เที่ยวเกาะปี 2569 ต้องจ่ายเพิ่ม? ภาษีท่องเที่ยวสีเขียวคืออะไร
ประเด็นคำถามที่ว่า เที่ยวเกาะปี 2569 ต้องจ่ายเพิ่ม? ภาษีท่องเที่ยวสีเขียวคืออะไร ได้สร้างความสนใจและข้อสงสัยในหมู่นักท่องเที่ยวจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลที่มีอยู่ ณ ปัจจุบัน ยังไม่มีการยืนยันถึงการเรียกเก็บภาษีดังกล่าวเพิ่มเติมสำหรับการท่องเที่ยวเกาะในปี 2569 ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว ซึ่งเน้นการให้สิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีแก่นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเดินทางในเมืองรอง ซึ่งรวมถึงจังหวัดที่มีเกาะสวยงามหลายแห่ง
ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ
- จากข้อมูลปัจจุบัน ยังไม่มีนโยบายที่ระบุชัดเจนว่านักท่องเที่ยวจะต้องจ่าย “ภาษีท่องเที่ยวสีเขียว” เพิ่มเติมสำหรับการเที่ยวเกาะในปี 2569
- รัฐบาลได้อนุมัติมาตรการ “ลดหย่อนภาษี” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ไม่ใช่การเก็บเพิ่ม
- นักท่องเที่ยวบุคคลธรรมดาสามารถใช้สิทธิลดหย่อนค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวได้สูงสุด 30,000 บาท โดยมีเงื่อนไขแตกต่างกันระหว่างเมืองหลักและเมืองรอง
- แนวคิด “ภาษีท่องเที่ยวสีเขียว” หรือค่าธรรมเนียมสีเขียว มีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่ยังไม่มีรายละเอียดการบังคับใช้ที่ชัดเจนสำหรับปี 2569
- การเลือกเดินทางไปยังเกาะที่ตั้งอยู่ในจังหวัดเมืองรองจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสูงกว่าการเที่ยวในเมืองหลัก
ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านการท่องเที่ยว หลายคนอาจเกิดความสับสนว่าการวางแผน เที่ยวเกาะปี 2569 ต้องจ่ายเพิ่ม? ภาษีท่องเที่ยวสีเขียวคืออะไร และจะส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางอย่างไร บทความนี้จะชี้แจงข้อเท็จจริงจากข้อมูลนโยบายของภาครัฐ เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนได้อย่างถูกต้องและเข้าใจถึงสิทธิประโยชน์ที่ตนเองจะได้รับ แท้จริงแล้ว สถานการณ์ปัจจุบันกลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม คือแทนที่จะมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น นักท่องเที่ยวกลับมีโอกาสได้รับสิทธิในการลดหย่อนภาษี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศ
ไขข้อข้องใจ: สรุปแล้วปี 2569 เที่ยวเกาะต้องจ่ายเพิ่มจริงหรือ?
คำถามนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่รักการเดินทางและกำลังวางแผนสำหรับวันหยุดพักผ่อนในปี 2569 ข้อมูลที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดอาจมาจากการตีความคำว่า “ภาษีท่องเที่ยว” ซึ่งมักถูกมองว่าเป็นการเก็บเงินเพิ่ม อย่างไรก็ตาม มาตรการล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในปี 2569 นั้น เน้นไปที่การ “ลดหย่อนภาษี” เพื่อจูงใจให้เกิดการเดินทางและใช้จ่ายภายในประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ 55 จังหวัดเมืองรอง
ดังนั้น คำตอบที่ชัดเจนจากข้อมูล ณ ปัจจุบันคือ ไม่มี การเรียกเก็บภาษีเพิ่มเติมสำหรับการเที่ยวเกาะในปี 2569 ในทางกลับกัน นักท่องเที่ยวสามารถใช้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐเพื่อลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของตนเองได้ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและนักเดินทางทุกคน การทำความเข้าใจในรายละเอียดของมาตรการเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด
มาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว: ยิ่งเที่ยว ยิ่งได้ลดหย่อน
รัฐบาลได้อนุมัติแพ็กเกจกระตุ้นการท่องเที่ยวรวม 5 มาตรการ โดยมีหัวใจสำคัญคือการให้สิทธิลดหย่อนภาษีแก่ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล เพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้จ่ายในภาคการท่องเที่ยวทั่วประเทศ โดยเฉพาะการสนับสนุนให้เกิดการเดินทางไปยังเมืองรอง
สำหรับบุคคลธรรมดา: สิทธิประโยชน์จากการท่องเที่ยว
มาตรการที่ส่งผลโดยตรงต่อนักท่องเที่ยวทั่วไป คือสิทธิในการนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไขที่น่าสนใจดังนี้
- วงเงินลดหย่อนสูงสุด: สามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30,000 บาท
- เงื่อนไขการใช้จ่าย:
- การท่องเที่ยวในเมืองรอง (55 จังหวัด): ค่าใช้จ่ายด้านที่พัก, โฮมสเตย์, ร้านอาหาร, และบริการนำเที่ยว สามารถนำมาคำนวณลดหย่อนได้ 1.5 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
- การท่องเที่ยวในเมืองหลักและพื้นที่อื่น: ค่าใช้จ่ายประเภทเดียวกัน สามารถนำมาคำนวณลดหย่อนได้ 1 เท่าของค่าใช้จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท
- ประเภทของหลักฐาน:
- สำหรับวงเงิน 10,000 บาทแรก สามารถใช้ใบกำกับภาษีแบบกระดาษ หรือใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice)
- สำหรับวงเงิน 10,000 บาทถัดไป จำเป็นต้องใช้ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) เท่านั้น
- ระยะเวลาของมาตรการ: ครอบคลุมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม 2568 ถึง 15 ธันวาคม 2568 โดยมีบางส่วนขยายระยะเวลาถึง 31 มกราคม 2569 สำหรับหน่วยงานภาครัฐ
ตัวอย่างการคำนวณ: หากนักท่องเที่ยวจ่ายค่าที่พักในจังหวัดชุมพร (เมืองรอง) เป็นเงิน 6,000 บาท และค่าอาหารในกรุงเทพฯ (เมืองหลัก) 4,000 บาท จะสามารถนำมาคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีได้ดังนี้ (6,000 x 1.5) + (4,000 x 1) = 9,000 + 4,000 = 13,000 บาท
สำหรับนิติบุคคล: โอกาสทางธุรกิจจากการส่งเสริมการท่องเที่ยว
นอกจากการสนับสนุนนักท่องเที่ยวรายบุคคลแล้ว ภาครัฐยังส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและองค์กรต่างๆ จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากขึ้นผ่านสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับนิติบุคคล ซึ่งช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับที่ใหญ่ขึ้น
| มาตรการ | สิทธิประโยชน์ทางภาษี | ระยะเวลา |
|---|---|---|
| การจัดอบรม/สัมมนา | หักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับการจัดในเมืองรอง และ 1.5 เท่า สำหรับพื้นที่อื่น (ต้องใช้ e-Tax Invoice) | ตุลาคม 2568 – 31 มกราคม 2569 |
| การปรับปรุงโรงแรม | หักรายจ่ายจากการลงทุนปรับปรุงได้ 2 เท่า ของค่าใช้จ่ายจริง (ไม่รวมค่าซ่อมแซมบำรุง) | 29 ตุลาคม 2568 – 31 มีนาคม 2569 |
| การสนับสนุนสถานบันเทิง | ลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับสถานบันเทิง (ผับ, บาร์, ไนต์คลับ) จาก 10% เหลือ 5% | 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2569 |
ภาษีท่องเที่ยวสีเขียว (Green Tourism Tax) คืออะไรกันแน่?
แม้ว่าคำว่า “ภาษีท่องเที่ยวสีเขียว” จะยังไม่ถูกบังคับใช้กับการเที่ยวเกาะในปี 2569 แต่การทำความเข้าใจแนวคิดนี้เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
นิยามและแนวคิดพื้นฐาน
ภาษีท่องเที่ยวสีเขียว หรือที่อาจเรียกว่า “ค่าธรรมเนียมสีเขียว” (Green Fee) ไม่ใช่ภาษีทั่วไปที่นำรายได้เข้าระบบงบประมาณกลางของประเทศ แต่เป็นกลไกทางการเงินที่ออกแบบมาโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจง คือการนำรายได้ไปใช้ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ โดยตรง
แนวคิดหลักคือการให้ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ (นักท่องเที่ยว) มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการท่องเที่ยว เพื่อให้มั่นใจว่าความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยวนั้นจะยังคงอยู่ต่อไปสำหรับคนรุ่นหลัง ซึ่งแตกต่างจากภาษีโรงแรมหรือภาษีมูลค่าเพิ่มที่เก็บจากการใช้จ่ายทั่วไป
สถานะปัจจุบันและการบังคับใช้ในปี 2569
สำหรับประเทศไทยในปี 2569 ข้อมูลที่มีอยู่ยังไม่มีการระบุถึงรายละเอียดการบังคับใช้ อัตราการจัดเก็บ หรือพื้นที่เป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับภาษีท่องเที่ยวสีเขียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการท่องเที่ยวทางทะเลและหมู่เกาะ แนวคิดนี้ยังคงอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาและพิจารณาความเป็นไปได้ ดังนั้น นักท่องเที่ยวจึงยังไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับการจ่ายค่าธรรมเนียมส่วนนี้เพิ่มเติมในแผนการเดินทางปี 2569
วางแผนเที่ยวเกาะปี 2569 อย่างไรให้คุ้มค่า?
เมื่อทราบแล้วว่าไม่มีการเก็บภาษีเพิ่มและยังมีโอกาสลดหย่อนภาษีได้อีก การวางแผนอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้นักท่องเที่ยวได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการของภาครัฐ
เลือกเที่ยวเมืองรองเพื่อสิทธิประโยชน์สูงสุด
กุญแจสำคัญในการได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุดคือการเลือกเดินทางไปยัง “เมืองรอง” ทั้ง 55 จังหวัด ซึ่งหลายจังหวัดในภาคใต้และภาคตะวันออกมีเกาะที่สวยงามและน่าสนใจซ่อนอยู่มากมาย ตัวอย่างเช่น:
- จังหวัดชุมพร: หมู่เกาะชุมพร, เกาะพิทักษ์
- จังหวัดระนอง: เกาะพยาม, หมู่เกาะกำ
- จังหวัดตรัง: เกาะกระดาน, เกาะมุก, เกาะเชือก
- จังหวัดสตูล: หมู่เกาะตะรุเตา, เกาะหลีเป๊ะ, เกาะอาดัง-ราวี
- จังหวัดนครศรีธรรมราช: เกาะท่าไร่, เกาะนุ้ยนอก
การเลือกพักผ่อน ณ เกาะเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ได้สัมผัสกับธรรมชาติที่ยังคงความสมบูรณ์และวิถีชีวิตท้องถิ่นที่เรียบง่าย แต่ยังทำให้ค่าใช้จ่ายทุกบาททุกสตางค์ถูกนำไปคำนวณเพื่อลดหย่อนภาษีได้ถึง 1.5 เท่า
การเตรียมเอกสารเพื่อขอรับสิทธิลดหย่อน
เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษี การเตรียมและเก็บรักษาเอกสารหลักฐานเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวควรใส่ใจในรายละเอียดต่อไปนี้:
- ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ: ทุกครั้งที่ชำระค่าที่พัก ค่าอาหาร หรือค่าบริการนำเที่ยว ต้องแจ้งขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้เดินทางอย่างถูกต้อง
- ตรวจสอบว่าเป็น e-Tax Invoice หรือไม่: สอบถามผู้ประกอบการว่าสามารถออกใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice & e-Receipt) ได้หรือไม่ เนื่องจากมีความจำเป็นสำหรับวงเงินลดหย่อนส่วนที่เกิน 10,000 บาท
- เก็บรวบรวมหลักฐาน: รวบรวมใบกำกับภาษีทั้งหมดที่ได้รับระหว่างการเดินทางให้เป็นระเบียบ เพื่อความสะดวกในการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี
บทสรุป
โดยสรุปแล้ว ข้อกังวลที่ว่าการเที่ยวเกาะปี 2569 ต้องจ่ายเพิ่มเนื่องจากภาษีท่องเที่ยวสีเขียวนั้นไม่เป็นความจริงตามข้อมูลนโยบายล่าสุด ในทางตรงกันข้าม ปี 2569 กลับเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่จะออกเดินทางและได้รับประโยชน์จากการลดหย่อนภาษีผ่านโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ การทำความเข้าใจเงื่อนไขต่างๆ โดยเฉพาะการเลือกเดินทางไปยังจังหวัดเมืองรองและการเตรียมเอกสารให้พร้อม จะช่วยให้การพักผ่อนบนเกาะสวรรค์ของไทยเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าทั้งทางใจและทางการเงิน ส่วนแนวคิดเรื่องภาษีท่องเที่ยวสีเขียวนั้นเป็นเรื่องของอนาคตที่มุ่งสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งยังคงต้องติดตามรายละเอียดต่อไป
สำหรับองค์กรหรือแบรนด์ที่กำลังมองหาผู้ผลิตเสื้อผ้าคุณภาพเพื่อกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวหรืองานอีเวนต์ต่างๆ KDC SPORT พร้อมให้บริการรับผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าพิมพ์ลาย เสื้อกีฬา และเสื้อองค์กร ที่ตอบสนองทุกความต้องการ สามารถดูรายละเอียดและติดต่อเราได้โดยตรง
ที่อยู่ของเรา
888 หมู่ 26 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
094-295-9898


