Shopping cart

7 ที่เที่ยวเดือนตุลาคม ปลายฝนต้นหนาว ไปไหนดี?

สารบัญ

เมื่อสายฝนเริ่มบางเบาลงและลมหนาวพัดผ่านมาทักทาย เดือนตุลาคมจึงเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นฤดูท่องเที่ยวที่งดงามที่สุดช่วงหนึ่งของปี การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ 7 ที่เที่ยวเดือนตุลาคม ปลายฝนต้นหนาว ไปไหนดี? จึงกลายเป็นหัวข้อยอดนิยมสำหรับนักเดินทางที่ต้องการสัมผัสกับความเขียวขจีชุ่มฉ่ำของผืนป่า ผสานกับอากาศเย็นสบายและปรากฏการณ์ธรรมชาติอันน่าทึ่งอย่างทะเลหมอกที่ปกคลุมยอดดอย สร้างเป็นภาพทิวทัศน์ที่ยากจะลืมเลือน

  • เดือนตุลาคมเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูที่ธรรมชาติมีความสมบูรณ์และสวยงามที่สุด ทั้งป่าไม้ที่เขียวชอุ่มและทุ่งนาที่กลายเป็นสีทอง
  • สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในภาคเหนือเป็นจุดหมายหลักสำหรับการชมทะเลหมอกและสัมผัสอากาศเย็นสบาย
  • การวางแผนการเดินทางและจองที่พักล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเป็นช่วงที่ได้รับความนิยมสูง
  • การเดินทางในช่วงปลายฝนต้นหนาวอาจต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและเส้นทางที่ท้าทายในบางพื้นที่
  • นอกจากการชมวิวธรรมชาติแล้ว หลายสถานที่มีกิจกรรมทางวัฒนธรรมและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่น่าสนใจให้เรียนรู้

เดือนตุลาคมถือเป็นช่วงเวลาพิเศษที่เชื่อมต่อระหว่างความชุ่มฉ่ำของฤดูฝนและความหนาวเย็นที่กำลังจะมาเยือน ทำให้บรรยากาศโดยรวมเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนและฟื้นฟูพลังชีวิต นักท่องเที่ยวที่แสวงหาความสงบและต้องการหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง มักจะเลือกช่วงเวลานี้ในการออกเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย ซึ่งมีชื่อเสียงด้านทิวทัศน์ภูเขาที่สลับซับซ้อนและเป็นแหล่งกำเนิดของทะเลหมอกอันงดงาม ความสำคัญของการท่องเที่ยวในช่วงนี้ไม่เพียงแต่เป็นการชื่นชมความงามของธรรมชาติ แต่ยังเป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นผ่านการเข้าพักโฮมสเตย์และการอุดหนุนผลิตภัณฑ์ของชุมชนอีกด้วย

ทำความเข้าใจเสน่ห์ของการท่องเที่ยวปลายฝนต้นหนาว

ช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งโดยทั่วไปจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน มีลักษณะเฉพาะตัวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหลักคือสภาพอากาศที่เริ่มเย็นลงอย่างนุ่มนวล ไม่หนาวจัดจนเกินไป ทำให้สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้อย่างสบายตัว ขณะเดียวกัน ความชื้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่จากฤดูฝนเมื่อกระทบกับอากาศที่เย็นลงในช่วงเช้ามืด จะก่อให้เกิดปรากฏการณ์ “ทะเลหมอก” ที่หนาแน่นและสวยงามปกคลุมไปทั่วหุบเขาและยอดดอยต่าง ๆ กลายเป็นภาพที่นักเดินทางจำนวนมากใฝ่ฝันจะได้เห็นด้วยตาตนเอง นอกจากนี้ พืชพรรณและป่าไม้ในช่วงนี้ยังคงความเขียวขจีสดชื่นไว้ได้อย่างเต็มที่ สร้างความรู้สึกมีชีวิตชีวาและผ่อนคลายให้กับผู้มาเยือนได้อย่างดีเยี่ยม

7 สุดยอดจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดในเดือนตุลาคม

7 สุดยอดจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดในเดือนตุลาคม

เพื่อตอบคำถามว่าเดือนตุลาคมควรเดินทางไปที่ไหนดี การรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่มีศักยภาพสูงสุดในการมอบประสบการณ์ปลายฝนต้นหนาวที่ดีที่สุดจึงเป็นสิ่งจำเป็น สถานที่เหล่านี้ถูกคัดเลือกจากความโดดเด่นทางธรรมชาติ บรรยากาศ และกิจกรรมที่สอดคล้องกับฤดูกาล

1. บ้านป่าบงเปียง (เชียงใหม่) – อ้อมกอดแห่งนาขั้นบันไดสีทอง

บ้านป่าบงเปียง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่งดงามที่สุดสำหรับการชมนาขั้นบันได ในช่วงเดือนตุลาคม ต้นข้าวจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามพร้อมเก็บเกี่ยว ปกคลุมไหล่เขาเป็นชั้น ๆ อย่างสวยงามสุดสายตา ภาพของกระท่อมไม้ไผ่ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางรวงข้าวสีทองโดยมีม่านหมอกยามเช้าเป็นฉากหลัง คือเสน่ห์ที่ดึงดูดให้นักถ่ายภาพและผู้รักธรรมชาติเดินทางมาเยือนอย่างไม่ขาดสาย

การเข้าพักในโฮมสเตย์ของชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากจะได้สัมผัสกับทัศนียภาพที่งดงามอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังเป็นโอกาสอันดีในการเรียนรู้วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของชาวปกาเกอะญออีกด้วย

กิจกรรมหลักที่นี่คือการเดินเล่นไปตามคันนา ถ่ายภาพทิวทัศน์ที่เปลี่ยนแปลงไปตามแสงในแต่ละช่วงของวัน และตื่นเช้ามาเพื่อรอชมทะเลหมอกที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือผืนนา เป็นประสบการณ์ที่ช่วยเยียวยาจิตใจได้อย่างแท้จริง การเดินทางมายังบ้านป่าบงเปียงอาจค่อนข้างท้าทายเนื่องจากเป็นเส้นทางขึ้นเขา แต่ความงดงามที่รออยู่ปลายทางนั้นคุ้มค่ากับการเดินทางอย่างแน่นอน

2. ดอยเสมอดาว (น่าน) – นอนนับดาวกลางทะเลหมอก

ดอยเสมอดาว ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน มีชื่อเสียงจากความสามารถในการมอบประสบการณ์สองรูปแบบที่แตกต่างกันในหนึ่งเดียว ในยามค่ำคืน ท้องฟ้าที่เปิดโล่งและปราศจากมลภาวะทางแสงทำให้ที่นี่เป็นจุดชมดาวที่ชัดเจนและสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของไทย จนได้รับสมญานามว่า “ดอยเสมอดาว” ส่วนในยามเช้า เมื่อพระอาทิตย์เริ่มทอแสง นักท่องเที่ยวจะตื่นขึ้นมาพบกับทะเลหมอกที่แผ่กว้าง ปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง โดยมีแนวสันเขาของแม่น้ำน่านที่คดเคี้ยวเป็นฉากประกอบ

นักท่องเที่ยวนิยมมากางเต็นท์พักแรมบนลานกางเต็นท์ของอุทยานฯ เพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศทั้งกลางวันและกลางคืนได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ บริเวณใกล้เคียงยังมี “ผาหัวสิงห์” ซึ่งเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่งดงามอีกแห่งหนึ่ง ดอยเสมอดาวจึงเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติทั้งบนท้องฟ้าและบนผืนดิน

3. ปางอุ๋ง (แม่ฮ่องสอน) – สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยในสายหมอก

โครงการพระราชดำริปางตอง 2 หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ปางอุ๋ง” เป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์งดงามราวกับภาพวาด ด้วยภาพของอ่างเก็บน้ำกว้างใหญ่ที่รายล้อมด้วยทิวสนสองใบและสนสามใบที่เรียงรายอยู่ริมน้ำ ในช่วงเช้าของเดือนตุลาคม อากาศที่เย็นลงจะทำให้เกิดไอหมอกลอยละล่องเหนือผิวน้ำ สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและเงียบสงบ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย”

กิจกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือการล่องแพไม้ไผ่ชมทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำในยามเช้า ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ไอหมอกยังคงปกคลุมอยู่หนาแน่น การได้เห็นแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบผิวน้ำและสายหมอก เป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง นอกจากนี้ บริเวณรอบอ่างเก็บน้ำยังมีจุดให้กางเต็นท์พักแรมสำหรับผู้ที่ต้องการซึมซับบรรยากาศอย่างเต็มที่

4. ภูชี้ฟ้า (เชียงราย) – สัมผัสแสงแรกของวันเหนือม่านหมอก

ภูชี้ฟ้า ในพื้นที่วนอุทยานภูชี้ฟ้า จังหวัดเชียงราย เป็นหนึ่งในจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่โด่งดังและเป็นที่รู้จักมากที่สุดในประเทศไทย เอกลักษณ์ของที่นี่คือหน้าผาหินที่ยื่นแหลมออกไปในอากาศคล้ายกับการชี้นิ้วขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “ภูชี้ฟ้า” จากยอดภู นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของทะเลหมอกที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา โดยมีเทือกเขาในฝั่งประเทศลาวเป็นฉากหลัง

การเดินทางขึ้นไปยังยอดภูชี้ฟ้าจะต้องเดินเท้าต่อจากลานจอดรถขึ้นไปประมาณ 700 เมตร ซึ่งเป็นระยะทางที่พอให้ได้ออกกำลังกายในตอนเช้าตรู่ ความเหนื่อยล้าจะหายไปทันทีเมื่อได้เห็นภาพพระอาทิตย์ที่ค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้า สาดแสงสีทองลงบนทะเลหมอกสีขาวโพลน เป็นภาพที่สร้างแรงบันดาลใจและเป็นรางวัลสำหรับการตื่นเช้า

5. ภูทับเบิก (เพชรบูรณ์) – ชมทะเลหมอกสุดอลังการและไร่กะหล่ำปลี

ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัด และเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง ที่นี่มีชื่อเสียงด้านการทำไร่กะหล่ำปลีที่กว้างใหญ่ไพศาล ซึ่งจะปลูกลดหลั่นไปตามไหล่เขา ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ไร่กะหล่ำปลีจะเขียวขจีตัดกับสีของท้องฟ้าและทะเลหมอกยามเช้าได้อย่างลงตัว ด้วยความสูงและภูมิประเทศที่เป็นแอ่งกระทะ ภูทับเบิกจึงเป็นจุดที่สามารถชมทะเลหมอกได้อย่างอลังการและมักจะปรากฏให้เห็นบ่อยครั้ง

จุดชมวิวที่หอดูดาวและวัดป่าภูทับเบิกเป็นจุดที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในการชมทะเลหมอก 360 องศา ที่พักและรีสอร์ทจำนวนมากได้ถูกสร้างขึ้นบนยอดเขาเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการตื่นมาพบกับวิวทะเลหมอกได้จากหน้าห้องพัก ภูทับเบิกจึงเป็นจุดหมายที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายควบคู่ไปกับการชมธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่

6. ดอยทูเล (ตาก) – พิชิตขุนเขาและทะเลหมอกสุดอันซีน

สำหรับนักเดินทางสายผจญภัย ดอยทูเล หรือ ดอยทู่เล ในอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก คือคำตอบที่ใช่ ที่นี่เป็นยอดดอยที่ยังคงความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ และการเดินทางขึ้นไปพิชิตต้องอาศัยการเดินป่าและพละกำลังพอสมควร แต่สิ่งที่รออยู่บนยอดเขานั้นคือทุ่งหญ้าสีทองที่แผ่กว้างบนสันเขา และทิวทัศน์ของทะเลหมอกที่หนาแน่นราวกับปุยนุ่น ซึ่งถือเป็นรางวัลอันล้ำค่าสำหรับผู้พิชิต

เดือนตุลาคมเป็นช่วงที่ทุ่งหญ้าบนดอยทูเลจะเปลี่ยนเป็นสีทองอร่ามสวยงามที่สุด ตัดกับสีเขียวของป่าสนและสีขาวของทะเลหมอกได้อย่างน่าอัศจรรย์ การเดินทางมาที่นี่จำเป็นต้องติดต่อผู้นำทางและลูกหาบในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอดการเดินทาง ดอยทูเลมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงผจญภัยที่น่าจดจำและแตกต่างจากที่อื่น

7. ภูลังกา (พะเยา) – มหัศจรรย์ภูผาหินปูนกลางสายหมอก

วนอุทยานภูลังกา จังหวัดพะเยา โดดเด่นด้วยทิวทัศน์ของภูเขาหินปูนรูปทรงแปลกตาที่โผล่พ้นขึ้นมาจากทะเลหมอกในยามเช้า โดยมีไฮไลท์คือ “ภูเทวดา” และ “สันปันน้ำ” ที่เป็นจุดชมวิวหลัก ภาพของกลุ่มหมอกที่ไหลเอื่อยผ่านยอดเขาหินปูน ทำให้เกิดเป็นทัศนียภาพที่ดูราวกับดินแดนในเทพนิยาย

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ภูลังกาได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีร้านกาแฟและที่พักหลายแห่งเปิดให้บริการโดยชูจุดขายคือวิวทะเลหมอกที่สามารถมองเห็นได้จากที่พัก การได้นั่งจิบกาแฟอุ่น ๆ ในยามเช้าพร้อมกับชมภาพภูเขาหินปูนที่ค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้นจากม่านหมอก เป็นหนึ่งในประสบการณ์การเที่ยวหน้าฝนและปลายฝนต้นหนาวที่น่าประทับใจ และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเป็นหนึ่งในจุดหมายของแผนการชมทะเลหมอก 2568 (2025)

เปรียบเทียบจุดเด่นของแต่ละสถานที่ท่องเที่ยว

เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบุคคล การเปรียบเทียบจุดเด่นของทั้ง 7 สถานที่จึงเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

ตารางสรุปเปรียบเทียบ 7 ที่เที่ยวเดือนตุลาคมช่วงปลายฝนต้นหนาว
สถานที่ จังหวัด จุดเด่น กิจกรรมแนะนำ
บ้านป่าบงเปียง เชียงใหม่ นาขั้นบันไดสีทองและทะเลหมอกยามเช้า พักโฮมสเตย์, ถ่ายภาพ, เดินชมนาข้าว
ดอยเสมอดาว น่าน ชมดาวกลางคืนและทะเลหมอกยามเช้า กางเต็นท์, ดูดาว, ชมพระอาทิตย์ขึ้น
ปางอุ๋ง แม่ฮ่องสอน อ่างเก็บน้ำในสายหมอกและทิวสน ล่องแพไม้ไผ่, ตั้งแคมป์, เดินเล่นริมอ่างเก็บน้ำ
ภูชี้ฟ้า เชียงราย หน้าผาที่เป็นเอกลักษณ์และทะเลหมอกสุดไกล เดินขึ้นยอดภู, ชมพระอาทิตย์ขึ้น, ถ่ายภาพ
ภูทับเบิก เพชรบูรณ์ ทะเลหมอก 360 องศาและไร่กะหล่ำปลี ชมวิวจากจุดสูงสุด, พักรีสอร์ท, แวะคาเฟ่
ดอยทูเล ตาก ทุ่งหญ้าสีทองบนสันเขาและทะเลหมอกหนาแน่น เดินป่า, ตั้งแคมป์, ชมวิวแบบผจญภัย
ภูลังกา พะเยา ภูเขาหินปูนท่ามกลางทะเลหมอก จิบกาแฟชมวิว, ถ่ายภาพ, พักผ่อน

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอื่น ๆ ในช่วงปลายฝนต้นหนาว

นอกเหนือจาก 7 จุดหมายหลักที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่น่าสนใจและเหมาะกับการเดินทางในช่วงเดือนตุลาคมเช่นกัน อาทิ:

  • บ้านแม่กำปอง (เชียงใหม่): หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาที่มีลำธารไหลผ่าน มีอากาศเย็นสบายตลอดปีและมีโฮมสเตย์น่ารัก ๆ ให้บริการจำนวนมาก
  • สวนป่าดอยบ่อหลวง (เชียงใหม่): ที่พักขององค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ที่มีบ้านพักทรง A-Frame ตั้งอยู่ท่ามกลางป่าสน ให้บรรยากาศเหมือนอยู่ต่างประเทศ
  • บ้านอีต่อง-เหมืองปิล็อก (กาญจนบุรี): หมู่บ้านเล็ก ๆ ในสายหมอกที่เคยเป็นเหมืองแร่ในอดีต บรรยากาศเงียบสงบและมีเสน่ห์เฉพาะตัว
  • สะพานมอญ (กาญจนบุรี): แม้จะไม่ได้อยู่ภาคเหนือ แต่บรรยากาศยามเช้าที่สะพานมอญในช่วงปลายฝนต้นหนาวก็มีสายหมอกบาง ๆ ลอยเหนือแม่น้ำซองกาเลียอย่างสวยงาม
  • เขาช่องลม (นครนายก): แหล่งท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่ในช่วงปลายฝนน้ำในเขื่อนจะยังคงมีระดับสูง สามารถล่องเรือเข้าไปชมธรรมชาติที่เขียวขจีและน้ำตกที่สวยงามได้

การเตรียมตัวสำหรับการเดินทางช่วงปลายฝนต้นหนาว

การเดินทางในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูจำเป็นต้องมีการเตรียมตัวที่ดีเพื่อให้การท่องเที่ยวราบรื่นและปลอดภัย ข้อควรพิจารณาหลัก ๆ ได้แก่:

  1. การแต่งกาย: ควรเตรียมเสื้อผ้าที่สามารถใส่เป็นชั้น ๆ (Layer) ได้ เนื่องจากอากาศในตอนกลางวันอาจจะยังร้อน แต่จะเย็นลงมากในตอนกลางคืนและเช้ามืด เสื้อกันหนาวบาง ๆ หรือเสื้อฟลีซ, เสื้อกันฝนแบบพกพา และเสื้อแขนยาวเป็นสิ่งที่ควรมีติดกระเป๋าไป
  2. รองเท้า: เลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายและเหมาะกับการเดิน โดยเฉพาะหากมีแผนจะเดินป่าหรือเดินขึ้นยอดดอย ควรเป็นรองเท้าที่มีดอกยางยึดเกาะพื้นได้ดี
  3. การจองที่พักและยานพาหนะ: เดือนตุลาคมเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเริ่มเดินทางกันมากขึ้น ควรจองที่พักล่วงหน้า โดยเฉพาะในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสภาพเส้นทางและเลือกรถยนต์ที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ
  4. อุปกรณ์จำเป็นอื่น ๆ: ยาสามัญประจำตัว, ยาทากันยุงและแมลง, ไฟฉาย (สำหรับการเดินในที่มืด), และพาวเวอร์แบงค์ เป็นอุปกรณ์ที่ควรเตรียมให้พร้อม

บทสรุป: เปิดประสบการณ์การเดินทางครั้งใหม่ในเดือนตุลาคม

เดือนตุลาคมเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติมอบของขวัญอันล้ำค่าให้กับประเทศไทย การเดินทางในช่วงปลายฝนต้นหนาวไม่เพียงแต่จะได้พบกับอากาศที่เย็นสบาย แต่ยังเป็นโอกาสที่จะได้เห็นความงดงามของทะเลหมอก ความเขียวขจีของป่าเขา และความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณ ทั้ง 7 สถานที่ที่แนะนำมานั้นล้วนมีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ทุ่งนาสีทองของบ้านป่าบงเปียงไปจนถึงยอดเขาหินปูนของภูลังกา การเลือกเดินทางไปยังสถานที่เหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นการพักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังเป็นการสร้างความทรงจำและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ดังนั้น จึงควรเริ่มวางแผนการเดินทางเพื่อออกไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติด้วยตนเองในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปี

สั่งเสื้อ

ธันวาคม 2025
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031