Shopping cart

เที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนภาษี 68 โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี

สารบัญ

สรุปประเด็นสำคัญของมาตรการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยว

เที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนภาษี 68 โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี - travel-secondary-cities-tax-deduction

  • สิทธิประโยชน์สูงสุด: สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวในประเทศมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาทต่อคน
  • เที่ยวเมืองรองคุ้มค่ากว่า: ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นใน 55 จังหวัดเมืองรอง และบางอำเภอในจังหวัดหลัก สามารถนำมาคำนวณลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของยอดที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
  • เงื่อนไขค่าใช้จ่าย: จำกัดเฉพาะค่าที่พัก โรงแรม และค่าอาหาร-เครื่องดื่ม จากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้
  • โค้งสุดท้าย: ต้องเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและได้รับใบกำกับภาษีภายในวันที่ 29 ตุลาคม ถึง 15 ธันวาคม 2568 เท่านั้น
  • หลักฐานสำคัญ: ต้องเก็บใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (ทั้งแบบกระดาษและ e-Tax Invoice) เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี 2568

มาตรการ เที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนภาษี 68 โค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี เป็นโครงการที่ภาครัฐนำมาใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชนและจังหวัดรองที่มีศักยภาพ โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวบางประเภทมาหักลดหย่อนภาษีได้ ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระภาษีส่วนบุคคล แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ทั้งธุรกิจโรงแรม ที่พัก และร้านอาหาร ให้มีสภาพคล่องทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่สำคัญ

ความน่าสนใจของมาตรการในปี 2568 คือการให้สิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกันระหว่างการท่องเที่ยวในเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อจูงใจให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ที่อาจยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง การทำความเข้าใจในเงื่อนไข รายละเอียด และกรอบเวลาที่จำกัดของโครงการจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนภาษีและวางแผนการเดินทางในช่วงท้ายปีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในมิติของการพักผ่อนและการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคล

ทำความเข้าใจมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” คืออะไร

มาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของโครงการลดหย่อนภาษีเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แนวคิดหลักของโครงการคือการเปลี่ยนค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวให้กลายเป็นสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา เพื่อสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางและการใช้จ่ายในภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากขึ้น

วัตถุประสงค์หลักในการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

เป้าหมายสำคัญของมาตรการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การลดภาระภาษีให้กับประชาชน แต่มุ่งเน้นผลลัพธ์ในภาพรวมทางเศรษฐกิจเป็นสำคัญ โดยมีวัตถุประสงค์หลักดังนี้:

  1. กระจายรายได้สู่เมืองรอง: ด้วยการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีที่สูงกว่าสำหรับการใช้จ่ายในจังหวัดเมืองรอง มาตรการนี้ต้องการส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปยังพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าเมืองท่องเที่ยวหลัก เพื่อให้เม็ดเงินหมุนเวียนไปสู่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนในท้องถิ่นโดยตรง
  2. สนับสนุนผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบภาษี: เงื่อนไขที่กำหนดให้ใช้จ่ายกับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT และสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้ เป็นการส่งเสริมให้ธุรกิจเข้าสู่ระบบภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ของรัฐในระยะยาว
  3. กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี: การกำหนดระยะเวลาโครงการในช่วงท้ายปี โดยเฉพาะช่วงที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง เช่น วันรัฐธรรมนูญ ถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ของหลายพื้นที่ในประเทศไทย

กลุ่มบุคคลที่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้

ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการและนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนภาษีได้คือ บุคคลธรรมดา ที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90 หรือ ภ.ง.ด. 91) ประจำปีภาษี 2568 ซึ่งจะทำการยื่นในช่วงต้นปี 2569 มาตรการนี้ไม่สามารถใช้ได้กับนิติบุคคล เช่น บริษัท หรือห้างหุ้นส่วนจำกัด อย่างไรก็ตาม ในส่วนของนิติบุคคลอาจสามารถนำค่าใช้จ่ายในการจัดอบรมสัมมนาพนักงานในต่างจังหวัดมาเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ตามเงื่อนไขทางภาษีปกติ ซึ่งเป็นคนละส่วนกับมาตรการนี้

กรอบระยะเวลาสำคัญที่ต้องรู้

หัวใจสำคัญของการใช้สิทธิ์ให้ถูกต้องคือการปฏิบัติตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด โดยค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้นั้น จะต้องเกิดขึ้นและมีการชำระเงิน พร้อมทั้งได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบในช่วงเวลาดังต่อไปนี้เท่านั้น:

ระยะเวลาโครงการ: ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2568

ค่าใช้จ่ายใดๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหรือหลังช่วงเวลาดังกล่าว จะไม่สามารถนำมาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีภายใต้มาตรการนี้ได้ ดังนั้น ผู้ที่วางแผนจะเดินทางในช่วงวันหยุดยาวต้นเดือนธันวาคม (5-7 ธันวาคม 2568) จึงเป็นโอกาสที่ดีอย่างยิ่งในการใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ ก่อนที่สิทธิ์จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 ธันวาคม 2568

เปรียบเทียบสิทธิประโยชน์: เที่ยวเมืองรอง vs เมืองหลัก

ความโดดเด่นของมาตรการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” คือการกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างการใช้จ่ายใน “จังหวัดเมืองรอง” และ “จังหวัดเมืองหลัก” เพื่อสร้างแรงจูงใจเชิงนโยบายให้นักท่องเที่ยวเลือกเดินทางไปยังจุดหมายใหม่ๆ การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางเพื่อรับสิทธิประโยชน์สูงสุดได้

ตารางสรุปความแตกต่างของสิทธิ์ลดหย่อนภาษี

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างของสิทธิประโยชน์ที่ชัดเจน สามารถสรุปรายละเอียดได้ดังตารางต่อไปนี้:

ตารางเปรียบเทียบสิทธิ์ลดหย่อนภาษีระหว่างการท่องเที่ยวเมืองรองและเมืองหลักปี 2568
ประเภทพื้นที่ อัตราการคำนวณลดหย่อน เพดานการคำนวณสิทธิ์ ตัวอย่าง (จ่ายจริง 10,000 บาท)
เมืองรอง 1.5 เท่า ของยอดจ่ายจริง คำนวณได้สูงสุด 30,000 บาท ลดหย่อนได้ 15,000 บาท
เมืองหลัก 1 เท่า ของยอดจ่ายจริง คำนวณได้สูงสุด 20,000 บาท ลดหย่อนได้ 10,000 บาท

หมายเหตุ: แม้ว่าการคำนวณสิทธิ์จากเมืองรองจะได้ยอดสูงถึง 30,000 บาท แต่ท้ายที่สุดแล้วยอดรวมที่สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้จริงสำหรับบุคคลธรรมดาหนึ่งคน จะไม่เกิน 20,000 บาทตลอดโครงการ

การคำนวณสิทธิ์ลดหย่อนภาษีแบบเข้าใจง่าย

จากตารางจะเห็นได้ว่า การใช้จ่ายในเมืองรองช่วยให้ผู้เสียภาษีสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนเต็มเพดาน 20,000 บาท ได้รวดเร็วกว่าการใช้จ่ายในเมืองหลัก ลองพิจารณาจากตัวอย่างต่อไปนี้:

  • กรณีที่ 1: เที่ยวเมืองรองทั้งหมด
    • จ่ายค่าที่พักและอาหารในจังหวัดเลย (เมืองรอง) เป็นเงิน 14,000 บาท
    • คำนวณสิทธิ์ลดหย่อน: 14,000 บาท x 1.5 = 21,000 บาท
    • ยอดที่นำไปลดหย่อนได้จริง: 20,000 บาท (เนื่องจากติดเพดานสูงสุด)
    • จะเห็นได้ว่าใช้จ่ายเพียง 14,000 บาท ก็สามารถใช้สิทธิ์ได้เต็มเพดานแล้ว
  • กรณีที่ 2: เที่ยวเมืองหลักทั้งหมด
    • จ่ายค่าที่พักและอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ (เมืองหลัก) เป็นเงิน 14,000 บาท
    • คำนวณสิทธิ์ลดหย่อน: 14,000 บาท x 1 = 14,000 บาท
    • ยอดที่นำไปลดหย่อนได้จริง: 14,000 บาท
    • หากต้องการใช้สิทธิ์เต็ม 20,000 บาท จะต้องมีค่าใช้จ่ายจริงในเมืองหลักถึง 20,000 บาท
  • กรณีที่ 3: เที่ยวผสมผสาน
    • จ่ายค่าที่พักในจังหวัดแพร่ (เมืองรอง) 8,000 บาท → คำนวณสิทธิ์ได้ 8,000 x 1.5 = 12,000 บาท
    • จ่ายค่าอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ (เมืองหลัก) 5,000 บาท → คำนวณสิทธิ์ได้ 5,000 x 1 = 5,000 บาท
    • ยอดรวมสิทธิ์ลดหย่อน: 12,000 + 5,000 = 17,000 บาท

ดังนั้น การเลือกเที่ยวเมืองรองเป็นหลักจึงเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการวางแผนภาษีภายใต้มาตรการนี้

เงื่อนไขและประเภทค่าใช้จ่ายที่สามารถลดหย่อนภาษีได้

เพื่อให้สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้อย่างถูกต้องและไม่เกิดปัญหาในขั้นตอนการยื่นภาษี ผู้เสียภาษีจำเป็นต้องทำความเข้าใจเงื่อนไขเกี่ยวกับประเภทของค่าใช้จ่ายที่เข้าเกณฑ์และหลักฐานที่ต้องจัดเตรียมให้ครบถ้วน

ค่าใช้จ่ายที่เข้าร่วมโครงการ

ไม่ใช่ทุกค่าใช้จ่ายในการเดินทางจะสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยโครงการ “เที่ยวดีมีคืน 2568” กำหนดประเภทค่าใช้จ่ายที่เข้าเงื่อนไขไว้อย่างชัดเจน ดังนี้:

  • ค่าบริการที่พัก: เช่น ค่าโรงแรม, รีสอร์ท, โฮมสเตย์ หรือที่พักอื่น ๆ ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม: เฉพาะการใช้บริการในร้านอาหารหรือภัตตาคารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ไม่รวมถึงการซื้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

ข้อควรระวัง: ค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ภายใต้มาตรการนี้ ได้แก่ ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่ารถโดยสาร, ค่าเช่ารถ, ค่าของฝาก, ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ หรือค่าบริการนำเที่ยวจากบริษัททัวร์ เป็นต้น

หลักฐานสำคัญในการยื่นภาษี

หลักฐานเพียงอย่างเดียวที่กรมสรรพากรยอมรับเพื่อใช้ในการยื่นลดหย่อนภาษีคือ ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (Full Tax Invoice) ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบกระดาษหรือรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) โดยใบกำกับภาษีดังกล่าวจะต้องมีข้อมูลครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด ได้แก่:

  • ชื่อ, ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อ (คือชื่อของผู้ที่จะใช้สิทธิ์ลดหย่อน)
  • ชื่อ, ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ขาย (ผู้ประกอบการ)
  • หมายเลขของใบกำกับภาษี
  • วันที่ออกใบกำกับภาษี (ต้องอยู่ในช่วง 29 ต.ค. – 15 ธ.ค. 68)
  • รายละเอียดของสินค้าหรือบริการที่ชัดเจน
  • จำนวนเงินและภาษีมูลค่าเพิ่ม

สิ่งสำคัญคือต้องแจ้งผู้ประกอบการตั้งแต่ก่อนชำระเงินว่าต้องการขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบเพื่อใช้ลดหย่อนภาษี และตรวจสอบข้อมูลโดยเฉพาะชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ใช้สิทธิ์ให้ถูกต้องครบถ้วน

รายชื่อจังหวัดเมืองรองและเมืองหลักที่เข้าร่วมโครงการ

การจำแนกจังหวัดว่าเป็น “เมืองรอง” หรือ “เมืองหลัก” เป็นไปตามประกาศของภาครัฐ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนได้ในแต่ละปี สำหรับมาตรการปี 2568 ได้มีการกำหนดรายชื่อจังหวัดไว้เพื่อให้นักท่องเที่ยวและผู้เสียภาษีสามารถวางแผนได้อย่างถูกต้อง

กลุ่มจังหวัดเมืองรอง (รับสิทธิ์ลดหย่อน 1.5 เท่า)

ประกอบด้วย 55 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงบางอำเภอในอีก 15 จังหวัดหลักที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวแต่ยังต้องการการส่งเสริมเพิ่มเติม การเดินทางและใช้จ่ายในพื้นที่เหล่านี้จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงสุด ตัวอย่างจังหวัดเมืองรองที่น่าสนใจในแต่ละภาค ได้แก่:

  • ภาคเหนือ: เชียงราย, แพร่, น่าน, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, ลำพูน, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิจิตร, อุทัยธานี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, ชัยภูมิ, หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, มุกดาหาร, สกลนคร, กาฬสินธุ์, มหาสารคาม, ร้อยเอ็ด, ยโสธร, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, บุรีรัมย์, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี
  • ภาคกลางและภาคตะวันออก: ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, ลพบุรี, สระแก้ว, ปราจีนบุรี, นครนายก, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ชุมพร, ระนอง, สตูล, ตรัง, พัทลุง, นราธิวาส, ปัตตานี, ยะลา

**ข้อควรทราบ:** สำหรับรายชื่ออำเภอในจังหวัดหลักที่ได้รับสิทธิ์เป็นเมืองรอง ควรตรวจสอบประกาศอย่างเป็นทางการจากกรมสรรพากรหรือการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) อีกครั้งเพื่อความถูกต้องแม่นยำ

กลุ่มจังหวัดเมืองหลัก (รับสิทธิ์ลดหย่อน 1 เท่า)

เป็นจังหวัดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว ซึ่งประกอบด้วย 22 จังหวัด โดยค่าใช้จ่ายในพื้นที่เหล่านี้สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ตัวอย่างจังหวัดเมืองหลัก ได้แก่:

  • กรุงเทพมหานคร
  • เชียงใหม่
  • ภูเก็ต
  • ขอนแก่น
  • นครราชสีมา
  • ชลบุรี (บางอำเภอ)
  • กระบี่
  • พังงา
  • สงขลา
  • สุราษฎร์ธานี (บางอำเภอ)

เทคนิคการวางแผนเที่ยวให้คุ้มค่าและใช้สิทธิ์เต็มที่

การวางแผนอย่างรอบคอบจะช่วยให้การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสุข แต่ยังช่วยประหยัดภาษีได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย การปฏิบัติตามเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้การใช้สิทธิ์เป็นไปอย่างราบรื่นและเกิดประโยชน์สูงสุด

การตรวจสอบผู้ประกอบการก่อนใช้บริการ

ก่อนตัดสินใจจองที่พักหรือเข้ารับประทานอาหาร ควรตรวจสอบกับผู้ประกอบการให้แน่ใจก่อนว่าสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้หรือไม่ บางครั้งอาจมีรายชื่อผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเผยแพร่อยู่บนเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสามารถใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการวางแผนได้ การสอบถามโดยตรงเป็นวิธีที่แน่นอนที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด

การวางแผนสำหรับเดินทางเป็นกลุ่ม

ในกรณีที่เดินทางไปกับเพื่อนหรือครอบครัวหลายคน ซึ่งแต่ละคนเป็นผู้เสียภาษีและต้องการใช้สิทธิ์ลดหย่อน ควรวางแผนการชำระเงินให้ดีที่สุด เทคนิคที่แนะนำคือ:

  • แยกกันชำระและขอใบกำกับภาษีแยกชื่อ: เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนของตนเองได้อย่างเต็มที่ ควรแยกจ่ายค่าที่พักหรือค่าอาหาร และขอใบกำกับภาษีเป็นชื่อของแต่ละคนตามยอดค่าใช้จ่ายของตนเอง
  • วางแผนการใช้จ่าย: หากมีค่าใช้จ่ายรวมจำนวนมาก สามารถแบ่งให้แต่ละคนรับผิดชอบส่วนหนึ่ง เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้สิทธิ์ได้ใกล้เคียงกับเพดานสูงสุด 20,000 บาท

การวางแผนล่วงหน้าจะช่วยให้สามารถกระจายการใช้สิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทุกคนในกลุ่มเดินทางจะได้รับประโยชน์ทางภาษีอย่างเท่าเทียมกัน

บทสรุปและแนวทางการดำเนินการขั้นต่อไป

มาตรการ เที่ยวเมืองรอง ลดหย่อนภาษี 68 นับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้เสียภาษีในการวางแผนการเงินช่วงปลายปี ควบคู่ไปกับการออกเดินทางเพื่อพักผ่อนและสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ในประเทศไทย การมอบสิทธิประโยชน์ที่สูงกว่าสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองรองไม่เพียงช่วยประหยัดภาษีได้มากขึ้น แต่ยังเป็นการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและสนับสนุนผู้ประกอบการในท้องถิ่นโดยตรง

เนื่องจากระยะเวลาของโครงการจะสิ้นสุดในวันที่ 15 ธันวาคม 2568 การดำเนินการอย่างรวดเร็วจึงเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ที่สนใจควรเริ่มวางแผนการเดินทาง ตรวจสอบรายชื่อจังหวัดและผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ และที่สำคัญที่สุดคือต้องเก็บรวบรวมใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบไว้เป็นหลักฐานเพื่อใช้ในการยื่นภาษีประจำปีในช่วงต้นปีถัดไป การเตรียมความพร้อมที่ดีจะทำให้สามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้ได้อย่างเต็มศักยภาพ

สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่กำลังมองหาผู้ผลิตเสื้อผ้าคุณภาพเพื่อกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อทีมสำหรับท่องเที่ยว เสื้อกีฬา หรือเสื้อสำหรับพนักงาน แบรนด์ KDC SPORT คือผู้เชี่ยวชาญด้านการรับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อผ้ากีฬา และเสื้อองค์กร เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย นอกจากนี้ยังรับผลิตเสื้อผ้าให้กับแบรนด์อื่นๆ อีกมากมาย หากสนใจสามารถ ติดต่อเรา เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ที่อยู่ของเรา
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000

เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
094-295-9898

สั่งเสื้อ

กุมภาพันธ์ 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
232425262728  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ