สปสช. ใช้ AI แจ้งเตือนภัยไข้เลือดออกใกล้ตัวคุณ
การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในวงการสาธารณสุขได้ก้าวไปอีกขั้น โดยเฉพาะในการเฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดที่สำคัญอย่างไข้เลือดออก สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้ริเริ่มและสนับสนุนการนำ AI มาใช้เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลและแจ้งเตือนภัยไข้เลือดออกแก่ประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ประเด็นสำคัญของการใช้ AI แจ้งเตือนภัยไข้เลือดออก
- เทคโนโลยี AI ช่วยประมวลผลข้อมูลจำนวนมหาศาลจากหลายแหล่งที่มา เพื่อพยากรณ์และระบุพื้นที่เสี่ยงการระบาดของไข้เลือดออกได้แบบเรียลไทม์
- ความสำเร็จของโครงการเกิดจากความร่วมมือแบบบูรณาการระหว่างหน่วยงานภาครัฐ เช่น สปสช. กรมควบคุมโรค และภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี
- ประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบนิเวศข้อมูล ผ่านการรายงานข้อมูลลูกน้ำยุงลายและสถานการณ์ในพื้นที่ผ่านแอปพลิเคชัน
- ระบบ AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ เช่น การระบุพิกัดที่แม่นยำเพื่อการพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย ซึ่งช่วยลดการแพร่ระบาดในวงกว้าง
- แอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นไม่เพียงแต่แจ้งเตือนภัยไข้เลือดออก แต่ยังให้ข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ค่าฝุ่น PM2.5 และดัชนีความร้อน เพื่อการดูแลสุขภาพที่ครอบคลุม
การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเสริมศักยภาพการเฝ้าระวังโรคระบาดถือเป็นมิติใหม่ของการสาธารณสุขเชิงรุก โดยล่าสุดโครงการที่ สปสช. ใช้ AI แจ้งเตือนภัยไข้เลือดออกใกล้ตัวคุณ ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเปลี่ยนรูปแบบการรับมือกับโรคไข้เลือดออกจากเชิงรับเป็นการป้องกันเชิงรุกได้อย่างเป็นรูปธรรม ระบบนี้ทำงานโดยการรวบรวมข้อมูลจากหลากหลายแหล่ง ทั้งข้อมูลการสำรวจลูกน้ำยุงลายจากอาสาสมัครสาธารณสุข ข้อมูลผู้ป่วยจากสถานพยาบาล และข้อมูลเชิงพื้นที่ เพื่อนำมาวิเคราะห์และสร้างแบบจำลองคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนสามารถรับรู้สถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือได้ล่วงหน้า ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออก
ไข้เลือดออกยังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยและอีกหลายประเทศในเขตร้อนชื้น โดยมี “ยุงลาย” เป็นพาหะนำโรค การควบคุมโรคในอดีตมักเผชิญกับความท้าทายด้านความล่าช้าของข้อมูลและการตอบสนองที่ไม่ทันท่วงทีต่อการระบาด การมาถึงของเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI จึงเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังในการทลายข้อจำกัดเหล่านี้ โครงการนี้ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการวางแผนและดำเนินมาตรการควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงข้อมูลสุขภาพที่จำเป็นและมีส่วนร่วมในการป้องกันโรคในชุมชนของตนเองได้ง่ายขึ้นผ่าน แอปเตือนไข้เลือดออก ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่ายบนสมาร์ทโฟน
กลไกการทำงาน: สปสช. ใช้ AI แจ้งเตือนภัยไข้เลือดออกใกล้ตัวคุณ อย่างไร
หัวใจสำคัญของระบบแจ้งเตือนภัยไข้เลือดออกคือการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) ที่เกี่ยวข้องกับการระบาดของโรคอย่างเป็นระบบและซับซ้อน กลไกนี้เปลี่ยนข้อมูลดิบจำนวนมหาศาลให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง (Actionable Insights) เพื่อการเฝ้าระวังและป้องกันโรคอย่างมีประสิทธิภาพ
การรวบรวมและประมวลผลข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data)
ระบบ AI เริ่มต้นจากการรวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่งที่มา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการระบาดของไข้เลือดออก ข้อมูลเหล่านี้ประกอบด้วย:
- ข้อมูลการสำรวจลูกน้ำยุงลาย: อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) ทั่วประเทศใช้แอปพลิเคชันบนมือถือในการบันทึกผลการสำรวจลูกน้ำยุงลายตามบ้านเรือนและภาชนะต่างๆ ข้อมูลนี้จะถูกส่งเข้าระบบแบบเรียลไทม์ พร้อมพิกัด GPS ทำให้เห็นภาพความชุกของแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายในระดับครัวเรือนและชุมชน
- ข้อมูลผู้ป่วย: ข้อมูลรายงานผู้ป่วยไข้เลือดออกจากสถานพยาบาลต่างๆ ถูกนำมาใช้เพื่อระบุพื้นที่ที่มีการระบาดเกิดขึ้นจริง ข้อมูลนี้ช่วยให้ระบบสามารถเชื่อมโยงความชุกของลูกน้ำยุงลายกับจำนวนผู้ป่วยที่เกิดขึ้นจริงได้
- ข้อมูลเชิงพื้นที่และสิ่งแวดล้อม: ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เช่น ลักษณะของชุมชน แหล่งน้ำ และสภาพอากาศ เช่น ปริมาณน้ำฝน อุณหภูมิ และความชื้น ซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อวงจรชีวิตของยุงลาย จะถูกนำมาประกอบการวิเคราะห์ด้วย
ข้อมูลทั้งหมดนี้จะถูกส่งเข้าสู่แพลตฟอร์มกลางเพื่อทำการประมวลผล จัดระเบียบ และทำความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing) เพื่อให้พร้อมสำหรับการวิเคราะห์ในขั้นตอนต่อไป
โมเดลปัญญาประดิษฐ์กับการพยากรณ์พื้นที่เสี่ยง
เมื่อได้ข้อมูลที่สมบูรณ์แล้ว โมเดลปัญญาประดิษฐ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นจะเริ่มทำการวิเคราะห์เพื่อค้นหารูปแบบ (Pattern Recognition) และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างปัจจัยต่างๆ AI จะเรียนรู้จากข้อมูลในอดีตเพื่อสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ที่สามารถพยากรณ์ความเสี่ยงของการระบาดในอนาคตได้ ตัวอย่างเช่น AI อาจพบว่าค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย (Larval Index) ที่สูงเกินเกณฑ์ในพื้นที่หนึ่ง ประกอบกับสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย มีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า
ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์จะถูกแสดงผลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เช่น แผนที่แสดงพื้นที่เสี่ยงตามระดับสี (แดง เหลือง เขียว) หรือการแจ้งเตือนอัตโนมัติเมื่อค่าดัชนีความเสี่ยงในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งสูงเกินมาตรฐาน การแจ้งเตือนเหล่านี้จะถูกส่งไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเพื่อวางแผนเข้าควบคุมโรค และส่งไปยังประชาชนในพื้นที่ผ่าน แอปเตือนไข้เลือดออก เพื่อให้เกิดความตระหนักและดำเนินการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายรอบบ้านของตนเอง ถือเป็นการนำเทคโนโลยี AI สุขภาพ มาใช้เพื่อ ป้องกันไข้เลือดออก ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์: พลังขับเคลื่อนเทคโนโลยี AI สุขภาพ

ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่ได้มาจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งแต่ละฝ่ายได้นำความเชี่ยวชาญของตนเองมาผนึกกำลังเพื่อสร้างระบบนิเวศด้านสาธารณสุขดิจิทัลที่สมบูรณ์
การบูรณาการความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้ง สปสช., กรมควบคุมโรค, ภาคเอกชนด้านโทรคมนาคม และสถาบันวิจัยแห่งชาติ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้การนำ AI มาใช้เฝ้าระวังไข้เลือดออกประสบความสำเร็จและขยายผลได้ในวงกว้าง
AIS และแอปพลิเคชัน อสม. ออนไลน์: พลังข้อมูลจากภาคสนาม
ความร่วมมือระหว่าง AIS และกรมควบคุมโรคในการพัฒนาแอปพลิเคชัน “อสม. ออนไลน์” ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการรวบรวมข้อมูลจากภาคสนาม แอปพลิเคชันนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือดิจิทัลสำหรับ อสม. ทั่วประเทศ ช่วยให้การรายงานผลการสำรวจลูกน้ำยุงลายเป็นไปอย่างรวดเร็วและแม่นยำ จากเดิมที่ต้องใช้เวลานานในการรวบรวมและคีย์ข้อมูลด้วยกระดาษ
ฟีเจอร์ที่สำคัญของ อสม. ออนไลน์ คือการรายงานผลแบบเรียลไทม์ ทำให้ข้อมูลที่ส่งเข้ามามีความสดใหม่และสะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันได้ดีที่สุด ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการสำรวจลูกน้ำยุงลายผ่านแอปพลิเคชันนี้มากกว่า 100 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นคลังข้อมูลขนาดมหาศาล (Big Data) ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการฝึกฝนโมเดล AI ให้มีความฉลาดและแม่นยำในการพยากรณ์การระบาด ข้อมูลเหล่านี้ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขสามารถมองเห็นภาพรวมของสถานการณ์แหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายทั่วประเทศและเข้าจัดการพื้นที่เสี่ยงได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะเกิดการระบาดใหญ่
โครงการผ่อดีดี: การเฝ้าระวังระดับชุมชนที่แม่นยำ
โครงการ “ผ่อดีดี” (PordeeDee) เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของนวัตกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเพื่อการเฝ้าระวังโรคในระดับชุมชน โดยได้พัฒนาฟีเจอร์ที่เน้นการตรวจสอบและรายงาน “ค่าดัชนีลูกน้ำยุงลาย” (Container Index – CI และ House Index – HI) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดมาตรฐานทางระบาดวิทยา ข้อมูลที่ อสม. และชาวบ้านกรอกผ่านแอปพลิเคชัน เช่น จำนวนบ้านที่สำรวจ จำนวนภาชนะที่พบลูกน้ำยุงลาย จะถูกนำไปประมวลผลโดยอัตโนมัติ
หากระบบคำนวณแล้วพบว่าค่าดัชนีในชุมชนใดสูงเกินเกณฑ์มาตรฐาน จะมีการส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ทันที เพื่อให้เข้าดำเนินการควบคุมโรค นอกจากนี้ จุดเด่นของระบบนี้คือการระบุพิกัด GPS ของบ้านผู้ป่วยไข้เลือดออก ซึ่งช่วยให้ทีมควบคุมโรคสามารถเข้าทำการพ่นสารเคมีเพื่อกำจัดยุงตัวเต็มวัยในรัศมี 100 เมตรรอบบ้านผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วตามหลักวิชาการ ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการตัดวงจรการระบาดของโรคในชุมชน
เนคเทค-สวทช. กับแพลตฟอร์ม “ทันระบาด” และแอปฯ “รู้ทัน”
ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สวทช. ได้ร่วมกับกรมควบคุมโรค พัฒนาแพลตฟอร์ม “ทันระบาด” และแอปพลิเคชัน “รู้ทัน” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ครอบคลุมทั้งสำหรับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและประชาชนทั่วไป แพลตฟอร์มนี้ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูลที่ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบพิกัดพื้นที่เสี่ยงไข้เลือดออกได้ด้วยตนเอง ทำให้สามารถวางแผนการเดินทางหรือใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยยิ่งขึ้น
นอกจากข้อมูลไข้เลือดออกแล้ว แอปฯ “รู้ทัน” ยังให้ข้อมูลสุขภาพอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การพยากรณ์อากาศ ค่าฝุ่น PM2.5 และดัชนีความร้อน พร้อมทั้งให้คำแนะนำในการดูแลป้องกันตนเองจากภัยสุขภาพเหล่านั้น การรวมข้อมูลสุขภาพหลายมิติไว้ในที่เดียวช่วยส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและตระหนักถึงการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น นับเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือสำคัญที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและเสริมสร้างความมั่นคงทางสุขภาพให้กับสังคม
เปรียบเทียบแพลตฟอร์มแจ้งเตือนภัยไข้เลือดออก
แม้ว่าทุกแพลตฟอร์มจะมีเป้าหมายร่วมกันในการควบคุมและป้องกันโรคไข้เลือดออก แต่ก็มีจุดเด่นและกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไป การทำความเข้าใจความแตกต่างเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพรวมของระบบนิเวศเทคโนโลยีเพื่อการเฝ้าระวังโรคที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
| คุณสมบัติ | อสม. ออนไลน์ | โครงการผ่อดีดี | ทันระบาด / รู้ทัน |
|---|---|---|---|
| กลุ่มผู้ใช้หลัก | อาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) | อสม. และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขระดับชุมชน | ประชาชนทั่วไป และเจ้าหน้าที่สาธารณสุข |
| ฟังก์ชันหลัก | การรายงานผลสำรวจลูกน้ำยุงลายแบบเรียลไทม์ | คำนวณดัชนีลูกน้ำยุงลาย แจ้งเตือนค่าเกินเกณฑ์ และระบุพิกัดบ้านผู้ป่วย | แสดงแผนที่พื้นที่เสี่ยง แจ้งเตือนภัย และให้ข้อมูลสุขภาพองค์รวม |
| แหล่งข้อมูลสำคัญ | ข้อมูลการสำรวจภาคสนามจาก อสม. ทั่วประเทศ | ข้อมูลสำรวจและผู้ป่วยในระดับชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ | ข้อมูลจากกรมควบคุมโรคและหน่วยงานพันธมิตร |
| การประยุกต์ใช้ AI | เป็นแหล่งข้อมูล Big Data สำหรับการฝึกโมเดล AI | ประมวลผลและแจ้งเตือนอัตโนมัติตามเกณฑ์ที่กำหนด | วิเคราะห์และแสดงผลข้อมูลความเสี่ยงในรูปแบบแผนที่ที่เข้าใจง่าย |
ประโยชน์และผลกระทบของการนำ AI มาใช้ป้องกันไข้เลือดออก
การนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการเฝ้าระวังไข้เลือดออกได้สร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ตั้งแต่การยกระดับประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐไปจนถึงการสร้างวัฒนธรรมการดูแลสุขภาพเชิงรุกในหมู่ประชาชน
การป้องกันเชิงรุกและการตอบสนองที่รวดเร็ว
ประโยชน์ที่ชัดเจนที่สุดคือการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากการ “รอให้เกิดโรคแล้วค่อยรักษา” ไปสู่การ “ป้องกันก่อนเกิดโรค” ระบบ AI ที่สามารถพยากรณ์พื้นที่เสี่ยงได้ล่วงหน้า ทำให้หน่วยงานสาธารณสุขสามารถจัดสรรทรัพยากรและกำลังคนเข้าไปยังพื้นที่เป้าหมายเพื่อรณรงค์กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หรือเตรียมความพร้อมของสถานพยาบาลได้ก่อนที่จะมีการระบาดเกิดขึ้นจริง การตอบสนองที่รวดเร็วนี้ช่วยจำกัดวงการแพร่ระบาดของโรคไม่ให้ขยายเป็นวงกว้าง ซึ่งช่วยลดภาระของระบบสาธารณสุขโดยรวม
เพิ่มความแม่นยำในการควบคุมโรค
ข้อมูลเชิงพิกัด (Geospatial Data) ที่มีความละเอียดสูงช่วยให้มาตรการควบคุมโรคมีความแม่นยำมากขึ้น ตัวอย่างเช่น การพ่นสารเคมีกำจัดยุงลาย ซึ่งในอดีตอาจทำในวงกว้างและไม่ตรงจุด แต่ด้วยข้อมูลจากระบบ ทำให้สามารถพุ่งเป้าไปที่พื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงหรือรอบบ้านผู้ป่วยได้อย่างแม่นยำ ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการกำจัดยุงพาหะ แต่ยังช่วยลดการใช้สารเคมีโดยไม่จำเป็น และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
การมีส่วนร่วมของประชาชนและอาสาสมัคร
เทคโนโลยีได้สร้างช่องทางให้ประชาชนและอาสาสมัครเข้ามามีส่วนร่วมในระบบการเฝ้าระวังโรคอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน อสม. ที่เป็นด่านหน้าด้านสาธารณสุขของชุมชนมีเครื่องมือที่ทันสมัยในการทำงาน ทำให้การเก็บข้อมูลมีประสิทธิภาพและลดภาระงานด้านเอกสาร ในขณะเดียวกัน ประชาชนทั่วไปเมื่อได้รับข้อมูลการแจ้งเตือนความเสี่ยงในพื้นที่ของตนเอง ก็จะเกิดความตระหนักและมีแนวโน้มที่จะให้ความร่วมมือในการสำรวจและทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายรอบบ้านมากขึ้น ซึ่งเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนในการรับมือกับโรคระบาดด้วยตนเอง
ความท้าทายและแนวโน้มในอนาคตสำหรับ AI สุขภาพ
แม้ว่าการนำ AI มาใช้ในการป้องกันไข้เลือดออกจะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่น่าทึ่ง แต่ก็ยังมีความท้าทายและโอกาสในการพัฒนาต่อยอดในอนาคต เพื่อให้ระบบมีความสมบูรณ์และยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ความท้าทายในการใช้งานจริง
ความท้าทายหลักประการหนึ่งคือความครอบคลุมและความเท่าเทียมในการเข้าถึงเทคโนโลยี การทำให้ประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากแอปพลิเคชันเหล่านี้ได้ยังคงเป็นโจทย์ที่ต้องดำเนินการต่อไป นอกจากนี้ คุณภาพและความถูกต้องของข้อมูลที่ป้อนเข้าระบบ (Data Quality) ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การฝึกอบรม อสม. อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลที่รายงานมีความน่าเชื่อถือ และการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรายงานข้อมูล ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของระบบในระยะยาว ประเด็นด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (Data Privacy) ก็เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งาน
อนาคตของการเฝ้าระวังโรคระบาดในปี 2568 และต่อไป
สำหรับแนวโน้มในอนาคต การพัฒนาระบบ AI เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ ไข้เลือดออก 2568 และปีต่อๆ ไป จะมุ่งเน้นไปที่การทำให้แบบจำลองการพยากรณ์มีความแม่นยำสูงขึ้น ซึ่งอาจทำได้โดยการบูรณาการชุดข้อมูลที่หลากหลายมากขึ้น เช่น ข้อมูลการเดินทางของประชากร ข้อมูลจากโซเชียลมีเดียเพื่อตรวจจับสัญญาณการระบาด หรือข้อมูลดาวเทียมเพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมีโอกาสในการขยายผลการใช้ AI เพื่อเฝ้าระวังโรคระบาดอื่นๆ ที่มีความสำคัญ เช่น โรคไข้หวัดใหญ่ โรคชิคุนกุนยา หรือโรคอุบัติใหม่ในอนาคต
การพัฒนาระบบให้สามารถให้คำแนะนำส่วนบุคคล (Personalized Recommendation) แก่ประชาชนตามระดับความเสี่ยงของแต่ละคน ก็เป็นอีกหนึ่งทิศทางที่น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยให้การป้องกันโรคมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในระดับปัจเจกบุคคล
โดยสรุป โครงการที่ สปสช. ใช้ AI แจ้งเตือนภัยไข้เลือดออกใกล้ตัวคุณ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยีด

