Shopping cart

ครม. เคาะ! เที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษี 68 เริ่ม ต.ค. นี้

สารบัญ

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวครั้งสำคัญ โดยประกาศให้การท่องเที่ยวเมืองรองสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้สำหรับปี 2568 ซึ่งเป็นข่าวที่ได้รับการจับตามองจากทั้งภาคประชาชนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อกระจายรายได้และส่งเสริมการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีศักยภาพแต่ยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้างเท่าเมืองหลัก

  • มาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรองมีผลบังคับใช้สำหรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม พ.ศ. 2568
  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสามารถนำค่าใช้จ่ายมาหักลดหย่อนได้ตามจริงสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท
  • โครงการนี้ครอบคลุม 55 จังหวัดที่ถูกกำหนดให้เป็นเมืองรอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ดังกล่าวโดยเฉพาะ
  • ค่าใช้จ่ายที่สามารถลดหย่อนได้ต้องมาจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้
  • วัตถุประสงค์หลักคือการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก, กระจายความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

มาตรการ ครม. เคาะ! เที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษี 68 เริ่ม ต.ค. นี้ นับเป็นเครื่องมือเชิงนโยบายที่รัฐบาลนำมาใช้เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย โครงการนี้ออกแบบมาเพื่อจูงใจให้เกิดการใช้จ่ายและการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความคึกคักให้กับเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่นของจังหวัดเมืองรอง ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงสู่ชุมชนโดยตรง

ภาพรวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยว

ครม. เคาะ! เที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษี 68 เริ่ม ต.ค. นี้ - thailand-secondary-cities-tax-deduction-2025

การอนุมัติมาตรการลดหย่อนภาษีจากการท่องเที่ยวเมืองรองครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามของภาครัฐในการใช้นโยบายการคลังเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจแบบมุ่งเป้า โดยเล็งเห็นว่าการท่องเที่ยวยังคงเป็นเครื่องยนต์หลักที่สามารถสร้างรายได้และกระจายผลประโยชน์ไปยังภาคส่วนต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ มาตรการนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการลดภาระทางภาษีให้กับประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศให้มีความสมดุลและยั่งยืนมากขึ้น

กลุ่มเป้าหมายหลักของมาตรการนี้คือผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มคนวัยทำงานและครอบครัวที่มีกำลังซื้อและมีความสนใจในการแสวงหาประสบการณ์การท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ๆ ที่แตกต่างไปจากการเดินทางไปยังเมืองหลักที่คุ้นเคย การกำหนดช่วงเวลาดำเนินโครงการในไตรมาสสุดท้ายของปี (ตุลาคม-ธันวาคม 2568) ถือเป็นการกระตุ้นการตัดสินใจเดินทางในช่วงวันหยุดยาวปลายปี ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการในพื้นที่เมืองรองมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

เจาะลึกรายละเอียดมาตรการลดหย่อนภาษี

เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการนี้ได้อย่างเต็มที่ การทำความเข้าใจในรายละเอียดและเงื่อนไขต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในฝั่งของนักท่องเที่ยวผู้ใช้สิทธิ์และผู้ประกอบการในพื้นที่เมืองรองที่เข้าร่วมโครงการ

วงเงินและประเภทค่าใช้จ่ายที่เข้าร่วม

มาตรการกำหนดวงเงินลดหย่อนสูงสุดไว้ที่ 15,000 บาทต่อคน โดยคำนวณจากค่าใช้จ่ายตามจริงที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวใน 55 จังหวัดเมืองรองที่กำหนด ค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ครอบคลุมบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวโดยตรง ได้แก่:

  • ค่าที่พัก: ค่าใช้จ่ายสำหรับโรงแรม, รีสอร์ท, โฮมสเตย์ หรือที่พักอื่น ๆ ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและสามารถออกใบกำกับภาษีได้
  • ค่าบริการนำเที่ยวและแพ็กเกจทัวร์: ค่าใช้จ่ายที่ชำระให้กับบริษัทนำเที่ยวที่จดทะเบียนถูกต้อง สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวภายในจังหวัดเมืองรอง
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม: เฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในร้านอาหารหรือภัตตาคารที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ไม่รวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์)
  • ค่าซื้อสินค้า OTOP: การซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและสามารถออกใบกำกับภาษีได้
  • ค่าบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง: เช่น ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว, ค่ากิจกรรมเชิงวัฒนธรรม หรือค่าเช่ายานพาหนะในท้องถิ่น (ต้องตรวจสอบเงื่อนไขจากผู้ให้บริการ)

ข้อควรทราบ: ค่าใช้จ่ายบางประเภท เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน (หากไม่ได้รวมอยู่ในแพ็กเกจทัวร์ของผู้ประกอบการในเมืองรอง), ค่าของฝากจากร้านค้าทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียน, และค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่นๆ อาจไม่สามารถนำมาลดหย่อนได้ จึงควรตรวจสอบกับผู้ให้บริการก่อนชำระเงินเสมอ

เงื่อนไขและเอกสารประกอบการใช้สิทธิ์

การใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขและเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อยื่นประกอบการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี 2568 ซึ่งจะยื่นในช่วงต้นปี 2569

  1. ผู้มีสิทธิ์: ต้องเป็นผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่รวมห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล
  2. ช่วงเวลาการใช้จ่าย: ค่าใช้จ่ายต้องเกิดขึ้นและชำระเงินระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 เท่านั้น
  3. หลักฐานสำคัญ: เอกสารที่ต้องเก็บรวบรวมคือ ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ (Tax Invoice) ทั้งในรูปแบบกระดาษและอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) ที่ระบุชื่อ-นามสกุล และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ใช้สิทธิ์อย่างชัดเจน
  4. คุณสมบัติผู้ประกอบการ: ผู้รับเงินหรือผู้ให้บริการต้องเป็นผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และดำเนินกิจการในพื้นที่จังหวัดเมืองรองตามที่ประกาศ

ดังนั้น นักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้สิทธิ์จะต้องแจ้งความประสงค์ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบจากผู้ให้บริการทุกครั้ง และตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลก่อนออกจากสถานประกอบการนั้นๆ

นิยามของ “เมืองรอง” และจังหวัดที่เข้าร่วมโครงการ

คำว่า “เมืองรอง” กลายเป็นคำศัพท์ที่คุ้นเคยในแวดวงการท่องเที่ยวไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ความหมายและหลักเกณฑ์ในการกำหนดจังหวัดเหล่านี้มีความสำคัญต่อการดำเนินมาตรการนี้

หลักเกณฑ์การพิจารณาเมืองรอง

โดยทั่วไปแล้ว “เมืองรอง” หมายถึง จังหวัดที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปเยือนไม่มากเท่ากับ “เมืองหลัก” (เช่น กรุงเทพฯ, ภูเก็ต, ชลบุรี, เชียงใหม่) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์เชิงปริมาณ โดยพิจารณาจากจำนวนผู้มาเยือนในแต่ละปี จังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น ต่ำกว่า 6 ล้านคนต่อปี) จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มเมืองรอง

อย่างไรก็ตาม แนวคิดของเมืองรองไม่ได้มีเพียงมิติด้านจำนวนนักท่องเที่ยว แต่ยังรวมถึงศักยภาพด้านการท่องเที่ยวที่โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์, วัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์, ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวชุมชนที่ยังไม่ถูกค้นพบในวงกว้าง มาตรการนี้จึงเป็นโอกาสในการนำเสนอเสน่ห์ของจังหวัดเหล่านี้ให้เป็นที่ประจักษ์ต่อนักท่องเที่ยวชาวไทย

รายชื่อ 55 จังหวัดเมืองรอง

โครงการนี้ครอบคลุมพื้นที่ 55 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ดังนี้:

  • ภาคเหนือ (16 จังหวัด): เชียงราย, พิษณุโลก, ตาก, เพชรบูรณ์, นครสวรรค์, สุโขทัย, ลำพูน, อุตรดิตถ์, ลำปาง, แม่ฮ่องสอน, พิจิตร, แพร่, น่าน, กำแพงเพชร, อุทัยธานี, พะเยา
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (18 จังหวัด): อุดรธานี, อุบลราชธานี, หนองคาย, เลย, มุกดาหาร, บุรีรัมย์, ชัยภูมิ, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, สกลนคร, นครพนม, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, บึงกาฬ, กาฬสินธุ์, ยโสธร, หนองบัวลำภู, อำนาจเจริญ
  • ภาคกลางและภาคตะวันออก (12 จังหวัด): ลพบุรี, สุพรรณบุรี, นครนายก, สระแก้ว, ตราด, จันทบุรี, ราชบุรี, สมุทรสงคราม, ปราจีนบุรี, ชัยนาท, อ่างทอง, สิงห์บุรี
  • ภาคใต้ (9 จังหวัด): นครศรีธรรมราช, พัทลุง, ตรัง, สตูล, ชุมพร, ระนอง, นราธิวาส, ยะลา, ปัตตานี

ผลกระทบที่คาดหวังจากมาตรการต่อระบบเศรษฐกิจ

มาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรองถูกคาดหวังว่าจะสร้างผลกระทบเชิงบวกในหลายมิติ ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขเม็ดเงินที่หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ แต่ยังรวมถึงการพัฒนาเชิงโครงสร้างในระยะยาว

การกระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

หัวใจสำคัญของมาตรการนี้คือการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวที่เคยกระจุกตัวอยู่ในเมืองหลัก ไปยังผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนในพื้นที่เมืองรอง เมื่อนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นค่าที่พัก, ค่าอาหาร, ค่าของที่ระลึก หรือค่าบริการต่างๆ เม็ดเงินเหล่านี้จะถูกส่งตรงไปยังเจ้าของธุรกิจในท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก ลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ระหว่างเมืองหลักและเมืองรอง และส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ช่วยลดปัญหาการย้ายถิ่นฐานเข้ามาทำงานในเมืองใหญ่

การเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์การท่องเที่ยวไทย

ในระยะยาว มาตรการนี้จะช่วยสร้างการรับรู้และกระแสความนิยมในการท่องเที่ยวเมืองรองให้เพิ่มสูงขึ้น เมื่อนักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าประทับใจ ก็จะเกิดการบอกต่อและกลับมาเยือนอีกครั้ง สิ่งนี้จะนำไปสู่การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและบริการใหม่ๆ ในพื้นที่ ทำให้เกิดความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวในภาพรวมของประเทศ นอกจากนี้ยังช่วยลดปัญหาความแออัด (Overtourism) ในเมืองหลัก ซึ่งส่งผลกระทบต่อทั้งทรัพยากรธรรมชาติและประสบการณ์ของนักท่องเที่ยว การส่งเสริมเมืองรองจึงเป็นแนวทางสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน (Sustainable Tourism) มากขึ้น

เปรียบเทียบมาตรการและข้อควรพิจารณาสำหรับผู้ประกอบการ

การทำความเข้าใจความแตกต่างของมาตรการนี้กับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอื่นๆ ในอดีต จะช่วยให้เห็นภาพยุทธศาสตร์ของภาครัฐได้ชัดเจนยิ่งขึ้น และเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการเตรียมความพร้อม

ตารางเปรียบเทียบมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยวเมืองรองปี 2568 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในอดีต
คุณลักษณะ เที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษี (2568) มาตรการช้อปดีมีคืน (ทั่วไป)
วัตถุประสงค์หลัก กระตุ้นการท่องเที่ยวและกระจายรายได้สู่เมืองรองโดยเฉพาะ กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศโดยรวม
ประเภทค่าใช้จ่าย จำกัดเฉพาะค่าบริการท่องเที่ยวและสินค้า OTOP ใน 55 จังหวัดเมืองรอง ครอบคลุมสินค้าและบริการทั่วไปจากร้านค้าที่จดทะเบียน VAT ทั่วประเทศ
กลุ่มเป้าหมายเชิงพื้นที่ ผู้ประกอบการใน 55 จังหวัดเมืองรอง ผู้ประกอบการทั่วประเทศ
ผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและสร้างสมดุลการท่องเที่ยว เพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจภาพรวมในระยะสั้น

ความท้าทายและการเตรียมความพร้อม

สำหรับผู้ประกอบการในเมืองรอง มาตรการนี้นับเป็นโอกาสทางธุรกิจครั้งสำคัญ แต่ก็มาพร้อมกับความท้าทายที่ต้องเตรียมรับมือ:

  • การเข้าระบบภาษี: ผู้ประกอบการที่พัก, ร้านอาหาร และร้านค้าที่ยังไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ควรพิจารณาดำเนินการให้ถูกต้อง เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้สิทธิ์
  • ระบบการออกใบกำกับภาษี: ต้องมีความพร้อมในการออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง รวมถึงการรองรับระบบ e-Tax Invoice ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว
  • การยกระดับมาตรฐานบริการ: เมื่อคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น การรักษาและพัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อสร้างความประทับใจและกระตุ้นให้เกิดการกลับมาใช้บริการซ้ำ
  • การตลาดและการประชาสัมพันธ์: ผู้ประกอบการควรใช้โอกาสนี้ในการโปรโมทธุรกิจของตนเอง โดยชูจุดเด่นเรื่องการเข้าร่วมโครงการลดหย่อนภาษี เพื่อดึงดูดการตัดสินใจของนักท่องเที่ยว

แนวทางสำหรับนักท่องเที่ยวเพื่อการใช้สิทธิ์อย่างเต็มประสิทธิภาพ

เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้รับประโยชน์สูงสุดจากมาตรการนี้ การวางแผนอย่างเป็นระบบเป็นสิ่งที่จำเป็น

ขั้นตอนการวางแผนและการเก็บหลักฐาน

  1. ตรวจสอบรายชื่อจังหวัด: เริ่มต้นด้วยการเลือกจุดหมายปลายทางจากรายชื่อ 55 จังหวัดเมืองรองที่ประกาศ
  2. วางแผนการเดินทาง: กำหนดช่วงเวลาเดินทางให้อยู่ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568
  3. เลือกผู้ให้บริการ: ก่อนทำการจองที่พักหรือซื้อบริการ ควรสอบถามผู้ประกอบการก่อนว่าสามารถออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบได้หรือไม่
  4. แจ้งขอเอกสารทุกครั้ง: เมื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการ ต้องแจ้งขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบทันที โดยระบุข้อมูลส่วนตัว (ชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลัก) ให้ถูกต้องครบถ้วน
  5. ตรวจสอบความถูกต้อง: ตรวจทานข้อมูลบนใบกำกับภาษีทุกครั้ง ทั้งชื่อผู้ขาย, ชื่อผู้ซื้อ, วันที่, และจำนวนเงิน ว่าตรงกับการใช้จ่ายจริงหรือไม่
  6. รวบรวมและจัดเก็บ: เก็บรักษาใบกำกับภาษีทั้งหมดไว้อย่างเป็นระบบ เพื่อความสะดวกในการรวบรวมยอดค่าใช้จ่ายและยื่นภาษีในช่วงต้นปีถัดไป

บทสรุปและทิศทางการท่องเที่ยวยุคใหม่

มาตรการ ครม. เคาะ! เที่ยวเมืองรองลดหย่อนภาษี 68 เริ่ม ต.ค. นี้ ถือเป็นนโยบายที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศได้อย่างตรงจุดและมีเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่เพียงแต่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานให้กับการท่องเที่ยวของไทยในระยะยาว ให้เติบโตไปในทิศทางที่มีความสมดุลและยั่งยืนมากขึ้น การส่งเสริมให้คนไทยออกเดินทางไปสัมผัสความงดงามและเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในเมืองรอง เป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ พร้อมกับเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชนให้เติบโตอย่างเข้มแข็ง

ดังนั้น สำหรับผู้ที่กำลังวางแผนการเดินทางในช่วงปลายปี 2568 การพิจารณาเลือกหนึ่งใน 55 จังหวัดเมืองรองเป็นจุดหมายปลายทาง ไม่เพียงแต่จะได้เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวที่น่าจดจำ แต่ยังได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีกลับคืนมาอีกด้วย นับเป็นโอกาสอันดีในการออกไปสำรวจประเทศไทยในมุมมองใหม่ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการสนับสนุนเศรษฐกิจท้องถิ่นให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

สั่งเสื้อ

มกราคม 2026
จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส. อา.
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ
  • ไม่มีขั้นต่ำในการผลิต
  • ออกแบบฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
  • เนื้อผ้าให้เลือกหลากหลาย
  • ส่งมอบงานตรงเวลา

KDC SPORT

ผู้ผลิตและออกแบบเสื้อกีฬาครบวงจร

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบและผลิตเสื้อกีฬา
สำหรับองค์กร ทีมกีฬา และแบรนด์เสื้อ

KDC SPORT

ออกแบบและผลิต

เสื้อกีฬาระดับมืออาชีพ