื่อเดินทางเข้าประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

  • ขยายจำนวนประเทศที่ได้รับสิทธิ์วีซ่าฟรีจากเดิม 57 ประเทศ เป็น 93 ประเทศ
  • นักท่องเที่ยวจาก 93 ประเทศ สามารถพำนักในประเทศไทยได้นานสูงสุด 60 วัน
  • มาตรการใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 เพื่อรองรับช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น)
  • รัฐบาลตั้งเป้าหมายสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่าง 8 แสนล้าน ถึง 1 ล้านล้านบาท
  • มีมาตรการคัดกรองและควบคุมความปลอดภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด

ภาพรวมมาตรการวีซ่าฟรี 93 ประเทศ

มติ ครม. เคาะ วีซ่าฟรี 93 ประเทศ เริ่ม 1 ต.ค. รับไฮซีซั่น ถือเป็นความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของภาครัฐในการส่งเสริมนโยบายด้านการท่องเที่ยวเชิงรุก มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวจากหลากหลายภูมิภาคทั่วโลกสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการขอวีซ่าที่ซับซ้อนและใช้เวลานาน การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจของประเทศต้องการแรงขับเคลื่อนที่สำคัญ โดยภาคการท่องเที่ยวถูกมองว่าเป็นเครื่องยนต์หลักที่สามารถสร้างรายได้และกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ความสำคัญของมาตรการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกไปยังประชาคมโลกว่าประเทศไทยพร้อมเปิดรับและต้อนรับนักเดินทางอย่างเต็มรูปแบบ การขยายระยะเวลาพำนักเป็น 60 วัน ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวมีเวลาในการเดินทางและใช้จ่ายในประเทศยาวนานขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด ตั้งแต่โรงแรมที่พัก ร้านอาหาร แหล่งช้อปปิ้ง ไปจนถึงธุรกิจบริการและการขนส่งในระดับท้องถิ่น การดำเนินการนี้จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่มุ่งหวังผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรับไฮซีซั่น และในระยะยาวเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของไทยในฐานะจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลก

เจาะลึกรายละเอียดมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวล่าสุด

การอนุมัติมาตรการยกเว้นวีซ่าครั้งนี้มีรายละเอียดที่สำคัญหลายประการ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการปรับเปลี่ยนนโยบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น รวมถึงความต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศอย่างเร่งด่วน

การขยายจำนวนประเทศและระยะเวลาพำนัก

หัวใจหลักของมาตรการนี้คือการเพิ่มจำนวนประเทศที่พลเมืองสามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า จากเดิม 57 ประเทศ เป็น 93 ประเทศ ซึ่งเป็นการขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมทั้งตลาดเดิมที่มีศักยภาพและตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต นอกจากนี้ การขยายระยะเวลาพำนักจากเดิมที่อาจจำกัดอยู่ที่ 30 วัน เพิ่มขึ้นเป็น 60 วัน ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ตอบสนองต่อพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวสมัยใหม่ที่ต้องการใช้เวลาสำรวจและสัมผัสประสบการณ์ในแต่ละประเทศอย่างลึกซึ้งมากขึ้น การพำนักที่ยาวนานขึ้นย่อมนำไปสู่การใช้จ่ายที่สูงขึ้นต่อคน ซึ่งจะกระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนต่างๆ ของเศรษฐกิจได้อย่างทั่วถึง

กรอบเวลาและกำหนดการบังคับใช้

เพื่อให้มาตรการเกิดประสิทธิผลสูงสุด รัฐบาลได้กำหนดช่วงเวลาบังคับใช้ที่สอดคล้องกับวงจรของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยมาตรการขยายวีซ่าฟรีสำหรับ 93 ประเทศ จะเริ่มมีผลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซั่น การกำหนดช่วงเวลาดังกล่าวเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับคลื่นนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่คาดว่าจะหลั่งไหลเข้ามาในช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปีถัดไป ซึ่งเป็นช่วงที่สภาพอากาศของไทยเอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวและมีเทศกาลสำคัญหลายอย่าง ทั้งนี้ ในช่วงก่อนหน้าอาจมีการทยอยบังคับใช้กับบางประเทศนำร่องตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2567 เพื่อทดสอบระบบและประเมินผลตอบรับเบื้องต้น

ตารางเปรียบเทียบมาตรการวีซ่าฟรีก่อนและหลังการปรับปรุงล่าสุด
หัวข้อ มาตรการเดิม มาตรการใหม่ (เริ่ม 1 ต.ค. 68)
จำนวนประเทศที่ได้รับสิทธิ์ 57 ประเทศ 93 ประเทศ
ระยะเวลาพำนักสูงสุด ส่วนใหญ่ 30 วัน 60 วัน
กลุ่มเป้าหมาย เน้นตลาดหลักเดิม ครอบคลุมตลาดหลักและตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ
วัตถุประสงค์หลัก อำนวยความสะดวกพื้นฐาน กระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุกและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

เป้าหมายทางเศรษฐกิจและผลกระทบที่คาดหวัง

เป้าหมายทางเศรษฐกิจและผลกระทบที่คาดหวัง

การตัดสินใจขยายมาตรการวีซ่าฟรีในครั้งนี้มีเบื้องหลังที่สำคัญคือเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน โดยรัฐบาลมุ่งหวังที่จะใช้ภาคการท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาเติบโตอย่างมีเสถียรภาพอีกครั้ง

กลยุทธ์ดึงดูดเม็ดเงินช่วงไฮซีซั่น

ช่วงไฮซีซั่น (High Season) ซึ่งโดยทั่วไปจะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป เป็นช่วงเวลาทองของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย การประกาศใช้นโยบายวีซ่าฟรีให้ตรงกับช่วงเวลานี้จึงเป็นกลยุทธ์ที่ออกแบบมาเพื่อสร้างแรงส่งให้เกิดการเดินทางเข้ามายังประเทศไทยมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ การลดอุปสรรคด้านวีซ่าทำให้นักท่องเที่ยวสามารถตัดสินใจเดินทางได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่วางแผนการเดินทางในระยะสั้น (Last-minute travelers) นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่อาจมีนโยบายด้านวีซ่าที่เข้มงวดกว่า

คาดการณ์รายได้และการเติบโตของจีดีพี

รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายตัวเลขรายได้จากการท่องเที่ยวไว้อย่างท้าทาย โดยคาดการณ์ว่ามาตรการนี้จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้ระหว่าง 8 แสนล้านบาท ถึง 1 ล้านล้านบาท ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความคาดหวังว่าการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวและการส่งเสริมให้พำนักยาวนานขึ้นจะนำไปสู่การใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในทุกภาคส่วน

เป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือการกระตุ้นเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจ โดยรัฐบาลคาดว่าจะสามารถดึงรายได้จากนักท่องเที่ยวเข้าประเทศได้ระหว่าง 8 แสนล้าน ถึง 1 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งในภาวะที่เศรษฐกิจยังซบเซาและอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ยังคงต่ำกว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น

การอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยฟื้นฟูธุรกิจท่องเที่ยวโดยตรง แต่ยังส่งผลกระทบเชิงบวกเป็นวงกว้าง (Multiplier Effect) ไปยังภาคการเกษตร ภาคการผลิต และภาคบริการอื่นๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานและเพิ่มรายได้ให้กับประชาชนในระดับฐานราก นำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมีการแข่งขันที่สูงมาก ประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างออกมาตรการดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างแข็งขัน การปรับปรุงนโยบายวีซ่าของไทยจึงไม่ใช่เพียงการอำนวยความสะดวก แต่เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน การเป็นหนึ่งในประเทศที่มอบสิทธิ์ฟรีวีซ่าให้กับกลุ่มประเทศจำนวนมากและให้ระยะเวลาพำนักที่ยาวนานถึง 60 วัน ทำให้ประเทศไทยมีความโดดเด่นและน่าสนใจมากยิ่งขึ้นในสายตาของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สิ่งนี้ช่วยสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งและทำให้ไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ที่นักเดินทางนึกถึง

มาตรการความปลอดภัยควบคู่การเปิดประเทศ

แม้ว่าการเปิดประเทศและอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวจะเป็นนโยบายหลัก แต่รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับมิติทางด้านความปลอดภัยและความมั่นคงของประเทศควบคู่กันไปอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากการหลั่งไหลเข้ามาของชาวต่างชาติจำนวนมาก ได้มีการกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และฝ่ายความมั่นคง ดำเนินการวางระบบคัดกรองนักท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ ระบบดังกล่าวจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการตรวจสอบประวัติและติดตามการเดินทาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามามีวัตถุประสงค์เพื่อการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง และเพื่อป้องกันการลักลอบเข้ามาทำงานอย่างผิดกฎหมายหรือการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ การสร้างสมดุลระหว่างการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจกับการรักษาความปลอดภัยจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้มาตรการนี้ประสบความสำเร็จและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศอย่างยั่งยืน

รายชื่อ 93 ประเทศที่ได้รับสิทธิ์ยกเว้นวีซ่า

การขยายรายชื่อประเทศเป็น 93 แห่ง ครอบคลุมภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระจายฐานตลาดนักท่องเที่ยวให้กว้างขวางขึ้น โดยรายชื่อประเทศทั้งหมดแบ่งตามภูมิภาคได้ดังนี้

ทวีปเอเชียและตะวันออกกลาง

กลุ่มประเทศในทวีปเอเชียยังคงเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวไทย การเพิ่มรายชื่อประเทศในภูมิภาคนี้จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากตลาดใกล้เคียงและตลาดใหม่ที่มีกำลังซื้อสูง

  • เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, มาเก๊า, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, บรูไน, กาตาร์, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, โอมาน, บาห์เรน, ตุรกี, อิสราเอล, อินเดีย, ไต้หวัน, คาซัคสถาน, อุซเบกิสถาน, จีน, มองโกเลีย, มัลดีฟส์

ทวีปยุโรป

ตลาดยุโรปเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพที่มีระยะเวลาพำนักยาวนานและมีอัตราการใช้จ่ายสูง การขยายสิทธิ์วีซ่าฟรีให้ครอบคลุมเกือบทุกประเทศในยุโรปจะช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการพักผ่อนระยะยาว

  • สหราชอาณาจักร, ไอร์แลนด์, เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สเปน, โปรตุเกส, เนเธอร์แลนด์, เบลเยียม, ลักเซมเบิร์ก, สวิตเซอร์แลนด์, ออสเตรีย, เดนมาร์ก, สวีเดน, นอร์เวย์, ฟินแลนด์, ไอซ์แลนด์, กรีซ, โปแลนด์, สาธารณรัฐเช็ก, ฮังการี, สโลวาเกีย, สโลวีเนีย, ลิทัวเนีย, ลัตเวีย, เอสโตเนีย, โครเอเชีย, โรมาเนีย, บัลแกเรีย, ไซปรัส, มอลตา, รัสเซีย, ยูเครน, อันดอร์รา, โมนาโก, ซานมารีโน, ลิกเตนสไตน์

ทวีปอเมริกา

นักท่องเที่ยวจากทวีปอเมริกา โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง การอำนวยความสะดวกด้านวีซ่าจะช่วยลดขั้นตอนและกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางมายังประเทศไทยซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางระยะไกล

  • สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, บราซิล, อาร์เจนตินา, ชิลี, เปรู, เม็กซิโก, โคลอมเบีย, คอสตาริกา, ปานามา, อุรุกวัย

ทวีปโอเชียเนียและแอฟริกา

การขยายสิทธิ์ไปยังทวีปโอเชียเนียและแอฟริกาเป็นการเปิดตลาดใหม่และสร้างโอกาสในการดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ๆ ที่อาจยังไม่เคยพิจารณาประเทศไทยเป็นตัวเลือกหลักในการเดินทาง

  • ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, แอฟริกาใต้, มอริเชียส, เซเชลส์, จิบูตี, จอร์แดน, แอลเบเนีย, โบลิเวีย, บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา, โดมินิกัน, เอกวาดอร์, เอลซัลวาดอร์, ฟิจิ, กัวเตมาลา, ปารากวัย

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

มติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติมาตรการวีซ่าฟรี 93 ประเทศ โดยจะเริ่มมีผลอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 นับเป็นก้าวย่างเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัฐบาลในการพลิกฟื้นและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศผ่านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยอำนวยความสะดวกและดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลจากทั่วโลก แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดการใช้จ่ายและกระจายรายได้ไปสู่ภาคส่วนต่างๆ อย่างทั่วถึง ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในภาวะซบเซา

มาตรการนี้ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเวทีโลก ทำให้ไทยกลายเป็นจุดหมายปลายทางที่เข้าถึงง่ายและน่าดึงดูดใจยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของนโยบายนี้จะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการตลาดเพื่อประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รับรู้ในวงกว้าง และการรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว ดังนั้น ผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเตรียมความพร้อมในการปรับตัวและพัฒนาบริการเพื่อรองรับโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญนี้ต่อไป

สั่งเสื้อ

มีนาคม 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ