SET ประกาศหุ้นยั่งยืน 2568! ส่องลิสต์ SET ESG Ratings

SET ประกาศหุ้นยั่งยืน 2568! ส่องลิสต์ SET ESG Ratings

สารบัญ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ประกาศรายชื่อหุ้นยั่งยืน หรือ SET ESG Ratings ประจำปี 2568 อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนที่เน้นความยั่งยืน การประกาศครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทจดทะเบียนไทยในการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ซึ่งกำลังเป็นกระแสหลักของการลงทุนทั่วโลก

ภาพรวมของ SET ESG Ratings ประจำปี 2568

ประเด็นสำคัญจากการประกาศรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 มีดังนี้:

  • การมีส่วนร่วมที่แข็งแกร่ง: มีบริษัทจดทะเบียนจำนวน 224 แห่งที่ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการยอมรับและตื่นตัวของภาคธุรกิจต่อแนวคิดการพัฒนาที่ยั่งยืน
  • มาตรฐานการประเมินที่ชัดเจน: การจัดอันดับแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ AAA, AA, A และ BBB ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินผลการดำเนินงานด้าน ESG ของแต่ละบริษัทได้อย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน
  • ผลตอบแทนที่น่าสนใจ: ข้อมูลเชิงสถิติชี้ให้เห็นว่าหุ้นในกลุ่ม SET ESG Ratings มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าภาพรวมของตลาด โดยเฉพาะหุ้นในระดับ A ที่มีผลตอบแทนสูงกว่าดัชนี SET ถึง +9.19%
  • การก้าวสู่มาตรฐานสากล: ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีแผนที่จะยกระดับเกณฑ์การประเมินให้สอดคล้องกับมาตรฐานระดับโลก โดยจะนำโมเดลของ FTSE Russell ESG มาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2569 (ค.ศ. 2026)
  • กลไกขับเคลื่อนตลาดทุน: SET ESG Ratings ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อนักลงทุนและบริษัทจดทะเบียน แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนและความโปร่งใสของตลาดทุนไทยโดยรวม

ทำความรู้จัก SET ESG Ratings: มาตรฐานการลงทุนเพื่ออนาคต

SET ประกาศหุ้นยั่งยืน 2568! ส่องลิสต์ SET ESG Ratings นับเป็นเหตุการณ์สำคัญสำหรับแวดวงตลาดทุนไทย การประเมินนี้เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถคัดเลือกบริษัทที่มีศักยภาพในการเติบโตระยะยาว ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรอบการประเมินนี้สร้างมาตรฐานที่ชัดเจนสำหรับบริษัทจดทะเบียนในการเปิดเผยข้อมูลและพัฒนาการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ซึ่งท้ายที่สุดจะนำไปสู่ระบบนิเวศของตลาดทุนที่แข็งแกร่งและน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น

การลงทุนโดยพิจารณาปัจจัยด้านความยั่งยืนไม่ใช่เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นวิวัฒนาการที่สำคัญของการลงทุนสมัยใหม่ที่มองไกลกว่าผลกำไรในระยะสั้น การประกาศรายชื่อหุ้นยั่งยืนในแต่ละปีจึงเป็นข้อมูลที่นักลงทุน ทั้งรายบุคคลและสถาบัน ต่างให้ความสนใจเพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดสรรเงินลงทุนไปยังบริษัทที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและมีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนที่มั่นคงในระยะยาว

นิยามและความสำคัญของ ESG

ESG เป็นตัวย่อที่มาจากคำว่า Environmental (สิ่งแวดล้อม), Social (สังคม), และ Governance (บรรษัทภิบาล) ซึ่งเป็นสามมิติหลักที่ใช้ในการประเมินการดำเนินงานขององค์กรนอกเหนือจากตัวเลขทางการเงิน:

  • Environmental (E): ครอบคลุมประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก, การใช้พลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ, การจัดการของเสียและมลพิษ, และการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ
  • Social (S): มุ่งเน้นไปที่การบริหารจัดการความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด ตั้งแต่พนักงาน ลูกค้า คู่ค้า ไปจนถึงชุมชนที่องค์กรตั้งอยู่ ประเด็นที่พิจารณาได้แก่ สิทธิมนุษยชน, ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย, การพัฒนาบุคลากร, และความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
  • Governance (G): เกี่ยวข้องกับโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและยุติธรรมในการดำเนินงาน เช่น โครงสร้างคณะกรรมการ, การต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน, การคุ้มครองสิทธิผู้ถือหุ้น, และจริยธรรมทางธุรกิจ

ความสำคัญของ ESG เพิ่มขึ้นอย่างมากในทศวรรษที่ผ่านมา เนื่องจากนักลงทุนและสังคมตระหนักว่าบริษัทที่ไม่ใส่ใจปัจจัยเหล่านี้อาจเผชิญกับความเสี่ยงที่สำคัญในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงด้านกฎระเบียบ, ความเสี่ยงด้านชื่อเสียง, หรือความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การดำเนินงานที่โดดเด่นด้าน ESG จึงมักเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและความสามารถในการปรับตัวขององค์กร

วิวัฒนาการสู่ SET ESG Ratings

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ริเริ่มการส่งเสริมความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง โดยในอดีตเป็นที่รู้จักกันในชื่อ “รายชื่อหุ้นยั่งยืน” หรือ Thailand Sustainability Investment (THSI) ซึ่งเป็นการคัดเลือกบริษัทที่มีการดำเนินงานด้านความยั่งยืนโดดเด่น ต่อมาได้มีการพัฒนายกระดับมาเป็น SET ESG Ratings เพื่อให้มีมาตรฐานการประเมินที่ชัดเจนและสอดคล้องกับแนวปฏิบัติสากลมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงมาสู่ระบบ “เรตติ้ง” ที่มีการแบ่งระดับคะแนน (AAA, AA, A, BBB) ช่วยให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบผลการดำเนินงานด้าน ESG ของบริษัทต่างๆ ได้ง่ายและมีมิติมากขึ้น แทนที่จะเป็นการพิจารณาเพียงว่าบริษัทนั้น “อยู่ใน” หรือ “ไม่อยู่ใน” รายชื่อเท่านั้น ระบบใหม่นี้จึงให้ข้อมูลที่ละเอียดและเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจลงทุนได้อย่างลึกซึ้งกว่าเดิม

เจาะลึกรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ปี 2568

ผลการประเมิน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ได้ให้ภาพรวมที่น่าสนใจเกี่ยวกับภูมิทัศน์ความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงขนาดและอิทธิพลของกลุ่มบริษัทเหล่านี้ต่อตลาดทุนโดยรวม

สรุปภาพรวมและจำนวนบริษัทที่ได้รับการจัดอันดับ

ในปี 2568 มีบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 224 แห่งที่ผ่านเกณฑ์และได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและการยอมรับแนวทาง ESG ในหมู่บริษัทจดทะเบียนไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทเหล่านี้เมื่อพิจารณามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) รวมกันแล้ว มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 80-82% ของมูลค่าตลาดรวมของทั้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยคิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 14.87 ล้านล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลปี 2567) ซึ่งชี้ให้เห็นว่าบริษัทที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนนั้นเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่และมีอิทธิพลอย่างสูงต่อทิศทางของตลาดทุนไทย

การกระจายตัวของบริษัทในแต่ละระดับเรตติ้ง

การจัดอันดับ SET ESG Ratings แบ่งออกเป็น 4 ระดับ โดยการกระจายตัวของบริษัทในปี 2568 มีจำนวนโดยประมาณดังนี้:

ตารางสรุปจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในแต่ละระดับ
ระดับเรตติ้ง (Rating Level) จำนวนบริษัท (โดยประมาณ)
AAA (สูงสุด) 56 บริษัท
AA 80 บริษัท
A 71 บริษัท
BBB (ผ่านเกณฑ์) 21 บริษัท

การกระจายตัวนี้แสดงให้เห็นว่ามีบริษัทจำนวนมากที่สามารถทำผลงานด้าน ESG ได้ในระดับที่ดีเยี่ยม (AA) และระดับดีมาก (AAA) ขณะที่ยังมีบริษัทอีกจำนวนมากที่อยู่ในระดับดี (A) ซึ่งเป็นฐานที่สำคัญในการพัฒนาต่อไปสู่ระดับที่สูงขึ้น

ผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่ม SET ESG Ratings: โอกาสและความน่าสนใจ

ผลการดำเนินงานของหุ้นกลุ่ม SET ESG Ratings: โอกาสและความน่าสนใจ

หนึ่งในคำถามสำคัญสำหรับนักลงทุนคือ การลงทุนในหุ้นยั่งยืนนั้นให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าหรือไม่ ข้อมูลที่ผ่านมาแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่น่าสนใจซึ่งบ่งชี้ว่าการดำเนินงานด้าน ESG ที่แข็งแกร่งมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับผลการดำเนินงานของราคาหุ้นในตลาด

เปรียบเทียบผลตอบแทนกับดัชนี SET Index

จากข้อมูลผลการดำเนินงาน พบว่าหุ้นที่ได้รับการจัดอันดับ SET ESG Ratings มีแนวโน้มที่จะสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนี SET โดยรวม ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดภาพรวมของตลาดหุ้นไทย การเปรียบเทียบผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Outperformance) เมื่อเทียบกับ SET Index ของหุ้นในแต่ละระดับเรตติ้ง มีดังนี้:

ตารางเปรียบเทียบผลตอบแทนส่วนเพิ่มของหุ้นกลุ่ม SET ESG Ratings เทียบกับดัชนี SET Index
ระดับเรตติ้ง ผลตอบแทนที่สูงกว่า SET Index
A +9.19%
AA +5.67%
AAA +4.59%

ข้อมูลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่าหุ้นที่มีคะแนน ESG ในระดับสูงมีความสัมพันธ์กับผลตอบแทนในตลาดที่ดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเรตติ้ง A ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นที่สุด

ความเชื่อมโยงระหว่างคะแนน ESG กับผลตอบแทน

ผลตอบแทนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอาจอธิบายได้จากหลายปัจจัย บริษัทที่มีการจัดการด้าน ESG ที่ดีมักจะมีการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพกว่า สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของกฎระเบียบและเทคโนโลยีได้ดีกว่า และมักได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าและนักลงทุน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ส่งผลบวกต่อความสามารถในการแข่งขันและผลประกอบการในระยะยาว นอกจากนี้ กองทุนและนักลงทุนสถาบันทั่วโลกต่างเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ ESG มากขึ้น ทำให้เกิดอุปสงค์ต่อหุ้นกลุ่มนี้ ซึ่งอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยสนับสนุนราคาหุ้น

ทิศทางในอนาคต: การยกระดับสู่มาตรฐานสากล

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยไม่ได้หยุดนิ่งอยู่เพียงการจัดทำเรตติ้งในปัจจุบัน แต่ยังมีแผนการพัฒนาและยกระดับเกณฑ์การประเมินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตลาดทุนไทยสามารถแข่งขันและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

การปรับใช้โมเดล FTSE Russell ESG

หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดคือแผนการนำโมเดลการประเมิน ESG ของ FTSE Russell ซึ่งเป็นผู้จัดทำดัชนีชั้นนำระดับโลก มาปรับใช้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2569 (ค.ศ. 2026) การปรับเปลี่ยนนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับมาตรฐานการประเมินของไทยให้ทัดเทียมกับมาตรฐานสากล ซึ่งจะช่วยลดความซ้ำซ้อนในการจัดทำข้อมูลของบริษัทจดทะเบียน และที่สำคัญคือจะทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นและสามารถใช้ข้อมูล SET ESG Ratings ในการตัดสินใจลงทุนได้ง่ายขึ้น

บทบาทของดัชนี SET ESG และการยอมรับในระดับโลก

นอกจากการจัดทำเรตติ้งแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังได้เปิดตัว “ดัชนี SET ESG” (SET ESG Index) ในปี 2566 เพื่อเป็นดัชนีอ้างอิงสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในกลุ่มบริษัทที่ผสมผสานความสำเร็จทางการเงินเข้ากับความยั่งยืนได้อย่างลงตัว การมีดัชนีเฉพาะนี้ช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างผลิตภัณฑ์ทางการเงิน เช่น กองทุนรวม ที่อ้างอิงกับหุ้นกลุ่ม ESG

ในภาพใหญ่ ความพยายามเหล่านี้ส่งผลให้บริษัทไทยหลายแห่งได้รับการยอมรับและถูกคัดเลือกเข้าสู่ดัชนีความยั่งยืนระดับโลก เช่น Dow Jones Sustainability Indices (DJSI), FTSE4Good Index Series, และ MSCI ESG Indexes ซึ่งเป็นการยืนยันถึงคุณภาพและมาตรฐานการดำเนินงานด้านความยั่งยืนของบริษัทไทยในเวทีโลก

การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Action)

ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมาก บริษัทจดทะเบียนไทยจำนวนมากได้เริ่มติดตามและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกครอบคลุมทั้ง Scope 1 (การปล่อยโดยตรงจากกิจกรรมขององค์กร), Scope 2 (การปล่อยทางอ้อมจากการใช้พลังงาน) และ Scope 3 (การปล่อยทางอ้อมอื่นๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่า) นอกจากนี้ หลายบริษัทยังได้ตั้งเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) โดยอิงตามหลักการทางวิทยาศาสตร์ (Science-Based Targets) ซึ่งสอดคล้องกับกรอบความร่วมมือระดับโลกและกฎระเบียบที่เข้มข้นขึ้น เช่น มาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU CBAM)

ประโยชน์ของ SET ESG Ratings ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

โครงการ SET ESG Ratings สร้างประโยชน์ให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในตลาดทุนไทยในหลายมิติ

สำหรับนักลงทุน

นักลงทุนได้รับข้อมูลที่จำเป็นและเป็นมาตรฐานในการประเมินความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งช่วยสนับสนุนการตัดสินใจลงทุนอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Investment) และสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่คาดหวังผลตอบแทนที่มั่นคงควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวก

สำหรับบริษัทจดทะเบียน

การเข้าร่วมประเมินช่วยให้บริษัทสามารถทบทวนและพัฒนาแนวปฏิบัติด้าน ESG ของตนเองให้ดียิ่งขึ้น การได้รับการจัดอันดับที่ดีจะช่วยเสริมสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กร และเพิ่มโอกาสในการดึงดูดเงินทุนจากนักลงทุนกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับ ESG ทั้งในและต่างประเทศ

สำหรับตลาดทุนไทย

โครงการนี้ช่วยส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดทุนโดยรวม กระตุ้นให้เกิดการเปิดเผยข้อมูลด้าน ESG ที่โปร่งใสและมีคุณภาพมากขึ้น และยังช่วยยกระดับบริษัทจดทะเบียนไทยให้สอดคล้องกับแนวโน้มด้านความยั่งยืนและการลงทุนระดับโลก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในระยะยาว

บทสรุป: การลงทุนอย่างยั่งยืนเพื่ออนาคตที่มั่นคง

การประกาศรายชื่อหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ตอกย้ำให้เห็นถึงพัฒนาการที่สำคัญของตลาดทุนไทยในการบูรณาการปัจจัยด้านความยั่งยืนเข้าสู่กระบวนการลงทุนและการดำเนินธุรกิจ ด้วยจำนวนบริษัทที่เข้าร่วมอย่างแข็งแกร่ง ผลการดำเนินงานของหุ้นที่น่าสนใจ และทิศทางการพัฒนาสู่มาตรฐานสากลที่ชัดเจน ทำให้ SET ESG Ratings กลายเป็นเครื่องมือที่มีความสมบูรณ์และเป็นที่ยอมรับมากขึ้นเรื่อยๆ

สำหรับนักลงทุน การพิจารณาปัจจัยด้าน ESG ควบคู่ไปกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานทางการเงินจึงไม่ใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างพอร์ตการลงทุนที่สามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตและเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว การติดตามและทำความเข้าใจข้อมูลจาก SET ESG Ratings จึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

Similar Posts